อนุชา แจงความคืบหน้าลงทะเบียนดิจิทัล ห่วงความปลอดภัยข้อมูลประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗

อนุชา บูรพชัยศรี หารือปัญหาความปลอดภัยของระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชันในโครงการ Digital Wallet เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางป้องกันมิจฉาชีพและยืนยันความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน พร้อมเสนอให้พิจารณาขยายหรือปรับปรุงระบบการชำระเงินแบบ Open Loop และการใช้ Super Application โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านคน เพื่อรองรับนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย หลังจากที่ระบบดังกล่าวเคยผ่านการใช้งานจริงมาแล้วในมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ก่อนหน้า

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรุงเทพมหานครครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเรื่องของการที่จะมีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ทางรัฐบาลได้นำเสนอต่อสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผ่านโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านโครงการ Digital Wallet ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมคงจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องของเงินกู้หรือว่าหนี้สาธารณะ ของประเทศไทย แล้วก็คงไม่พูดถึงเรื่องของการจัดเก็บรายได้ของประเทศ แล้วก็คงจะไม่ต้อง พูดถึงเรื่องของเสถียรภาพทางการเงินแล้วก็การคลังของไทย นอกจากนั้นคงไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องพูดถึงเรื่องของภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มแล้วก็การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของไทย เพราะว่าทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้มีการอภิปราย ซึ่งผมก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๑ ซึ่งเรามีการพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปเมื่อประมาณไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และผมก็คงจะไม่ได้ ลงรายละเอียดเช่นเดียวกันหรือจะอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์และความจำเป็น ของโครงการนี้ ไม่มีความจำเป็นอีกเช่นเดียวกันที่จะพูดถึงเรื่องของกลุ่มเป้าหมาย แล้วก็ ประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการมีใครบ้าง ประเภทสินค้ามีอะไร ประเภทร้านค้ามีอย่างไร เงื่อนไขของการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างประชาชนกับร้านค้า เงื่อนไขการใช้จ่ายระหว่าง ร้านค้ากันเอง จะมีทั้งหมดกี่รอบก็ดี รวมถึงคุณสมบัติร้านค้าที่สามารถถอนเงินออกจาก โครงการได้ รวมถึงเงื่อนไขการใช้เงินในโครงการ การถอนเงินสด ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ตั้งแต่เช้าแล้วเราก็จะเห็นว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้มีการอภิปราย ท่านรัฐมนตรีเอง ที่เกี่ยวข้องก็ได้ลุกขึ้นมาชี้แจงไปแล้วทั้งหมดบางส่วน แต่สิ่งที่ผมเองก็ยังคิดว่ายังมี ความสำคัญซึ่งมีสมาชิกบางท่านก็ได้แตะไว้เล็กน้อยนะครับ แต่อาจจะไม่ใช่เป็นประเด็น ที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาแล้วก็การดำเนินการระบบ Software หรือว่า Application จริง ๆ เรียกว่า Super Application ตอนนี้อยู่นะครับ ต่าง ๆ ที่ประชาชนจะต้อง Downland ลงโทรศัพท์ Smartphone ของเขานี้ ซึ่งในปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ด้วยมีมิจฉาชีพมากมายเลย ตอนนี้ ที่ไม่ว่าจะส่ง SMS เข้ามาให้ Download Application ต่าง ๆ หรือว่า Application ต่าง ๆ ที่อยู่ในตลาดตอนนี้ ไม่ว่าใครที่จะใช้ iPhone หรือว่าใครที่จะใช้ระบบ iOS หรือว่าระบบอื่น ๆ ที่เป็นของ Android ก็ดี ตอนนี้ก็ต้องบอกว่ามีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ณ ตอนนี้เราทราบกัน ว่ารัฐบาลได้มีการมอบหมายให้กับทางด้านสำนักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรียกย่อ ๆ ว่า สพร. ภาษาอังกฤษเรียกว่า DGA ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ไปดำเนินการร่วมกับทางด้านกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือว่ากระทรวง DE เป็นผู้พัฒนา แล้วก็ดำเนินการระบบ สำหรับโครงการ Digital Wallet นี้ สำหรับรายละเอียดก็ค่อนข้างที่จะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทางรัฐบาลก็มีการประชาสัมพันธ์ว่า ประชาชนจะต้องลงทะเบียนอย่างไรบ้างในเบื้องต้น แล้วก็ในเรื่องของการยืนยันตัวตนสำหรับประชาชน การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หรือไปในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีเงื่อนไขต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของสถานะทางการเงินของผู้ที่จะต้องลงทะเบียนและยืนยัน ตัวตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระทรวงการคลังที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนั้น ก็มีการ พูดถึงไปแล้ว ร้านค้าก็เช่นเดียวกันครับ มีการพูดถึงเรื่องของการที่จะต้องมีการตรวจสอบ คุณสมบัติต่าง ๆ ตามเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกระทรวงพาณิชย์ อีกเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามครับ ในส่วนที่อยากจะให้รัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับ ประชาชนก็คือมันมี ๒ ส่วน ในเรื่องของการที่มีเรื่องของ Application ตรงนี้

ส่วนแรกแน่นอนครับ เรื่องของการลงทะเบียนสำหรับทั้งประชาชนแล้วก็ ในส่วนของทางด้านร้านค้า ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่าคงจะเป็นเรื่องของการที่จะลงทะเบียน ผ่าน Application ทางรัฐ ซึ่ง Application นี้ไม่ใช่ Application ใหม่ เป็น Application ที่ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการดำเนินการมาแล้วในเรื่องของการยืนยันตัวตนอะไรต่าง ๆ

และในส่วนที่ ๒ ก็คือในส่วนของระบบการใช้เงิน แล้วก็การชำระเงินหรือว่า Payment System ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นการดำเนินการโดยใช้โครงการ Platform เรียกว่า เป็น Payment Platform ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีเองก็ได้มีมติให้ทาง สพร. หรือ DGA ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นระบบการใช้จ่ายก็ดี ระบบการชำระเงินก็ดี ที่เราเรียกกันว่า Clearing and Settlement นั่นหมายความว่าระบบการชำระบัญชี ระหว่างบัญชีของประชาชน แล้วก็บัญชีของร้านค้า ที่ธนาคารมีการรับชำระเงิน ซึ่ง ณ ตอนนี้เราเริ่มที่จะได้ยินแล้วครับว่า จะเป็นในระบบ Open Loop นั่นหมายความว่า Application ตรงนี้สามารถที่จะอนุญาตให้สถาบันการเงิน หรือว่า Non Bank ก็แล้วแต่สามารถที่จะเชื่อมต่อเข้ามาเพื่อที่จะมีการชำระเงินได้ ระบบ การชำระเงินให้กับผู้ประกอบการร้านค้าก็จะมีเงื่อนไขต่าง ๆ เข้ามา มีการตรวจสอบร่วมกับ ทางด้านสรรพากรด้วย รวมถึงมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานงบประมาณแล้วก็ การเบิกจ่าย แล้วก็จะมีการเรียกว่า กระทบยอด ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Reconcile กันนะครับ เรื่องของความถูกต้องในเรื่องของการเบิกจ่าย ทั้งนี้เราเห็นแล้วครับว่าทางด้านรัฐบาล ก็มีการวางแผนที่ชัดเจนในเรื่องของระบบการใช้จ่ายระหว่างประชาชนเอง หรือว่าระบบ กับทางด้านร้านค้าที่ผมพูดเมื่อสักครู่ว่าจะเปิดไว้ที่จะให้ทางด้านสถาบันการเงินมาเชื่อมต่อ ที่เรียกว่า Open Loop System แต่อย่างไรก็ตามมันยังมีในส่วนอื่น ๆ ที่ประชาชนเอง ยังสอบถามเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นทางผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือเพื่อนสมาชิกอื่น ๆ ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งยังไม่สามารถที่จะตอบได้อย่างเต็มปาก ฉะนั้นวันนี้ก็เลยอยาก ที่จะขออภิปรายเพื่อที่จะให้ทางด้านรัฐบาลโดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้กรุณาชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน โดยทั้งนี้ Application ที่เราพูดถึงว่าจะเรียกเป็น Super Application อะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้อย่างที่บอกว่าทางรัฐดำเนินการในเรื่องของการยืนยันตัวตน การลงทะเบียน แต่ ณ วันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีอีก Application อันหนึ่งที่ต้องโหลดมา ในเรื่องของการชำระเงินหรือเปล่า หรือพูดง่าย ๆ ว่าเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จะส่งเข้ามาให้กับ ทางด้าน Application อะไรอีกหรือเปล่า หรือว่าจะใช้ Application ทางรัฐ ตรงนี้ก็ยังไม่มี ความชัดเจน สิ่งที่ประชาชนสอบถามกันเข้ามาเยอะก็คือว่า เขามีความคุ้นเคยกับ Application อันหนึ่งมาหลายปีแล้ว ณ วันนี้ต้องบอกว่าประชาชนใช้ Application นี้ จนเรียกได้ง่าย ๆ ว่าเขามีความคิดถึง คิดถึงเพราะอะไรครับ เมื่อก่อนนี้มีเงินเติมเข้ามา เขาตรวจสอบได้ทันทีง่ายดาย การใช้เงินออกไปก็สามารถดำเนินการได้ง่ายดาย มีความมั่นใจ ว่าระบบมีความเสถียร มี Stability ที่ดี ไม่มีไวรัสอะไรต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาก็เรียนรู้ ที่ผมพูดถึงก็คือคงเป็น Application เป๋าตัง Application นี้ต้องเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ที่ผ่านมานี้มีผู้ใช้งาน มีผู้ลงทะเบียน มีผู้โหลดเข้ามา ในมือถือแล้ว ๔๐ กว่าล้านคน ตัวเลขนี้ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะครับ ถ้าจะบอกว่าจะให้ ลงทะเบียนให้เสร็จภายในระยะเวลากี่วัน ต้องบอกว่า ๔๐ กว่าล้านคนตอนนั้นทุ่มสรรพกำลัง ของทั้งรัฐและเอกชนมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นคุณป้า คุณตา คุณยาย เดินทางไปที่สถาบัน การเงินสาขาของธนาคารของรัฐเพื่อที่จะให้โหลดแล้วก็จิ้มทีละตัว ๆ จนกระทั่งเขามี Application เป๋าตังนี่มาอยู่ในมือถือของเขา และ ณ วันนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้จ่ายอย่างเดียว แม้กระทั่งในส่วนของร้านค้าเองก็ยังมีความคิดถึง Application เป๋าตังเช่นเดียวกัน เพราะว่า ประชาชนเองเขาเข้าใจว่าจะต้องใช้อย่างไร โดยที่ว่าไม่ต้องมานั่งอธิบายเพิ่มเติม ระบบก็สามารถที่จะรับการลงทะเบียนได้อย่างแน่นอนว่า พร้อมกันหลาย ๆ ล้านคน ในทีเดียวเลย มีระบบการยืนยันตัวตนแล้วก็สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ล่ม ที่ผ่านมามีการใช้เงินผ่านโครงการของรัฐมาแล้วมากมาย พูดง่าย ๆ ว่า มีการทดสอบระบบไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการเราชนะ โครงการ ม. ๓๓ เรารักกัน เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เรียกว่า Popular ที่สุด ประชาชนถามหามากที่สุด ก็คือโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา ดำเนินการมาแล้ว ถึง ๕ เฟส ๕ ครั้ง ลงทะเบียนกันตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ช่วงระยะเวลา ที่ผ่านมานี้มีประชาชนใช้ผ่าน Application เป๋าตัง ในการใช้จ่ายเงินถึงเกือบ ๒๗ ล้านคน ที่ใช้จริง วงเงินครับท่านประธานไม่ใช่น้อยเลย Application นี้ได้มีเงิน Transaction ผ่านไปแล้วถึง ๒๓๔,๕๐๐ กว่าล้านบาท มันเป็นสิ่งที่แน่นอนครับ ยืนยันว่าเราสามารถ ที่จะดำเนินการอย่างไรได้หรือไม่ในอนาคตที่จะถึงนี้ ทำในส่วนของ Application เป๋าตัง Expand ขยาย Add-on อันนี้คือภาษาทางด้านที่เกี่ยวกับทางด้าน Software ที่เขารู้จักกันดี Application ที่เรามีอยู่แล้ว สามารถที่จะลดในเรื่องของการที่ต้องไปฝึก ไปสอน ไปทำ ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชน แน่นอนที่เขาเรียกว่า Digital Literacy อย่างซ้ำซ้อน และแน่นอนที่สำคัญก็คือที่เขาเรียกกันว่า Learning Curve การเรียนรู้จากประสบการณ์ ตัวเองที่ผ่านมา มันเป็นสิ่งบ่งบอกให้เกิดความมั่นใจในอนาคตว่า ถ้ามีการได้เงินมา ๑๐,๐๐๐ บาท แล้ว Application นี้สามารถที่จะรองรับได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ Open Loop System หรือไม่ก็ตาม นี่คือสิ่งที่ประชาชนถามหาและผมเองก็ยัง ไม่สามารถที่จะตอบได้เต็มปากว่า นั่นสิทำไม แล้วทำไมรัฐบาลถึงไม่ใช้ Database ก็มีในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของประชาชนกว่า ๒๐ กว่าล้านคนในส่วนของฝั่งที่ต้องใช้เงิน กับในส่วน ที่อีกกว่า ๒๐ ล้านคนที่ใช้ในส่วนของร้านค้า มี ๒ ฝั่งกว่า ๔๐ กว่าล้านคน สามารถที่จะทำได้ หรือไม่ นี่เป็นข้อเสนอแนะที่อยากให้ท่านประธานได้กรุณาให้ทางด้านรัฐบาลได้ไปพิจารณา หรือถ้าเกิดสามารถที่จะอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่ได้ไป Add-on ไม่ได้ไปเพิ่มเติม หรือว่าไปต่อยอดกับ Application เป๋าตัง ก็จะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นในความโปร่งใส ของการใช้งบประมาณในการเดินหน้า เพื่อความมั่นใจว่าโครงการนี้จะไม่เป็นอุปสรรคกับ ประชาชน ในการที่จะต้องไปทำความเข้าใจใหม่หมด เอาละ เราเข้าใจว่าโครงการนี้ จะลงทะเบียนโดย Application ทางรัฐ แต่ถ้าเรามี Application เดียว เป๋าตังสามารถทำได้ ทั้งหมดเลย ลงทะเบียน ยืนยัน แถมใช้จ่ายได้ทั้งหมด จนกระทั่งสุดท้ายไม่ว่าจะกี่รอบก็ดี ตามที่รัฐบาลออกแบบ หรือ Design เอาไว้ เอาไปทำ Application เป๋าตังได้หรือไม่ นี่คือ คำถามที่มีประชาชนสอบถามมามากมายและผมขออนุญาตที่จะอภิปราย เพื่อที่จะให้เกิด ความชัดเจน ให้ทางด้านรัฐบาลได้กรุณาชี้แจงด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน