ซูการ์โน มะทา หารือปัญหาเศรษฐกิจชุมชนที่ซบเซา โดยสนับสนุนร่างงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 และเน้นความสำคัญของมาตรการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและทำให้เงินหมุนเวียนในระดับรากหญ้า โดยมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับกรอบการแก้ปัญหา 3 ระยะของรัฐบาล ทั้งการกระตุ้นท่องเที่ยว ขึ้นค่าแรง และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อสร้างความเท่าเทียมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปราย ร่างพระบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. .... ของรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในมุมมองต่าง ๆ ก็อยากเรียนฝากผ่านท่านประธานว่า ในฐานะที่พรรคประชาชาติเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ผมเห็นว่าการทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ เพื่อไปขับเคลื่อนนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนโยบายที่ทาง พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยได้สัญญากับพี่น้องประชาชน ผมถือว่า นั่นเป็นสัญญาที่รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน จะต้องทำตามนโยบายที่พูดไว้กับประชาชน ท่านประธานครับ นโยบายแจกเงิน Digital ๑๐,๐๐๐ บาท จะเป็นการกระตุ้น เป็นการปั๊มหัวใจของเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเราทราบดีนะครับ ในรอบ ๑๐ กว่าปีมานี้เศรษฐกิจชุมชนของประเทศเราที่เป็นเศรษฐกิจของชุมชนในระดับย่อย ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจระดับประเทศนั้นได้มีความซบเซามา ฉะนั้นรัฐบาลจึงจำเป็น ที่จะต้องจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งมีวงเงินถึง ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าเราดูระดับแนวคิดนโยบาย ก็คือการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อคน ไปสู่หมู่บ้านนะครับ ผมยกตัวอย่าง ประเทศไทยมีทั้งหมด ๗๕,๐๘๖ หมู่บ้าน ยกตัวอย่าง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส นั้น เป็นจังหวัดที่มีปัญหา เรื่องเศรษฐกิจ มีปัญหาเรื่องของ GDP มีรายได้ต่อครัวเรือนที่ยากจนที่สุด ๓ จังหวัด เรามีทั้งหมด ๓๓ อำเภอ ๒๔๘ ตำบล ๑,๕๓๔ หมู่บ้าน ถ้า ๑ หมู่บ้านมีประชากรอยู่ ๕๐๐ คน และถ้าประชากร ๑ คน ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ตามนโยบายของรัฐบาล เท่ากับว่า ๑ หมู่บ้าน ก็จะมีเงินที่ไปหมุนเวียนอยู่ในหมู่บ้านถึง ๕ ล้านบาท ผมถามว่าในฐานะที่เศรษฐกิจชุมชนนั้น ไม่มีการขับเคลื่อนมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีนั้น ผมคิดว่าผมจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอภิปราย สนับสนุนเห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. .... ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของทฤษฎี เศรษฐกิจชุมชน หรือ Local Economic ก็จะให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจที่พึ่งพา ทรัพยากรในชุมชน โดยเน้นการจ้างงานในชุมชนให้เกิดการหมุนเวียนทั้งเงินทุนและ ทรัพยากรต่าง ๆ ในชุมชนได้มากที่สุด ในส่วนของต้นน้ำผมแบ่งการพัฒนาออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนต้นน้ำก็คือการผลิตสินค้าการเกษตร ส่วนกลางน้ำก็จะเป็นการแปรรูปสินค้า และปลายน้ำ ก็จะเป็นการตลาด ดังนั้นนโยบายเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะผลักดันเศรษฐกิจชุมชนกลับมาฟื้นคืนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งผมเองก็มีเหตุผล ที่อยากอภิปรายสนับสนุนที่เป็นเหตุผลที่ดีของนโยบายเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาทว่ามีอะไรบ้าง
ข้อที่ ๑ เศรษฐกิจในชุมชน เราก็ทราบดีว่าซบเซามาเป็นเวลานาน คล้ายกับ คนที่ป่วยที่ต้องอยู่ในขั้น ICU เนื่องจากอำนาจหรือกำลังในการซื้อของประชาชนมีอยู่น้อย ทำให้ร้านค้ามีรายได้น้อย การหมุนเวียนของเงินก็ไม่ดีเท่าที่ควร อันนี้จึงจำเป็นที่จะต้อง เติมเงินเพื่อให้เป็นออกซิเจนไปช่วยคนที่ป่วย คือพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ข้อที่ ๒ ปัจจุบัน GDP ของประเทศเราก็ทราบกันดีนะครับว่าอยู่ประมาณ ๑๘ ล้านล้านบาท ซึ่งตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็เฉลี่ยอยู่ประมาณ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่อยู่ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เติบโตปีละ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าเรายังไม่มี การกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยจะเติบโตอยู่ในระดับ ๓.๕ อย่างที่ต้องการได้อย่างไร
ข้อที่ ๓ การใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ในรัฐบาล ที่ผ่านมา ตั้งแต่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ก็ใช้เงินมิยาซาวา เงินนอกงบประมาณ มายุคของคุณอภิสิทธิ์ก็มีการแจกเช็คเงิน ๒,๐๐๐ บาท มายุคของท่านประยุทธ์ก็มีการแจกเงิน มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินถึง ๑.๕ ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านระบบราชการ ผ่านผู้รับเหมาประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท
ข้อที่ ๔ สิ่งที่ผมว่าเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท จะมีผลดีก็คือ ซึ่งการแจกเงิน ดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท จะเป็นการกระตุ้น เป็นการปั๊มหัวใจของเศรษฐกิจของชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศให้พลิกฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง โดยทำให้เงินสดหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ ฐานรากของเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน ยิ่งมีการหมุนเวียนเงิน ในชุมชนหลาย ๆ รอบ ก็จะทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับอีกครั้งหนึ่ง
ข้อที่ ๕ ตัวอย่างหมู่บ้านหนึ่งที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ว่า มีประชากรอยู่ ๕๐๐ คน และแต่ละคนได้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะทำให้มีเงินเข้าในหมู่บ้าน ๕ ล้านบาท และประชาชนไม่สามารถที่จะใช้เกินจากอำเภอที่กำหนดที่เป็นหลักเกณฑ์ที่ทางรัฐบาล ได้กำหนด ผมคิดว่าเงิน ๕ ล้านบาท ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ ในระดับ SML SMEs ในพื้นที่นะครับ
ข้อที่ ๖ เงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท จะไม่สามารถนำมาเป็นเงินออมได้ ไม่สามารถนำไปใช้หนี้ได้ ไม่สามารถไปใช้โครงการที่เป็นอบายมุข โดยเงินที่เติมให้ในครั้งแรก ๑๐,๐๐๐ บาท จะต้องใช้ภายใน ๖ เดือนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็จะเป็นการหมุนเวียน ของระบบเศรษฐกิจในชุมชนนะครับ
ข้อที่ ๗ ที่ผมว่าเป็นส่วนดีของเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ก็คือเราจะเห็นว่า มีนักวิชาการหลายท่านมีความกังวลในเรื่องเงินนโยบายเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เนื่องจาก ใช้งบประมาณมากกว่า ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่เปรียบเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ ที่เคยทำนโยบายนี้แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่รัฐบาลก็ให้เหตุผลว่าการที่ประเทศเหล่านั้น ไม่ประสบความสำเร็จ ก็เนื่องจากไม่มีมาตรการรองรับหรือนโยบายที่ต่อเนื่องจากการใช้เงิน ดังกล่าว โดยที่ทางรัฐบาลเท่าที่ผมทราบมาก็ได้วางนโยบายว่า เมื่อมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยเงินดิจิทัลในช่วงแรกที่จะทำให้เศรษฐกิจเงินดิจิทัลเศรษฐกิจฟื้นคืนขึ้นมา จากนั้นรัฐบาล ก็จะดำเนินการมาตรการและนโยบายต่าง ๆ หลายประการเพื่อรองรับ เช่น การพัฒนา ศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ การเจรจากับประเทศ เพื่อแสวงหาตลาดใหม่ในผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชน หรือการดำเนินนโยบายอื่น ๆ ควบคู่กัน เช่น การขึ้นค่าแรง การขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี การที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายเงินดิจิทัลก็ถูกรองรับด้วยเงิน โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล
สุดท้าย ข้อที่ ๘ รัฐบาลผมเชื่อว่าได้วางกรอบในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ใน ๓ ระยะที่ผมกล่าวข้างต้น ก็คือระยะสั้น ก็คือการใช้นโยบายเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ระยะกลางก็คือการใช้นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว การขึ้นค่าแรง และในระยะยาวก็คือ การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความสามารถในการแข่งขันที่มากขึ้น เพิ่มขึ้น เท่าเทียมกับ ความสามารถของประเทศไทยให้ติด ทั้งหมดนี้คือเหตุผลหนึ่งที่ผมเห็นด้วยในขั้นรับหลักการ กับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. .... ของรัฐบาล เพื่ออย่างน้อยที่สุดรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคหลายพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้มี การทำสัญญา MOU ว่า สิ่งไหนที่เป็นนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยพูดกับพี่น้อง ประชาชน สิ่งเหล่านั้นก็ต้องขับเคลื่อนให้เป็นผลงานของรัฐบาลได้ ทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่า นโยบายเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและจะเป็น การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมากครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน