สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หารือเรื่อง Timeline ของการบำรุงรักษาสถานที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับงบกลาง และแจ้งว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมีการประชุมผู้บริหารทุกเดือน ติดตามเรื่องงบกลางอย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำเรื่องนี้เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดการโรงงานที่เข้ามาตั้งในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มโทษสำหรับโรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเรียกร้องการปรับปรุงกฎหมายให้มีเงินประกันสำหรับโรงงานที่เข้ามาในประเทศไทย

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ เรื่อง Timeline ของการของบกลางดิฉันไม่ได้เพิกเฉยหรือละเลย ไม่ใส่ใจ ตั้งแต่มีเหตุนี้เกิดขึ้น ได้ตั้งกรรมการในการติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ และที่สำคัญที่สุด กระทรวงอุตสาหกรรมเรามีการประชุมผู้บริหารทุก ๑ เดือน อาทิตย์เว้นอาทิตย์ ก็เท่ากับ เดือนละ ๒ ครั้ง ดิฉันมีการติดตามเรื่องงบกลาง ให้ทางท่านปลัดกระทรวงและอธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรมมาชี้แจงนะคะ ตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ ๆ วันที่ ๙ พฤษภาคมนะคะ จนมาถึงวันที่ ๕ มิถุนายน แล้วก็มาวันที่ ๑๑ มิถุนายน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งการ ไปเพิ่มเติมนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องของงบกลางต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สส. ว่าเรื่องนี้เราติดตามมาตลอดนะคะ แล้วก็เรื่องที่จะเข้า ครม. เมื่อไร รายละเอียดครบถ้วน เมื่อไร ดิฉันมีหน้าที่นำเข้า ครม. ค่ะ เรื่องแรกของบกลางค่ะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการจัดการการควบคุมโรงงานที่เข้ามาตั้งในประเทศไทย ดิฉันขอความยุติธรรมอย่างแรกเลย ก็คือเรื่องของการบริหารงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนหน้านี้ทุกคนอาจจะเข้าใจว่าทุกอย่างกระทรวงอุตสาหกรรมจัดการได้ แต่เราต้อง แบ่งเป็นเรื่องของการอนุญาต แล้วก็เรื่องของการควบคุมการใช้กฎหมาย วันนี้เรื่องของ การส่งเสริมการลงทุน แน่นอนค่ะ ประเทศเราอยากให้มีนักลงทุนเข้ามาในประเทศ กระทรวง อุตสาหกรรมเรามีหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใบอนุญาต หรือการควบคุม กฎหมายเรื่องของการบังคับใช้ โรงงานที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ที่เกิดเหตุเครนถล่ม วันนี้ทาง อุตสาหกรรมจังหวัดเอง และทางกรมโรงงานเองไม่ได้เพิกเฉยค่ะ ตอนนี้มีมาตรา ๓๗ ให้ปิด ปรับปรุง แล้วก็กำลังขอมาตรา ๓๙ ในการปิดกิจการ ถ้าไม่ปรับปรุงตามระยะเวลาและตามที่ ได้บอกไว้ว่าปรับปรุงให้กลับมาเป็นพื้นที่เดิมนะคะ เพราะฉะนั้นแล้วการบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นไปตามประกาศและกฎหมายของ กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ค่อย ๆ ทำกันจากเบาไปหนักนะคะ แล้วก็ทำปฏิบัติ อย่างนี้มาทุก ๆ โรงงาน จริงอยู่ในพื้นที่ของท่านแน่นอนเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนสนใจเข้ามา ลงทุนค่อนข้างมาก มีทั้งนักลงทุนที่มีจรรยาบรรณ และนักลงทุนที่ขาดจรรยาบรรณนะคะ ที่มาส่งเสริมให้เกิดงาน จ้างงาน มูลค่าการลงทุน และนักลงทุนที่มาเอาประโยชน์จาก ประเทศไทย อันนี้ดิฉันยอมรับ และทุกคนก็ทราบดี แต่เราไม่อยากให้ทุกท่านมองว่าทุกคน ที่เข้ามานี้มาสร้างปัญหาให้ประเทศ แล้วสิ่งที่อยากให้เห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า การบังคับใช้ กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายในมือของกระทรวงอุตสาหกรรม วันนี้สิ่งที่ดิฉันทำ แล้วก็ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม ท่านปลัดกระทรวงทำกันอยู่ ก็คือเรื่องของการบังคับโทษ ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของใบอนุญาต ก่อนหน้านี้ทุกคนก็บอกว่าใบอนุญาต เรื่องของการกำจัดกากทำไมมันออกง่าย ทำไมมันมีเยอะนะคะ หลังจากนี้จะไม่ง่ายอย่างที่ ทุกคนคิดแล้ว หลายคนก็บอกว่าทำไมไม่เอาเรื่อง EIA เข้ามาประกอบในใบอนุญาตด้วย ตอนนี้ เรากำลังเอาเข้าไปเป็นหนึ่งในขั้นตอนในการพิจารณาเรื่องนี้ด้วยนะคะ เรื่องของเพิ่มโทษ ก็เช่นกันค่ะ จากเดิมมีแค่โทษปรับ โทษจำ แต่หลังจากนี้โทษจะมีการเพิ่มมากขึ้น แล้วคนที่ รับโทษก็เช่นเดียวกัน ผู้ก่อให้เกิด คนขนส่ง แล้วก็พื้นที่ที่ทำ พื้นที่ที่อนุญาตให้กำจัดทั้ง ถูกต้องและไม่ถูกต้องต้องรับโทษเหมือนกันหมด รับผิดชอบร่วมกัน ที่สำคัญที่สุดหลังจากนี้ หลายคนบอกว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาด้วย เราก็จะต้องทำ ความร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงคมนาคม นอกจาก Tracking แล้ว จะต้องทำความร่วมมือร่วมกันเพื่อที่จะสอบให้ได้ว่ากากของเสียที่ออกแต่ละโรงงานไปที่ไหน อย่างไร โดยใช้นวัตกรรมพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องของ เงินมัดจำ ต่อไปนี้จะต้องมีเงินประกันนะคะ ก่อนหน้านี้หลายโรงงานจดทะเบียนขออนุญาต แล้วก็ไม่รับผิดชอบ ไปประมูลมาเสร็จไปทิ้งที่ไหนก็ได้ ไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง แต่หลังจากนี้จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย เรื่องเงินประกันนะคะ มีการเก็บเงินประกัน เพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่ นี่คือเรื่องของกระบวนการที่จะมีการปรับเปลี่ยนไป สำหรับดิฉันเอง ต้องยืนยันผ่านท่านประธานผ่านไปยังท่าน สส. นะคะว่า ความทุกข์ของประชาชนดิฉัน ทราบดี ดิฉันก็เป็น สส. เขต โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ เพราะว่านี่ไม่ใช่ประเด็นปัญหาแค่เพียงระยองเท่านั้น แต่กำลังเป็นปัญหาและเป็นการจัดการ และเป็นความท้าทายของกระทรวงอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน ขอบคุณค่ะ