สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือถึงประโยชน์ของโครงการ Digital Wallet ที่ช่วยยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของไทยที่ยังมีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลต่อการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและขาดแคลนแรงงานมีทักษะสูง โดยเน้นย้ำว่ามีเพียง 28 เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่มีทักษะดิจิทัล จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาผ่านโครงการ Digital Wallet และการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในยุคดิจิทัล
ท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ นอกจากความจำเป็นและประโยชน์ต่าง ๆ ของโครงการ Digital Wallet เพื่อมุ่งการแก้ไขปัญหาวิกฤติประเทศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนรากหญ้า และจุดประกายความฝัน สร้างความหวังของประเทศไทยอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ประโยชน์อีกส่วนหนึ่ง ที่ดิฉันจะพูดถึงนั่นคือโครงการนี้ค่ะ จะช่วยยกระดับพัฒนาทักษะให้ประชาชนในการรับรู้ และเข้าใจเรื่องของดิจิทัลได้อีกด้วย ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้ามากมาย แต่ประเทศไทย ของเรายังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะเนื่องจากความเข้าใจ ทางเทคโนโลยีของประชาชนยังอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยกว่าที่ควรค่ะ ดิฉันขออ้างอิงข้อมูลจาก The International Institute for Management Development หรือ IMD ค่ะ ที่ได้ระบุว่า ไทยมีจำนวนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีเพียงแค่ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านค่ะ อย่างเช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีบุคลากรทางเทคโนโลยีที่สูงกว่าไทยถึง ๓ เท่า ทั้งนี้จากการจัดอันดับความสามารถ ในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทย หรือ Digital Competitiveness Ranking ในปี ๒๐๒๓ พบว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๓๕ จาก ๖๔ ประเทศ ถ้าหากฟังดูแล้วก็ค่อนข้างไกลเลย ทีเดียวนะคะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราตามหลังประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ที่ปัจจุบันนี้อยู่ที่อันดับ ๓ และประเทศไต้หวันอยู่ที่อันดับ ๙ ฮ่องกงอยู่ที่อันดับ ๑๐ ค่ะ และมาเลเซียค่อนข้างใกล้เราหน่อย คือลำดับที่ ๓๓ ค่ะ การที่ประเทศไทยของเรามี Digital Competitiveness Ranking ที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเรา หลายด้านด้วยกันค่ะ ซึ่งวันนี้ดิฉันจะขอยกตัวอย่างที่สำคัญ ๒ ประการด้วยกันค่ะ
ข้อแรก ปัญหาของการดึงดูดนักลงทุนจะทำได้น้อยค่ะ เพราะนักลงทุน ก็จะมองหาประเทศที่มีศักยภาพและความสามารถทางเทคโนโลยีสูง ซึ่งการที่ประเทศไทย ของเราอยู่ในลำดับที่ไม่ค่อยดีนักจึงทำให้เราเสียเปรียบในการดึงดูดนักลงทุนจากบริษัท เทคโนโลยีขนาดใหญ่ เพราะบริษัทเหล่านี้มักเลือกที่จะลงทุนในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐาน ทาง Digital ที่แข็งแกร่งและบุคลากรที่มีทักษะสูง
ข้อ ๒ ไทยมีบุคลากรที่มีความรู้และทักษะทางด้านเทคโนโลยีเพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการขาดบุคลากรที่สามารถตอบสนองความต้องการ ของตลาดแรงงานในยุคนี้ นั่นคือยุคแห่งดิจิทัลธุรกิจในประเทศไทยของเราจึงไม่สามารถ เติบโตและรวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในบ้านเราก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเทคโนโลยีของเราจึงเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องจริงจัง ซึ่งถือเป็นความท้าทายมาก ๆ ค่ะ ถ้าหากเราต้องการจะมีที่ยืนและอยากจะแข่งขันในโลก ดิจิทัลกับคนอื่นนั้น จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องเร่งแก้ไข ถ้าหากเราไม่พัฒนาค่ะ ยังคงอยู่แบบนี้ ต่อไป ประเทศไทยของเราก็จะถูกลืม ถูกทิ้งไปทีละเล็กทีละน้อย จนสุดท้ายแล้ว ก็จะกลายเป็นคนตกยุคค่ะ ที่ไม่สามารถจะตามใครได้ทัน ลองมาดูประเทศเพื่อนบ้าน ของเรานะคะ ดิฉันจะยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ค่ะ ที่ปัจจุบันนี้ก้าวขึ้นมาอยู่ที่อันดับต้น ๆ ของโลกก็เพราะรัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลมาก เมื่อปี ๒๐๒๐ ที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้มีการจัดโครงการ Singapore Digital ที่มุ่งเน้นการพัฒนา เทคโนโลยีและการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้กับประชาชน ทำให้สิงคโปร์ประสบผลสำเร็จมี บุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นวันนี้โครงการ Digital Wallet จะ เป็นโอกาสและจะเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของประชาชนคนไทย หรือพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยค่ะ โครงการนี้จะทำให้ประชาชนเข้าใกล้ชิดกับคำว่า ดิจิทัล มากขึ้น พี่น้องหลาย ๆ คนพยายามที่จะปฏิเสธการเข้าสู่ระบบดิจิทัล แต่ความเป็นจริงนั้น เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงโลกแห่งดิจิทัลได้ ทางกลับกันค่ะ เราควรใช้มันให้เกิดประโยชน์ กับเรามากที่สุด การใช้เงินดิจิทัลจะช่วยให้ประชาชนได้เรียนรู้และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เมื่อวันนี้ค่ะโลกของเราเปลี่ยนไป นั่นหมายถึงเราต้องปรับตัวค่ะ เมื่อเราวิ่งตามโลกเราต้องวิ่ง และวิ่งให้ทัน โครงการ Digital Wallet นี้จะสอดคล้องกับนโยบายที่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมกำลังผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Coding for Better Life สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือรวมไปถึงการเสริมสร้างทักษะความรู้ด้าน Digital ให้กับผู้สูงวัย และอีกหลาย ๆ โครงการ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และในอนาคตนี้การเข้าถึงนโยบายของรัฐบาล พี่น้องประชาชนจะต้องใช้ เทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่ออะไรคะ ก็เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย อย่างเช่นนโยบาย Telemedicine ที่เราจะสามารถพบหมอทางไกล ทำให้เราสามารถเข้าถึง การปรึกษาหาหมอออนไลน์ได้ หรือรวมไปถึงการศึกษาทุกที่ ทุกเวลา ที่จะนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในระบบของการศึกษา ที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดเป็นโครงการที่สำคัญ เพื่อทำให้ไทย ของเรามุ่งสู่การเป็น Digital Economy Hub หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลมีเทคโนโลยี ที่ทันสมัยค่ะ และมีความพร้อมสู่อนาคตแบบองค์รวม เราจะสามารถเชิดหน้าชูตาแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแน่นอนค่ะ บางคนอาจจะสงสัยเรื่องของจำนวนเงิน และมีหลาย เสียงสะท้อนบอกว่า ถ้าแค่อยากจะให้ประชาชนมาคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยี จำเป็นหรือที่ จะต้องใช้เงินถึง ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันขอเรียนทุกท่านค่ะ ขนาดของเงินในระบบที่จะ กระตุ้นให้ประชาชนให้เกิดการมีส่วนร่วมอยากที่จะเข้ามาสู่ระบบดิจิทัลนั้นมีความสำคัญ อย่างยิ่ง เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทของแต่ละคนไม่เท่ากันนะคะ คนบางคนไม่เคยได้จับเงินหมื่น ย้ำอีกครั้งนะคะว่าเป้าหมายของเราวันนี้ต้องการให้ประชาชนเข้าสู่ระบบดิจิทัลให้มากที่สุด ถ้าหากเราใช้เงินจำนวนน้อยกว่านี้นั้น อาจจะไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ ระบบดิจิทัลกับเราได้ การใช้ Digital Wallet จะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนเข้าใกล้คำว่า ดิจิทัล มากขึ้น ต่อไปนี้ประชาชนจะตั้งวงสนทนาเรื่องของเทคโนโลยี เริ่มเข้าสู่การใช้ Smartphone เริ่มหัดที่จะเขี่ยมือถือแล้วค่ะ นี่คือการแทรกซึมเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย ต่อมาประชาชนจะ เริ่มหัด Download Application ด้วยตนเอง และนำสู่การชวนกัน Download Application ที่ครบวงจร ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นมา นั่นคือ Application ที่เรียกว่า Application ทางรัฐค่ะ ซึ่ง Application นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน ซึ่งไม่เพียงแต่จะใช้กับ โครงการ Digital Wallet เท่านั้นนะคะ แต่ Application ทางรัฐนี้ยังจะต่อยอด จะช่วยให้ รัฐบาลสามารถกระจายสวัสดิการต่าง ๆ ไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จากปกติที่ พี่น้องประชาชนต้องรับเงินที่ศาลากลางบ้านหรือใช้ให้ลูกให้หลานไปกดที่ตู้ ATM แต่ต่อไปนี้ไม่ว่า จะเป็นการช่วยเหลือในช่วงวิกฤติ หรือสวัสดิการผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพ อุดหนุนเด็กแรกเกิด ช่วยเหลือจากรัฐ ประกันสังคม กองทุนการออมแห่งชาติหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ กยศ. ก็ครบจบที่ Application นี้ Application เดียวค่ะ นอกจากนี้นั้น ยังไม่พอ นะคะ พี่น้องประชาชนยังจะสามารถขอเทียบวุฒิเช็กสิทธิรักษาพยาบาล รวมถึงแจ้งเหตุ คดีความต่าง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกรวมไว้ที่ Application นี้ Application เดียว เรียกว่าครบ จบที่นี่ที่เดียวของแท้ค่ะ วันนี้แผ่นดินไทยของเราเป็นแผ่นดินที่แห้งแล้ง ผู้คนต่างมีกระบอกน้ำ แต่เราขาดน้ำค่ะ เศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีนัก โครงการ Digital Wallet จึงเปรียบเสมือนโครงการที่ รัฐบาลจะเติมน้ำให้กับประชาชนคนละเท่า ๆ กัน และจะทำให้พวกเราทุกคนช่วยกันเทน้ำ รดลงต้นไม้ในพื้นที่ของตน ซึ่งจะทำให้ประเทศรอดพ้นจากผืนดินที่แห้งแล้งที่เป็น อยู่ในขณะนี้ค่ะ และจะสามารถปลูกพืชปลูกผลได้อย่างยั่งยืนในอนาคต กระบอกน้ำ กระบอกนี้จะเป็นกระบอกน้ำที่มีประสิทธิภาพ คือเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้นั้นไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป ให้ทุกคนได้ไปจับจ่ายใช้สอย รดน้ำในพื้นที่ของตนเอง นั่นหมายถึงให้ ใช้จ่ายในพื้นที่ที่ตนอยู่อาศัย เมื่อทุกคนช่วยกันรดน้ำอย่างทั่วถึง ทุกหย่อมหญ้า การเจริญ งอกงามของต้นไม้ การชุ่มชื้นของแผ่นดินก็จะสวยงามไปพร้อมเพรียงกันค่ะ ท่านประธาน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านคะ โครงการ Digital Wallet นี้ไม่ใช่เพียงนโยบายแจกเงิน อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง หรือไม่ใช่การใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น แต่ โครงการนี้เป็นการลงทุนระยะยาวในการพัฒนาทักษะ Digital ของประชาชน และสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยั่งยืน เงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้จะเป็นแรงจูงใจ ที่จะดึงดูดให้ประชาชนเดินทางเข้าสู่ระบบดิจิทัลและจะช่วยให้การจัดเก็บภาษีสามารถ มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ ลดการทุจริตและเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศ และที่สำคัญที่สุดค่ะ นี่จะเป็นการสร้างความร่วมมือจากประชาชนทุกคนร่วมกันมาฟื้นฟู เศรษฐกิจไปด้วยกัน เพื่อให้ประเทศไทยของเราสามารถกลับมายืนได้และแข็งแรงอีกครั้ง มีเศรษฐกิจที่แข็งแรง มีอนาคตที่ยั่งยืนรอเราอยู่ วันนี้ไม่ใช่เพื่อใครค่ะ แต่เพื่อไทยทุกคน เพื่อเราเอง เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อลูกหลานของเรา และที่สำคัญที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชน คนไทยทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ