เท่าพิภพ เสนอปรับกฎหมายสถานบริการ ให้ท้องถิ่นกำหนดเวลา-ใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการโดยเสนอให้แยกประเภทกิจการให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และผลักดันให้ท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจโดยตรงในการกำหนดเขต Zoning และเวลาเปิดปิดกิจการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและลดขั้นตอนราชการ พร้อมผลักดันระบบขออนุญาตออนไลน์เต็มรูปแบบ เสริมด้วยเทคโนโลยีตรวจสอบมลภาวะเสียง และสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีบทบาทมากที่สุดในกระบวนการตัดสินใจ รวมถึงเห็นชอบมาตรการส่งเสริมสุขภาพโดยการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการแยกศาสนาออกจากกฎหมาย

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล ถึงแม้เขตผมจะไม่มีสถานบริการอย่างในความหมายของกฎหมาย นี้นะครับ แต่ก็ขอร่วมอภิปรายเพราะได้ทำประเด็นที่เกี่ยวข้องประมาณนี้อยู่แล้วอย่างที่ ทุกคนทราบดีครับ แล้วก็เนื่องจากผมเองก็มีประสบการณ์เป็นทั้งผู้ทำงานในสถานบันเทิง ตั้งแต่ ม. ๕ ม. ๖ ผมก็เคยเล่นดนตรีที่ถนนข้าวสาร รวมถึงหลัง ๆ ก็มีเปิดบาร์ Craft เบียร์เอง อยู่แถว ๆ วงเวียนใหญ่ด้วย ซึ่งไม่เข้ากับอันนี้นะครับ เพราะไม่มีดนตรีเล่น ก็ขออภิปรายครับ ส่วนใหญ่ในรายงานนี้ต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ที่ศึกษามาได้อย่างดี รวมถึงท่านประธานพี่เดียร์ รุ่นพี่ที่ผมเคารพรักที่นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์นะครับ ก็ทำออกมา ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง ผมจะไล่เลียงครับท่านประธาน มีผู้อภิปรายน้อย ผมแทบจะ อภิปรายแทนทุกคนนะครับ ถ้าเกินเวลาขออภัยไว้ก่อนเลยนะครับ

ในประเด็นเรื่องการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตครับ ท่านประธาน อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่องสถานบริการ ปัจจุบันนี้การตีขลุมสถานบริการว่า เป็นสถานบริการรูปแบบที่เราคิดว่ามันต้องใหญ่ ๆ คือมันไม่ตอบโจทย์กับปัจจุบันอีกแล้วครับ ผมเทียบเคียงง่าย ๆ ครับ ตอนนี้ผมก็ทำกฎหมายเกี่ยวกับโรงแรมอยู่ กำลังแก้อยู่ครับ โรงแรม ก็มีปัญหาว่าที่พักค้างแรมแบบโรงแรมต้องมีโน่น มีนี่ มีทางหนีไฟขนาดเท่าไร เกสต์เฮาส์อะไร ก็เป็นปัญหาหมด เฉกเช่นเดียวกับโรงเบียร์ของผมใช่ไหมครับ ที่ทำอยู่เรื่องกฎหมาย สุราก้าวหน้าที่คาดว่าจะเข้าสภาในอีก ๓ สัปดาห์ แล้วหวังว่าจะผ่านนี่ ก็เป็นปัญหาเดียวกัน เราต้องแก้กฎหมายทั้งระบบที่เราเคยมองแค่อันใหญ่ ผมเห็นด้วยที่ร้านอาหารกึ่งผับ Theque Lounge Bar Host หรืออะไรมันควรจะแยกออกจากกันหมด แล้วทุกคนก็มีความจำเป็น ในการถูกควบคุมใด ๆ ที่แตกต่างกันออกไปครับ

อันที่ ๒ เรื่องกำหนดเขต Zoning อันนี้สำคัญเลยครับ ผมว่าจริง ๆ แล้ว อาจจะเห็นต่างเล็กน้อย แต่ผมคิดว่าเปิดเป็นหลัก ปิดเป็นรอง ก็คือจริง ๆ แล้วควรจะเปิดได้ ทุกที่ละครับ แต่ถ้าจะห้ามที่ไหนนี่ก็ไปว่ากัน ซึ่งมันก็จะไปประกอบกับ ๒.๓ การปรับปรุง กฎหมายเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นว่า ควรจะเรียกว่ามีคล้าย ๆ คณะกรรมการ แล้วก็มีนายทะเบียน ซึ่งนายทะเบียนผมก็งงว่า คือใคร แต่ในความเห็นของผมครับ มันก็มีความคิดอยู่ว่าจริง ๆ แล้วนายทะเบียนตาม กฎหมายต่าง ๆ ก็เป็นคนออกใบอนุญาต แต่จริง ๆ แล้วส่วนสำคัญที่สุดคือ Decision-maker หรือคนที่จะตัดสินใจมากกว่าที่จะให้โซนไหนเปิดได้ ไม่ได้ ในความเห็นส่วนตัว ด้วยความ เคารพครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ทำได้เอง อาจจะเป็นในระดับนายก อบจ. อะไรก็ได้ครับ เขามีความรับผิดชอบทางการเมือง อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องไปรบกวนเวลาท่านอธิบดีกรมการปกครองอะไรอย่างนี้หรอกครับ หรือรัฐมนตรีต้องไปยุ่งเรื่องอย่างนี้เลย ผมก็คิดว่าต้องเป็นอำนาจของท้องถิ่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

ข้อหนึ่งครับ ผมเห็นด้วยแต่อยากเสริมเพิ่มเติมนะครับ การให้บริการแบบ One Stop Service อันนี้เป็นปัญหาอย่างยิ่ง เพราะในสถานประกอบการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมหรือสถานประกอบการเช่นนี้นะครับ สถานบริการต้องขอใบอนุญาตกับหลาย หน่วยงานครับ ผมจะเพิ่มขึ้นไปก็เป็นเราต้องยกระดับจาก One Stop Service เป็น Cloud Stop Service ก็คือการที่เราสร้างเว็บไซต์มาอันหนึ่งนะครับ จริง ๆ ก็ไม่ค่อย Cloud หรอกครับ ก็เป็นเว็บไซต์ออนไลน์ คือผู้ประกอบการที่จะเปิด เขาไม่ควรจะต้องออกจากบ้าน เลยด้วยซ้ำ หลายครั้งครับหน่วยงานขอหลักฐานชิ้นเดียวกันกับเรา เราต้องทำไป ๔-๕ สำเนาตลอดเวลา อย่างนี้ผมว่าไม่ต้อง คือ ควรจะมีเว็บไซต์กลางของรัฐบาล มี Chatbot มาคุยกับผม ผมจะเปิดโรงแรม สมมุตินะครับ ผมจะเปิดสถานประกอบการนี้ เขาจะถามว่ามีดนตรีเล่นไหม Chat ก็จะถามมา ขายเหล้าไหม อยากเปิดถึงกี่โมง แล้วสุดท้าย พอกด Next ไปเท่านี้ละครับ ผมต้องเอาเอกสารอะไรบ้าง ขึ้นมาอีกอันหนึ่งเลยครับ แล้วมี ให้กรอกหมดคล้าย Google Form แล้วผมใส่หลักฐานที่จำเป็นไปทีเดียวครับ หน่วยงาน ไม่ต้องมาตรวจผมทุกหน่วยงานครับ เอาหน่วยงานที่ต้องมาตรวจเยอะสุดมาเผชิญสืบ ตรวจความถูกต้อง Verify แล้วทุกหน่วยงานยอมรับความเป็นจริงว่าอันนี้ได้ตรวจแล้ว ไม่ต้อง มาเยอะครับ มาเยอะก็เสียสตางค์เยอะครับ อันนี้ละครับเรียกรับผลประโยชน์ของจริง

หัวข้อที่ ๒ ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดอายุ อันนี้ผมเห็นด้วย ที่คงผู้ใช้บริการอายุ ๒๐ ตามกฎหมายเดิมไว้ แล้วก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่ทำงานอายุ ๑๘ ปี เพราะผมเองตอนเรียนนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผมก็ทำงานเสริมตลอดครับ ตั้งแต่ปี ๑ ถึงปี ๔ เพราะบ้านก็ไม่ได้มีสตางค์ร่ำรวยอะไรนะครับ ก็ทำงานร้านเหล้านี่ละครับ เพราะเด็ก ๑๘ ปีก็ไม่รู้จะทำงานอะไร

ปรับปรุงอันที่ ๓ ปรับปรุงเกี่ยวกับวัน เวลาเปิดปิดของสถานบริการ พรรคก้าวไกลเรานโยบาย ๒๔ ชั่วโมงอยู่แล้วครับ แล้ว ๒๔ ชั่วโมงของเราแล้วแต่ท้องถิ่น ท้องที่ใด ๆ กำหนด เรื่องนี้ก็เฉกเช่นเดียวกันกับการให้ใบอนุญาตครับ ผมเคารพนะครับ พี่น้อง ๓ จังหวัดมุสลิม หรือบางที่ที่มีความเป็นพิเศษใด ๆ เอาเลยครับ ในกรุงเทพมหานคร เขตบางเขตอาจจะเปิดดึกกว่าเขตบางเขต อันนี้ผมว่าให้ท้องถิ่นจัดการไปได้เลยครับ ที่ไหน อยาก ๒๔ เชิญเลยครับ ที่ไหนไม่ขายผมยังไม่ Mind เลยครับท่านประธาน แต่นายก หรือผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งนั้นเดี๋ยวเขาก็รับผิดชอบทางการเมืองของเขาเอง อยู่แล้วครับ บทปรับปรุงโทษครับ ท่านประธานครับ ยินดีอย่างยิ่งครับ มีการปรับเป็นพินัย เพราะว่าหลาย ๆ อย่างมันเป็นเรื่องที่เขาเรียกว่า เป็นกฎหมายอาญาแบบมันไม่ใช่อาญา โดยแท้ครับ ก็ไม่ควรจะไปให้เขามีประวัติอาชญากรรม ก็ปรับเป็นพินัยก็พอ แต่ผมอยากเพิ่ม เรื่องหนึ่งครับ เพราะว่าจริง ๆ ได้เคยไปลงพื้นที่กับ สส. บูม เขตถนนข้าวสาร พระนคร หลายครั้งไปเดินดู ผมก็อยู่กรรมาธิการท่องเที่ยว ก็เลยไปข้าวสารบ่อย ก็มีปัญหาเรื่องเสียง น้องเขาก็มาบ่นหลายครั้ง เรื่องเสียงนี่ก็สำคัญควรจะมีโทษทางปกครองด้วย เพราะในเขตผม ก็มีปัญหาเหมือนกันว่าเรื่องเสียงนี่อาจจะดัง แล้วสุดท้ายปรับ ๕๐๐ บาท ไม่สาแก่ใจ อาจจะ ต้องให้หยุดพักใบอนุญาตสัก ๓ วัน ๑ สัปดาห์ก็ว่ากันไป ให้เขาได้ปรับปรุงครับ

อันที่ ๕ ครับท่านประธาน การเรียกรับผลประโยชน์เจ้าหน้าที่รัฐ มันก็มี ๒ แนวทางครับ ในนี้บอกว่าผู้ที่มีดุลพินิจ อย่างเช่นใน กทม. กฎหมายนี้ผมงงมากเลย ผมอ่านแล้วตกใจว่า เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผมงงว่าอันนี้เขามีหน้าที่มาให้ใบอันนี้ เพราะอะไร ไม่น่าเกี่ยวเลยนะครับ แต่ก็เป็นไปแล้วครับ พยายามจะมีให้หลายหน่วยงาน มาพูดคุยกันนะครับ มีส่วนร่วมต่าง ๆ ผมเข้าใจหลักการนี้และเห็นด้วยครับ แต่สุดท้ายนี้ ต้องไปดูใน Devil Is In The Details ครับว่าสัดส่วนต่าง ๆ มันคืออะไรครับ เราแบ่งเป็น ๓ อย่าง ๑. ข้าราชการประจำ ๒. คือภาคประชาชน ๓. คือนักการเมือง ผมว่าต้องมีครับ อันนี้เขามีความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่แล้ว ภาคประชาชนควรจะเยอะที่สุด ข้าราชการ ควรจะน้อยที่สุดด้วยซ้ำ เพราะว่าสุดท้ายทำอะไรไปเดี๋ยวรอเกษียณอยู่ดี นี่ละครับ ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่วนใหญ่ผมเรียนตามตรงครับ เห็นด้วยครับ แล้วก็อยาก แค่เพิ่มเติมในประเด็นเหล่านี้ว่าเราน่าจะเห็นทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ รวมถึงการที่มาตรการ ทางเสียงต่าง ๆ นานาที่เป็นข้อสังเกตของทางคณะกรรมาธิการนี่ผมเห็นด้วยครับ มีการ นำเอาอินเทอร์เน็ตมาใช้ IOT มีการตั้งเสาวัด Decibel ต่าง ๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันศาสนา ในข้อสังเกตข้อ ๖ ผมก็คิดว่าเป็นวันที่ คือเราไม่ควรจะมีเรื่องศาสนาอยู่ในกฎหมายเรา อยู่แล้ว อันนี้ก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราควรจะออกไปครับ ตัวอย่างที่ใกล้ที่สุดคือ วันเสาร์-อาทิตย์นี้ทุกร้านปิด อันนี้ก็ Promote แทน สสส. ด้วยว่าไม่มีการขายเหล้า ในประเทศไทยในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ครับ แต่ถ้าเจอผมก็ไม่รู้อย่างไร ก็เป็นปัญหาการบังคับใช้ กฎหมายหรือเปล่านะครับ อย่างไรก็ขอบคุณนะครับ จริง ๆ แล้วได้ข้อมูลสนับสนุนจาก ท่านเฉลิมพงศ์ สส. ภูเก็ตด้วยที่อยู่ข้าง ๆ จริง ๆ ท่านก็ทำวิจัยตอน ป. โท เกี่ยวกับ สถานประกอบการ สถานบันเทิงตรงป่าตองมา ก็ได้ข้อมูลนะครับ แล้วก็ขอบคุณมากครับ ได้เห็นความชัดเจนของรายงานฉบับนี้ และผมเองที่ทำเรื่องแอลกอฮอล์อยู่ด้วย ทั้ง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จะนำแนวทางนี้ไปประกอบการพิจารณาในเรื่องของวัน เวลาการขายด้วย ที่เรากำลังแก้ไขกันอยู่ ณ ขณะนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ