ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซักถามถึงความคืบหน้าและความชัดเจนในการดำเนินโครงการ Digital Wallet โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความล่าช้า ความไม่สอดคล้องของระบบ และความโปร่งใสในกระบวนการจัดทำ TOR การประกาศผู้ชนะประมูล และแหล่งงบประมาณ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงความพร้อมของระบบลงทะเบียน ระบบการชำระเงิน ขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความโปร่งใส โดยย้ำว่าหากไม่มีความชัดเจนเพียงพอ จะไม่สามารถให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ผมสังเกตว่าท่านก็นั่งอยู่ ในห้องประชุมแล้วก็พยายามชี้แจงเพื่อนสมาชิกตลอดนะครับ แต่ก็แอบเสียดายเล็กน้อย พอดีท่านใช้สิทธิชี้แจงก่อนที่ผมจะอภิปราย ก็เกรงว่า ๔ คำถามที่วันนี้ผมอยากจะเตรียมมา ถามผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีทุกท่านครับ ก็อยากจะได้คำตอบ ซึ่งท่านอาจจะ เก็บสิทธิการชี้แจงไว้กับเพื่อนสมาชิกหรือหลายท่านแล้วค่อยตอบผมทีเดียวก็ได้นะครับ แต่อยากยืนยันเพื่อให้เกิดความชัดเจนที่เราจะใช้ในการประกอบการตัดสินใจ การโหวตรับ หรือไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปี ๒๕๖๗ ๑.๒๒ แสนล้านบาท ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ถูกต้องเลยครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกี่ยวข้องกับโครงการ Digital Wallet อย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น คำถามที่ผมจะมาถามทั้ง ๔ คำถามในวันนี้ครับ เป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ โครงการ Digital Wallet ซึ่งถึงแม้อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับแหล่งงบประมาณตามร่าง พระราชบัญญัติเพิ่มเติมรายจ่ายฉบับนี้โดยตรง แต่เกี่ยวกับการที่เราจะใช้เป็นเหตุผล ในการตัดสินใจว่าจะโหวตรับหรือไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ นั่นก็คือในส่วนของ การพัฒนาระบบ ที่เราเรียกกันว่า Application ทางรัฐ Super Application ที่ท่านจะทำ ระบบการลงทะเบียนและระบบการชำระเงิน ขออนุญาตนำสไลด์ขึ้นนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ จากแผนภาพ Timeline ในการพัฒนาระบบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Digital Wallet ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดทั้งหมด แต่จะขอลงรายละเอียดเฉพาะส่วนที่มีสาระสำคัญ ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้ครับ พวกเราทราบดีกันครับว่าไม่กี่วันก่อน ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการ Post ผ่าน Platform X ว่าวันที่ ๑ สิงหาคม ทั้งประชาชนและ ร้านค้าจะสามารถลงทะเบียนพร้อมกันทั่วทั้งประเทศได้ แต่ทุกท่านครับ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม เพิ่งมีการประกาศผู้ชนะการประกวดราคาในโครงการพัฒนาระบบการลงทะเบียนสำหรับ ร้านค้า ซึ่งได้ผู้ชนะการประมูลคือ บริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด ไม่กี่วันก่อนหน้านี้อีกเช่นเดียวกัน มีการรายงานข่าวออกมา ขอสไลด์ถัดไปนะครับ ที่บอกว่าบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูลในส่วนของระบบอีกระบบหนึ่ง ซึ่งเราคาดเดาว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน แต่ปรากฏว่าบริษัทออกมาชี้แจงผ่านหน้า Facebook Page ของบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันก่อนนี้เองครับ ที่บอกว่าโครงการที่บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลไปนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับโครงการ Digital Wallet เลย เพราะฉะนั้น ตอนนี้มีความชัดเจนแล้วว่าโครงการการพัฒนาระบบการชำระเงิน Digital Wallet ปัจจุบัน ยังไม่ได้ผู้รับจ้าง ขออนุญาตไปสไลด์ถัดไปครับ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เราก็อาจจะได้ยินรายงานข่าว เช่นเดียวกันครับท่านประธาน จากสำนักข่าวบางสำนักที่ออกมาให้ข่าวว่าทางรองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการของ สพร. หรือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลนั้น ออกมาให้ข่าวว่า เชื่อมั่นได้ครับ เพราะระบบการลงทะเบียนของประชาชนทั่วไป ระบบ Application ทางรัฐนั้น พัฒนาเสร็จมาก่อนหน้านี้ ๓-๔ ปีแล้ว ที่เราเรียกกันว่าระบบ KYC
ท่านประธานครับ ผมอยากถามเพื่อนสมาชิกรวมถึงท่านรัฐมนตรีครับ ๓-๔ ปี ก่อนหน้านี้เรามีการกำหนดเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ Digital Wallet ของประชาชน ทั่วไปแล้วหรือครับ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขในเรื่องที่ว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุครบ ๑๖ ปี บริบูรณ์ขึ้นไป มีรายได้ไม่เกิน ๘๔๐,๐๐๐ บาทต่อปี หรือมีเงินฝากไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นคำชี้แจงแบบนี้จาก สพร. ผมคิดว่ายังไม่ชัดเจนเพียงพอ นำมาสู่คำถามแรกครับ เป็นคำถามเบา ๆ คำถามแรก อีก ๒-๓ ข้อที่เหลืออาจจะเริ่มหนักขึ้นนิดหนึ่งนะครับ ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีครับว่า ในส่วนของระบบการลงทะเบียนสำหรับประชาชนนั้น ที่จะต้องมีการตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ Digital Wallet ท่านดำเนินการ พร้อมแล้วตามคำแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีผ่าน Platform X แล้วใช่ไหม ถ้าใช่ ท่านทำ ภายใต้โครงการใด ใช้แหล่งงบประมาณใด และบริษัทใดเป็นผู้รับจ้างครับ ทุกวันนี้เรายังไม่มี ความชัดเจนในส่วนนี้นะครับ เพราะว่าที่เราเห็นก็คือเฉพาะในส่วนของระบบการลงทะเบียน ร้านค้า ขอสไลด์ถัดไปนะครับ ระบบการลงทะเบียนร้านค้าทำไมถึงมีความชัดเจนครับ เพราะว่ามีการประกาศผู้ชนะการประมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ของ สพร. ในวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่เราได้ผู้รับจ้างก็คือ บริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด แต่ปัญหาของโครงการนี้ก็จะนำมาสู่ คำถามที่ ๒ ที่ผมจะเกริ่นนำเล็กน้อยก่อนตั้งคำถามต่อท่านรัฐมนตรีนะครับ เราลองไปดูไส้ใน ใน TOR ครับท่านประธาน ใน TOR ฉบับนี้มีการระบุเงื่อนไขหรือ Spec ของระบบไว้ อย่างมากมายมหาศาล ทั้งในส่วนของการออกแบบระบบตามข้อ ๔.๒.๑ ใน TOR ครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ผู้รับจ้างจะต้องมีการออกแบบระบบเพื่อรองรับการตรวจสอบ ยืนยันข้อมูลร้านค้า รวมไปถึงการออกแบบระบบในส่วนอื่น ๆ และมากไปกว่านั้นครับ ผู้รับจ้างจะต้องรองรับการพัฒนาระบบด้วย ฟังไม่ผิดนะครับ รองรับการพัฒนาระบบด้วย ซึ่งต้องพัฒนาระบบให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้ นอกเหนือไปจากนี้ครับ ใน Spec หรือ TOR ฉบับนี้ ขอสไลด์ถัดไปไปที่จำนวน User นะครับ มีการระบุไว้ อย่างชัดเจนครับว่า ระบบจะต้องสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ User ในเวลาเดียวกัน เป็นระบบที่ใหญ่มากนะครับ ๕๐,๐๐๐ ผู้ใช้งานในเวลาเดียวกัน
สุดท้ายครับที่ผมคิดว่า Spec ใน TOR ฉบับนี้มีความสลับซับซ้อน ก็คือ มีการกำหนดว่าผู้รับจ้างจะต้องช่วยพัฒนา Mini App ครับ ไม่ใช่ Super App นะครับ Mini App การลงทะเบียนร้านค้าที่เชื่อมเข้าสู่ Super App ทางรัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถ ลงทะเบียนร้านค้าผ่าน App ทางรัฐได้ จากทั้งหมดทั้งมวลที่ผมกล่าวไปนี้ครับ อาจจะฟังดู เป็นศัพท์เทคนิค ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่ผมอยากจะตั้งคำถามท่านรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ครับ ตามกำหนดเงื่อนไขระยะเวลาส่งมอบและเงื่อนไขต่าง ๆ ใน TOR ระบุไว้อย่างชัดเจน ว่าผู้รับจ้างจะเริ่มทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีการลงนามในสัญญาแล้ว เราประกาศชนะประมูลเมื่อไร นะครับ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ผมให้อย่างเก่งครับ สพร. ลงนามในสัญญาวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ตามกำหนดเงื่อนไขใน TOR ครับ ผู้รับจ้างทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ ทำงาน ๙ ชั่วโมงต่อวันครับ ที่ผมขีดเส้นใต้ ท่านคิดว่านับจากวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ทำเฉพาะ วันในเวลาราชการจนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ท่านคิดว่าผู้รับจ้างจะสามารถพัฒนา ทดสอบ และติดตั้งระบบจนพร้อมใช้ได้จริงหรือครับ เพื่อให้วันที่ ๑ สิงหาคมนี้ ระบบลงทะเบียน สำหรับร้านค้าสามารถทำงานได้แบบที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศผ่าน Platform X ผมไม่เชื่อครับท่านประธาน อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบว่า ในประเทศนี้มีผู้รับจ้างรายใด ที่มีความสามารถขนาดนั้น ซึ่งแน่นอนเราได้ บริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด เป็นผู้พัฒนาระบบ แล้วทำไมเขาถึงกล้าที่จะรับความเสี่ยงขนาดนี้ เพราะเงื่อนไขใน TOR ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ย่อมมีเงื่อนไขระบุครับว่า ถ้าเขาเข้ามาพัฒนางานระบบใหญ่ ระบบเผาขนาดนี้ แล้วระบบ มีปัญหา เขาต้องมีส่วนรับผิดชอบในโครงการดังกล่าว ดังนั้นผมเชื่อว่ามันมีคำตอบเดียวครับ ที่วันนี้อยากได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรีครับ
ก็คือคำถามในข้อที่ ๒ ที่อยากจะถามว่า รัฐบาลนี้ละได้ร่วมพัฒนาระบบ ร่วมกับ บริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด มาก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้วใช่หรือไม่ ถ้าใช่ครับ พวกผมจะได้สบายใจว่าจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นงานเผา งานลวก ทำงานแค่ไม่กี่สิบวัน แต่ทำมา หลายเดือนแล้ว เราก็จะได้มีความเชื่อมั่น เชื่อใจมากขึ้นว่าบริษัทนี้สามารถที่จะพัฒนาระบบ การลงทะเบียนได้อย่างมีความมั่นคง ปลอดภัย เพียงพอ และสามารถรองรับจำนวน User มากมายมหาศาลได้
นอกจากเรื่องการพัฒนาระบบการลงทะเบียนครับ ไปดูกันต่อที่ระบบ การชำระเงินครับท่านประธาน ตามมติ ครม. ในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ พวกเรา ทราบกันดีว่าระบบการชำระเงินนี้ต้องเป็นระบบแบบ Open Loop คือเปิดให้ Non-Bank หรือสถาบันทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธนาคารสามารถเข้าร่วมโครงการได้ด้วย ซึ่งจากคำชี้แจง ของ สพร. เช่นเคยครับ ได้เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า สำหรับระบบโครงการการพัฒนาระบบ การชำระเงิน TOR ยังไม่เสร็จครับท่านประธาน อยากจะถามรัฐบาล อยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีครับ วันนี้ TOR ยังไม่เสร็จ กี่วันท่านยกร่าง TOR เสร็จ กี่วันท่านประกาศ TOR เพื่อสอบราคากลาง กี่วันที่ท่านได้ราคากลางแล้ว ท่านจะไปประกวดราคา e-Bidding กี่วันที่ได้ e-Bidding แล้ว ได้ผู้ชนะแล้วเซ็นสัญญา เซ็นสัญญาเสร็จพัฒนาระบบ ทดสอบ ระบบจนเปิดให้พร้อมใช้ทันไตรมาสที่ ๔ ของปีนี้ ผมอยากจะถามจริง ๆ ครับว่า วันนี้ TOR ไม่เสร็จ ระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญมากกว่า มีความปลอดภัยต้องมากกว่าด้วย จะทำได้ทันจริงหรือครับ นี่จึงเป็นคำถามครับ ที่วันนี้พอร่าง TOR ยังไม่ออก เราไม่เห็น Spec ข้างใน ตอบไม่ได้ครับ แบบที่ผู้ว่าแบงก์ชาติทำหนังสือไปยังคณะกรรมการ Digital Wallet เพื่อสอบถามว่า แล้วการทดสอบระบบให้มีความน่าเชื่อถือได้มาตรฐานสากลจะทำอย่างไร การตอบสนองต่อเหตุไม่คาดฝันตกลงจะมี Call Center หรือไม่ รวมจนถึงการแสดงแผนผัง Blueprint ของระบบ แสดงสถาปัตยกรรมการออกแบบระบบ ทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วน เชื่อมั่นได้ตรงกันว่าระบบนี้มีความโปร่งใสและมีความมั่นคงปลอดภัยเพียงพอ
ดังนั้นครับ จึงนำมาสู่ ๒ คำถามสุดท้ายตามสไลด์หน้านี้ ที่ผมจะส่งคำถาม ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ คำถามข้อแรกใน ๒ คำถามสุดท้ายนั้นก็คือ สำหรับ ในส่วนของการพัฒนาระบบการชำระเงิน หรือ Payment Platform ที่ถึงแม้วันนี้ สพร. จะยังชี้แจงว่าร่าง TOR ยังไม่เสร็จ แต่ผมอยากได้ความเชื่อมั่น เชื่อใจจากรัฐบาลครับ อยากให้รัฐมนตรีออกมายืนยันในที่ประชุมแห่งนี้ครับว่า รัฐบาลได้มีการพัฒนาระบบ การชำระเงินร่วมกับผู้รับจ้างอยู่แล้วในขณะนี้ เพื่อให้เสร็จทันไตรมาสที่ ๔ คู่ขนานไปพร้อม กับการทำกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
คำถามอีกข้อหนึ่งข้อสุดท้ายครับ ผมคิดว่าคำถามนี้รัฐบาลห่างหายไปจาก คำชี้แจงครับ ผมอยากให้ท่านยืนยันชัด ๆ วันนี้อีกครั้งครับว่า ตกลงแล้วรัฐบาลยังยืนยัน ใช่หรือไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นในโครงการ Digital Wallet แบบเบื้องหลังทุกธุรกรรม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ทุกคนสามารถตรวจสอบ ได้ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการดังกล่าวนโยบายนี้เงินไปหมุนอยู่ที่ใคร เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ
ดังนั้นครับท่านประธาน ผมอยากจะปิดท้ายสรุปการอภิปรายในครั้งนี้ว่า อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ถ้าท่านตอบว่าใช่ งานหลาย ๆ ภาคส่วน ท่านบริหารงานเป็นครับ ท่านคุยกับผู้รับจ้างมาก่อน มีการพัฒนาระบบการลงทะเบียน ระบบการชำระเงินมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ต้องห่วง เสร็จทัน ๑ สิงหาคมแน่นอน ไม่ต้องห่วง ไตรมาส ๔ สามารถชำระเงินได้แน่นอน พวกผมก็จะสบายใจแล้วก็จะไปพิจารณาความเหมาะสม ในส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่อไป แต่ถ้าวันนี้ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ ดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้เลย สุดท้ายทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รอได้ผู้รับจ้างก่อนถึงจะเริ่มพัฒนาระบบ ผมฟันธงได้เลยครับ เฉพาะระบบลงทะเบียน ที่อย่างเร็วที่สุด ท่านน่าจะเริ่มลงนามในสัญญาวันที่ ๑๒ กรกฎาคม เสร็จไม่ทัน ๑ สิงหาคม แน่นอน รวมจนถึงระบบการชำระเงินด้วยที่วันนี้ยังไม่มี TOR ดังนั้นถ้าวันนี้ท่านรัฐมนตรี ไม่ให้ความชัดเจนในส่วนนี้ ผมก็คิดว่าผมไม่สามารถที่จะรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ