พิมพ์ภัทรา แจงเยียวยาชาวประมงอีอีซี ชี้จ่าย 1 แสน-ตั้ง 4 คณะกรรมการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ชี้แจงความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่อีอีซี พร้อมทั้งกระบวนการตามกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้าง ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการ 4 ชุดเพื่อดำเนินการอย่างเป็นระบบ พร้อมยืนยันหลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชย 100,000 บาทตามผลการศึกษา EHIA และการขยายพื้นที่เยียวยาเพื่อความเป็นธรรม ตลอดจนเหตุผลในการตัดสินใจตามกระบวนการราชการเพื่อป้องกันปัญหาการสอบกลับในอนาคต

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้อง กราบเรียนท่านประธานขอโทษไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านกฤช ศิลปชัย ที่จะต้อง เลื่อนกระทู้จากครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดิฉันเองไปเปิด โรงงานรถยนต์ยานยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ BYD ที่มาตั้งฐานการผลิตในเมืองไทยค่ะ ก็เลยจำเป็น จะต้องเลื่อนในครั้งนั้น แล้ววันนี้เองดิฉันคิดว่าคำถามนี้คงยังสามารถที่จะอธิบายท่านสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่กำลังรอคำตอบอยู่ เพราะว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างช้านานแล้วนะคะ วันนี้ขออนุญาตเข้าประเด็นเลยนะคะท่านประธาน ขอนำเรียนเรื่องที่มาที่ไปของโครงการนี้ เป็นเบื้องต้นก่อนแล้วกันค่ะ เพราะว่าโครงการนี้เป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน ให้กับประเทศแล้วก็สร้างความมั่นคงในพื้นที่ EEC ที่รัฐบาลเองมีความตั้งใจที่จะขยายพื้นที่ โดยพื้นที่ที่จะต้องทำก็คือพื้นที่จะต้องถมทะเลออกไปค่ะ แต่ว่าก่อนที่เราจะต้องถมทะเล ออกไปนั้นเราก็จะทำตามกระบวนการที่ทางกฎหมายได้กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการรับฟัง ความคิดเห็น ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นดิฉันเองพยายามสอบถามทางการนิคมว่าทุกครั้งที่เรา ต้องมีการรับฟังความคิดเห็น เราจะมีประชาชนมาบอกว่าไม่ทราบข่าวเรื่องนี้นะคะ ดิฉัน พยายามถามหน่วยงานว่าแน่ใจนะว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องการรับฟังความคิดเห็นนี้ถึงพี่น้อง ประชาชนครอบคลุมและทั่วถึง ก็ไปดูสถิติการรับฟังความคิดเห็น เรามีการรับฟัง ความคิดเห็นทั้งหมด ๔ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกดิฉันขอเข้าไปที่เรื่องของความเป็นมาของ โครงการเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นนะคะ ครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๓ เป็นการรับฟัง ความคิดเห็นของการนิคมอุตสาหกรรม Timeline จะเห็นว่าครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๓ เวลาค่อนข้างใกล้กันก็คือเดือนพฤษภาคม เดือนพฤศจิกายน แล้วก็เดือนเมษายนปี ๒๕๕๘ แล้วก็ปี ๒๕๕๙ ที่เป็นปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ เพราะว่าอันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็น ก่อนที่โครงการจะมีการอนุมัตินะคะ เพราะว่าต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน แล้วปี ๒๕๖๒ ของกรมเจ้าท่า เพราะว่าโครงการเราจะต้องก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำ จำเป็นจะต้อง ให้กรมเจ้าท่าไปรับฟังความคิดเห็น และที่สำคัญที่สุดนอกจากรับฟังความคิดเห็นแล้ว เราจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการรายงาน EHIA เรื่องของ การทำรับฟังความคิดเห็นเสร็จ มีการรายงานทั้งหมด ๒ ครั้งด้วยกัน และที่สำคัญที่สุดจะต้อง ขอมติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติค่ะ หลังจากนั้นก็มีการประกาศเขต นิคมอุตสาหกรรม แล้วก็ได้ใบอนุญาตในการสร้างจากกรมเจ้าท่ามา ที่สำคัญที่สุดคือ ระยะเวลาในการสร้าง ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ตั้งแต่ ครม. อนุมัติตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึง ปัจจุบันก็จะใช้ระยะเวลากว่า ๖ ปี ตอนนี้ความคืบหน้าของโครงการก็ไป ๘๖.๘๗ เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปี ๒๕๖๗ ค่ะ

ทีนี้ดิฉันขอเข้าเรื่องของประเด็นที่ท่านสมาชิกค่อนข้างห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง โครงการนี้นะคะ ปรากฏว่าโครงการนี้มีการตั้งคณะกรรมการทั้งหมด ๔ ชุดด้วยกัน ชุดแรก จะเป็นคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือการเยียวยา ซึ่งที่ท่าน สส. ได้พูดไปเมื่อสักครู่ คือคณะกรรมการดังกล่าว แต่คณะกรรมการดังกล่าวนี้จะตัดสินใจได้หรือไม่จะต้องส่งเรื่อง ไปให้มูลนิธิ ก็เลยเป็นคณะกรรมการชุดที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการมูลนิธิกองทุนหลักประกัน ความเสียหายฉุกเฉินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิก็จะเป็น การรับเรื่องจากคณะกรรมการพิจารณาแนวทางที่รับเรื่องราวร้องทุกข์และได้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ได้วิเคราะห์ประเมินผลมาแล้วก็จะส่งไปยังมูลนิธิเพื่อบริหารพัฒนา และสนับสนุน ที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นคนตัดสินใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปค่ะ คณะกรรมการชุดที่ ๓ ก็คือคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมและมวลชน สัมพันธ์ คณะที่ ๔ ก็จะเป็นคณะกรรมการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบและปฏิบัติตามด้าน สิ่งแวดล้อมนะคะ ทีนี้เมื่อสักครู่ที่ท่าน สส. ห่วงใยว่าหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร แล้วก็ก่อนหน้านี้พี่น้องประชาชนที่ร้องขอมามีความต้องการที่ไม่เท่า ที่ไม่เหมือน แล้วก็สรุปแล้วไม่ได้ตามที่เขาร้องขอมา ก็จะนำเรียนว่าคณะกรรมการเราได้ เปิดรับฟังนะคะ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน แล้วเราก็ทำตามกระบวนการก็คือวิธีการ จ่ายเงินชดเชยตามกระบวนการ EHIA ก่อนหน้านี้เรื่องของ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มันก็มีที่มาที่ไป ว่าพื้นที่คณะกรรมการมูลนิธิได้พิจารณาการจัดสรรงบประมาณเยียวยาที่นำเรียนไป เมื่อสักครู่ว่าเราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบโดยต้องดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ด้วย แล้วก็ที่สำคัญ ที่สุดอ้างอิงตามรายงานของ EHIA ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาตินะคะ ทีนี้หลักเกณฑ์การเยียวยานะคะว่าทำไมจะต้องเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อสักครู่ที่บอกไปว่าท่าน สส. มีความกังวลว่าขอมานี่ คณะทำงานของประชาชนร้องขอมา ขอรายจ่ายเป็นรายเดือน แล้วขอเป็นระยะเวลา ๓ ปี รวมเงินทั้งหมดกว่า ๔๑๘ ล้านบาท แต่ว่าคณะกรรมการได้พิจารณานะคะ ก่อนหน้านี้มันมีการพูดถึงว่าการเยียวยานี้เราเยียวยา ในระยะ ๕-๑๐ กิโลเมตรแรกจากพื้นที่ที่เราถมทะเลค่ะ มีพี่น้องประชาชนที่จะได้รับ การเยียวยา ณ ตอนนั้นดิฉันเข้าใจว่าประมาณ ๔๑๔ ราย เมื่อเข้าคณะกรรมการพิจารณา แล้วปรากฏว่ามีการร้องขอว่าสร้างตรงนี้มันอาจจะกระทบไปยังบริเวณหาดทั้งหมด เลยมีการ ยืดระยะทางในการเยียวยาจาก ๕-๑๐ เป็น ๑๐-๑๕ ด้วย มันก็เลยทำให้กลุ่มที่จะได้รับผล จากการเยียวยา จากเดิม ๔๑๔ ราย ก็เพิ่มอีก ๕๒๒ ราย เป็นทั้งหมด ๙๔๐ กว่ารายตัวเลขกลม ๆ จากเดิมที่เยียวยาเฉพาะพื้นที่ ๕ กิโลเมตร มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น อันนี้อย่างแรก อย่างที่ ๒ คือเรื่องเงินเยียวยาก็มีการพูดคุยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดคุยนั้นก็มีตัวแทน จากจังหวัด การนิคม และพี่น้องประชาชน ซึ่งโหวตส่วนใหญ่แล้วก็เห็นชอบตาม ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่ได้พูดถึงแล้วก็เป็นการจ่ายในครั้งเดียวค่ะ แล้วก็เรื่องที่ท่าน สส. ได้พูดเมื่อสักครู่ว่าเราจะ พิจารณาตั้งคณะกรรมการชุดใหม่หรือไม่ อย่างไรนี้ ดิฉันในนามของกระทรวงอุตสาหกรรม เราเห็นว่าคณะกรรมการที่มีอยู่ ๔ ชุดทำงานอย่างเหมาะสมและรอบคอบแล้ว ที่สำคัญที่สุด การจ่ายเงินเยียวยา ๑๐๐,๐๐๐ บาท อาจจะมีบางประเด็นเรื่องของการเขียนแนบท้าย เขียนสลักหลังไว้ว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นกระบวนการ ทางราชการที่ต้องป้องกันในการจ่ายเงินเพื่อไม่ต้องโดนสอบกลับจากทางคณะกรรมการ การตรวจเงินแผ่นดิน แล้วเขาก็ยังคงได้สิทธิอื่น ๆ อย่างเช่น ถ้าพี่น้องประมงมีความเสียหาย จากการทำประมงสามารถไปร้องขอจากมูลนิธิได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีบันทึกย้อนหลังว่ามีพี่น้อง ที่หลังจากได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้วยังได้รับการเยียวยาหลังจากร้องขอไปค่ะ ดิฉันขอตอบ ๒ ประเด็นคร่าว ๆ ก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ