เซีย จำปาทอง หารือเรื่องการตรวจสอบและรายงานการเงินของสำนักงานประกันสังคม พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมรายงานข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแก้ไขปัญหาการเงินสมทบที่ค้างชำระของนายจ้างและผู้ประกันตน รวมทั้งการแก้ไขกรณีที่นายจ้างหยุดงานและไม่จ่ายค่าจ้างลูกจ้างตามกฎหมาย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงาน ของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงานประกันสังคม สำหรับสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ เช่นเดียวกับที่ผมเคยได้กล่าวในสภาแห่งนี้ในที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้ง ผมเองอดีตเคยเป็นผู้ใช้แรงงานและเป็นผู้ประกันตนมานานกว่า ๓๐ ปี เคยได้ร่วมผลักดัน ให้เกิดประกันสังคมครบทั้ง ๗ กรณี เพราะตอนที่ผมเพิ่งเข้าเริ่มทำงานใหม่ ๆ ประกันสังคม เพิ่งเริ่มตั้งไข่บังคับใช้เพียง ๔ กรณีเท่านั้น และผมก็เคยได้ใช้สิทธิจากกองทุนประกันสังคม หลายครั้งหลายกรณีเช่นกัน อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณเลขาธิการและตัวแทนสำนักงาน ประกันสังคมที่ให้เกียรติมาร่วมประชุม นำเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ด้วยตัวท่านเอง ไม่เหมือนรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานที่กำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม ที่ผมรอถามกระทู้ถามสดมา ๒ อาทิตย์แล้ว เรื่องปัญหาการเลิกจ้างที่ขยายวงกว้างเรื่อย ๆ แล้วก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังที่ปรากฏเป็นข่าว ท่านก็ยังไม่ให้ความสำคัญต่อสภาแห่งนี้ มาตอบกระทู้ที่ผมจะได้ถามสักที ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่จะตั้ง ข้อสังเกต และอยากสอบถามไปยังสำนักงานประกันสังคม
ประเด็นแรก พอที่จะเป็นไปได้หรือไม่ในวาระรายงานของผู้สอบบัญชีรายงาน การเงินฉบับนี้ที่ท่านมานำเสนอข้อมูล สามารถเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นของปี ๒๕๖๖ เพราะว่าถ้าดูจากหน่วยงานอื่น รายงานประจำปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นปี ของปี ๒๕๖๖ แต่ว่าของสำนักงานประกันสังคมเป็นปี ๒๕๖๕ ซึ่งมันไม่ทันต่อสถานการณ์ ล่าสุด ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกท่านว่าสิ่งที่เราอยากเห็นก็คือข้อมูลล่าสุด และใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เราจึงจะเห็นข้อมูล ที่ใกล้เคียงที่สุดครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ จากเล่มรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินฉบับนี้ ฉบับที่ท่านนำเสนอฉบับนี้ หน้าที่ ๓๕ หมายเหตุ ๗ เงินสมทบค้างรับ จะเห็นได้ว่ามีตัวเลข เงินสมทบค้างรับ กรณีหลายงวดจากนายจ้างและผู้ประกันตนในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๕,๘๘๔ ล้านบาท หากนับรวมกับส่วนผู้ประกันตนโดยสมัครใจและจากส่วนราชการ รวมถึง กิจการที่ไม่แสวงหากำไรจะมีเงินสมทบค้างรับกรณีหลายงวดมากถึง ๖,๒๐๔ ล้านบาท หากแยกตามอายุหนี้ในข้อ ๒ จะพบว่าเงินสมทบที่ค้างชำระไม่เกิน ๑๒ เดือนมีมากถึง ๑,๕๓๓ ล้านบาท ค้างชำระเกิน ๑๒ เดือน แต่ไม่เกิน ๒๔ เดือน ๓๕๐ ล้านบาท ค้างชำระเกิน ๒๔ เดือน แต่ไม่เกิน ๖๐ เดือน มากถึง ๑,๑๔๑ ล้านบาท และค้างชำระเกิน ๖๐ เดือนขึ้นไป มากถึง ๓,๑๗๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เงินสมทบค้างรับจำนวน ๔,๕๐๓ ล้านบาท ซึ่งหนี้สงสัยจะสูญก็หมายถึงหนี้ค้างชำระที่คาดว่า ไม่สามารถเรียกเก็บได้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่สำนักงานประกันสังคมอาจจะต้องสูญเสีย เงินนี้ไป นี่ยังไม่รวมดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ต่อเดือนจากเงินสมทบที่นายจ้างยังมิได้นำส่งตาม พ.ร.บ. ประกันสังคมมาตรา ๔๙ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมได้ข่าวมาว่า มีบริษัทยักษ์ใหญ่ หลายแห่งในประเทศนี้ที่ยังค้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม แม้กระทั่งในปัจจุบัน ก็ยังได้ข่าวว่า บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นยังมียอดค้างเงินสมทบอยู่อีกจำนวนไม่น้อย ประกอบกับว่ามีลูกจ้างหลายรายมาร้องเรียนกับผมว่า มีนายจ้างหักเงินจากเขาแล้วไม่นำส่ง เข้ากองทุนประกันสังคม ทำให้เขาขาดสิทธิความเป็นผู้ประกันตน และขาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เขาควรพึงได้รับได้ ท่านประธานครับ สำนักงาน ประกันสังคมจะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้อย่างไร พอจะเป็นไปได้ไหมครับที่ทางสำนักงาน ประกันสังคมจะนำรายชื่อ และยอดเงินสมทบค้างชำระของบริษัทเหล่านี้มารายงานให้สภา แห่งนี้ได้รับทราบ
ประเด็นที่ ๓ ผมอยากให้สำนักงานประกันสังคมหามาตรการแก้ไขปัญหา กรณีที่นายจ้างสั่งหยุดงานและไม่จ่ายค่าจ้างลูกจ้างตามกฎหมาย และนายจ้างหักเงินสมทบ ของลูกจ้างน้อยลง แล้วก็นำเงินส่งเข้ากองทุนประกันสังคมน้อยลง ซึ่งส่งผลให้การคำนวณ เงินสมทบกรณีที่ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับต่าง ๆ ลดลงด้วย เช่น ล่าสุดลูกจ้างบริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ลูกจ้าง เขาเล่าให้ผมฟังว่า เขาทำงานมานานกว่า ๓๐ ปีนายจ้างประกาศลดค่าจ้างเขา กฎหมาย คุ้มครองแรงงานห้ามไม่ให้นายจ้างลดแต่นายจ้างก็ลด กระทรวงแรงงานไม่สามารถบังคับ ใช้กฎหมายได้ ลูกจ้างไม่ทราบสิทธิก็ไม่ได้ไปร้องเรียนต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เมื่อสั่งหยุดแล้วต่อมานายจ้างก็ปิดกิจการลอยแพทิ้งลูกจ้างไป เมื่อลูกจ้างไปยื่นใช้สิทธิ ประกันสังคมกรณีว่างงาน จากที่นายจ้างลดค่าจ้างเขาทำให้เขาได้สิทธิกรณีว่างงาน เพียงวันละ ๗๐ กว่าบาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่อย่างน้อยเขาควรได้รับสิทธิวันละไม่ต่ำกว่า ๑๗๐ บาท และผู้ที่อายุเกิน ๕๕ ปีไม่ได้รับสิทธิว่างงาน เพราะเงื่อนไขของอายุที่กำหนดไว้ เมื่อเขายื่นขอใช้สิทธิกรณีบำนาญชราภาพเขาได้รับเงินเพียงเดือนละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ทั้ง ๆ ที่อย่างน้อยเขาควรได้รับเดือนละ ๔,๐๐๐ กว่าบาท เพราะประกันสังคมกำหนด หลักเกณฑ์ฐานเงินเดือน ๖๐ เดือนสุดท้าย เรื่องเงินบำนาญชราภาพ แบบนี้ทำให้ลูกจ้าง เขาเสียโอกาสครับท่านประธาน เสียโอกาสที่จะมีโอกาสที่เขาจะมีรายได้ที่มันจะเพียงพอ ต่อการดำรงชีพ และนี่ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้างด้วยครับท่านประธาน เป็นความผิด ของนายจ้าง ดังนั้นแล้วผมถึงฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปถึงสำนักงานประกันสังคม วันนี้ท่านเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมก็มาร่วมประชุม และนำเสนอรายงานด้วย ช่วยตรวจสอบเรื่องในลักษณะนี้ เมื่อนายจ้างไม่ส่งเงินตามกำหนดหรือค้างจ่ายเงินเข้ากองทุน ประกันสังคมต้องติดตามตรวจสอบอย่างเร่งด่วนนะครับ ต้องติดตามตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวข้างต้น และจะได้ไม่เกิดหนี้สงสัยจะสูญมากเหมือนที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วในอนาคตจะมีผลต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน