ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายสถานบันเทิงอย่างรอบด้าน แต่แสดงความกังวลต่อช่องว่างอายุระหว่างผู้ทำงานและผู้ใช้บริการ รวมถึงการกำหนดเวลาเปิดปิดที่ต้องชัดเจนและคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น ป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ และการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยให้ทันสมัยมากขึ้น พร้อมเสนอให้ทบทวนกฎหมายเก่าอย่างเร่งด่วนและแยกประเด็นศาสนาออกจากกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดความเกี่ยวข้องที่มากเกินไป
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ถึงรายงานของท่าน คณะกรรมาธิการครับ ต้องบอกว่าจริง ๆ หลังจากฟังท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจง รายงานรวมถึงเพื่อนสมาชิกอภิปรายนี้ จริง ๆ ประเด็นหลาย ๆ ประเด็นเราครอบคลุม ได้ดีมาก ในรายงานเองก็ทำมาค่อนข้างสมบูรณ์ตามญัตติและสิ่งที่เราต้องการ คือ การแก้ไข และการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Zoning เวลาการขาย อายุผู้ที่มี ความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำงานหรือผู้ใช้บริการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมดีใจที่ในรายงาน ทำมาครบ รอบด้าน เหมาะสมตามที่เราต้องการ
ทีนี้ประเด็นต่อมาก็คือ เราเห็นแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากหัวข้อที่เราบอกว่า สถานบันเทิง การปรับปรุงกฎหมาย เพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ต่าง ๆ ในรายงานฉบับนี้ สถานบันเทิงที่หลายท่านตอนฟังอาจจะเข้าใจว่าเป็นเฉพาะผับ บาร์อะไรต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วรายงานนี้ได้เปิดไว้กว้าง และผมว่าเป็นสิ่งที่ดีว่าสถานบันเทิงมันไม่ได้จำกัด อยู่แค่นั้น และไม่ใช่เพียงแต่ร้านใหญ่ ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกรับ ผลประโยชน์จากข้าราชการ หรือพนักงาน หรือแม้แต่ผู้มีอิทธิพล ดังที่ในรายงานฉบับนี้ ได้มีการกล่าวถึง ประเด็นต่าง ๆ ผมเห็นด้วยที่ทางรายงานได้เสนอมา ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุง กฎหมาย ข้อใดที่ควรปรับปรุง หรือข้อใดที่ไม่ควรปรับปรุง ความเป็นห่วงบางประการก็มีบ้าง ยกตัวอย่างเช่น อายุของผู้ทำงานกับอายุของผู้ใช้บริการนี้เราทราบดีถึงความจำเป็น และสิ่งที่ ท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงกับสภา เราก็เข้าใจว่าถ้าจะปรับอายุของคนทำงานเพิ่มขึ้น จะมีผลกระทบด้านใดบ้าง เราก็เลยอยากจะฝากไว้ว่า ในเมื่อคนที่ทำงานอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป แต่คนใช้บริการ ๒๐ ปีขึ้นไป เพราะฉะนั้นอาจจะมีความลักลั่นในการทำงาน หรืออาจจะเป็น ช่องว่างในการใช้เป็นข้อให้ประชาชนหรือผู้ที่ไม่หวังดีใช้ข้อนี้ในการทำให้เกิดปัญหาในอนาคต อันนี้เราเข้าใจ แล้วก็อยากจะฝากไว้ว่าในอนาคตถ้าเรามีการแก้ไขกฎหมายนี้ เราอาจจะช่วยกัน พูดคุยเรื่องนี้ว่าเราจะสามารถทำอย่างไรให้ปิดช่องว่างตรงนี้ได้
ส่วนต่อมา คือ การกำหนดเวลาเปิดปิด อันนี้ผมเห็นด้วยกับทั้งรายงาน และเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายว่า เราควรจะมีช่องทางให้ชุมชนหรือคนที่อาจจะได้รับผลกระทบ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ ๆ คนที่อาจจะได้รับผลกระทบในตอนกลางคืน ในตอนที่ ใช้เสียงต่าง ๆ มีส่วนร่วม โดยเฉพาะการดึงท้องถิ่นเข้ามาเป็นสิ่งที่เหมาะสม แต่ต้องเรียนกับ เพื่อนสมาชิกว่าบางทีถ้าบอกว่า ๒๔/๗ เลย ผมว่าอาจจะเกินไปหน่อย เพราะฉะนั้น ผมว่ามันควรจะมีข้อกำหนด หรือข้อจำกัดที่ชัดเจน แต่ไม่ควรจะไปกำหนดว่าเปิดได้เฉพาะ เวลาใดถึงเวลาใด เพราะในแต่ละพื้นที่ก็มีความเหมาะสม หรือมีปัจจัยที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเห็นด้วยกับในรายงาน แล้วก็อาจจะฝากบอกเพื่อนสมาชิกว่า ถ้า ๒๔/๗ เปิดตอนไหนก็ได้ เปิดวันไหนก็ได้ มันอาจจะดูฟรีเกินไปหน่อย และมันอาจจะทำให้เกิดปัญหา กับกลุ่มประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เราดูจากปัญหาที่มีการร้องมาที่สภา ก็คือเรื่องการเรียกรับ ผลประโยชน์จากสถานบันเทิงต่าง ๆ ทีนี้ในรายงานเราก็มองไว้แล้วว่า เราจะแก้ปัญหาตรงนี้ อย่างไร สิ่งที่อยากจะฝากก็คือหลังจากเราแก้ไปครับ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกลุ่มอื่น อย่างที่ท่านประธานก็ได้บอกแล้วว่า ในรายงานนี้โฟกัสไปที่การแก้ไขปัญหานี้ตามที่เราได้รับ หน้าที่มาก็คือการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ทีนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาขาย เรื่อง Zoning เรื่องอะไรต่าง ๆ ถ้าเรามีการปรับแก้ดังที่รายงานได้เสนอแล้ว เราก็อยากที่จะเสนอว่า ควรจะมีการคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะในสภาแห่งนี้ก่อนหน้านี้เราก็เคย มีการพูดคุยไปถึงผลกระทบจากผู้ที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรืออันตรายจากผู้ขับขี่ หรือผู้ที่มึนเมาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการที่เราจะแก้ไขกฎหมายเรื่อง Zoning และเวลาในการ เปิดปิดต่าง ๆ อาจจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยว่า ประชาชนบางกลุ่มอาจจะได้รับ ผลกระทบ ถ้าเราเปิดให้ดึกขึ้นได้ และในท้องถิ่นเองก็เห็นด้วยว่า โอเค เวลาเปิดนี้ดึกขึ้นได้ จะกระทบกับกลุ่มคนใดบ้าง มากน้อยเพียงใด อันนี้ก็อยากจะฝากไว้เป็นข้อสังเกตครับ
ในส่วนของโทษครับ อันนี้เห็นด้วยอย่างเต็มที่ว่าการปรับเป็นพินัยเป็นสิ่งที่ เหมาะสม และในปัจจุบันเองหลาย ๆ อย่างก็ยังไม่ Make Sense เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ไม่มีประเด็นที่เห็นต่างกับท่าน
ส่วนเรื่องข้อสังเกตอื่น ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเวลาการขายที่บอกว่า ขายได้ ตั้งแต่บ่าย ๒ ขึ้นไป หรือในช่วงเวลาที่กำหนด ที่ต้องปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งกฎหมาย หลาย ๆ ฉบับจากในรายงานนี้ก็ต้องบอกว่ามีอายุมากพอสมควร อาจจะมากเกินสมควรด้วย บางกฎหมายอายุเท่าพ่อผม เพราะฉะนั้นก็สมควรที่จะต้องถึงเวลาในการปรับปรุงให้ สอดคล้องกับสภาพในปัจจุบันของสังคม ซึ่งผมไม่ได้เป็นห่วงครับ ผมเชื่อว่าเราสามารถ ช่วยกันแก้ไขในสภาแห่งนี้ได้ ทั้งหมดทั้งมวลครับ จากรายงานฉบับนี้ผมเชื่อว่าทุกท่าน ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ครบในสิ่งที่เราต้องการในการที่จะลดการเรียกรับผลประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะจากเจ้าพนักงาน รวมไปถึงผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ แล้วผมเชื่อว่าเราจะช่วยกันนะครับ สามารถนำข้อสังเกตจากรายงานฉบับนี้ปรับปรุงเป็นกฎหมาย และทำให้เกิดประโยชน์ได้ อย่างไรก็ฝากว่ากฎหมายที่มีอายุมากโดยเฉพาะเรื่องนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ ปี ๒๕๐๙ ต่าง ๆ นี้ เราก็ควรที่จะนำมาคุยกันโดยเร็วที่สุด อีกอย่างที่ผมอยากจะฝากไว้เหมือนกันก็คือ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกว่าไว้ครับว่า เรื่องศาสนากับเรื่องกฎหมาย ผมเคารพทั้ง ๒ อย่าง ผมคิดว่า มีความสำคัญทั้ง ๒ อย่าง แต่บางครั้งเราก็ไม่ควรจะนำมาเกี่ยวกันมากเกินไป อันนี้ก็เห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ฝากท่านกรรมาธิการครับ เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ครับ