สารี อ๋องสมหวัง หารือบทบาทของสภาองค์กรผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ทั้งการเร่งผลักดันกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับใหม่ การกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัญหาหนี้สินประชาชน ค่ารักษาพยาบาล ค่าไฟฟ้า และค่าทางด่วนที่สูงเกินสมควร พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันนโยบายรัฐสวัสดิการและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติให้เกิดขึ้นจริง อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกนะคะ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทั้ง ๕ ท่าน ไม่ว่าจะเป็น ท่านขัตติยา ท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านอดิศร เพียงเกษ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม แล้วก็ ท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ที่กรุณาอย่างน้อยก็ให้กำลังใจกับสภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็ ชื่นชมการทำงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค
ดิฉันขออนุญาตตอบท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ก่อนเลยว่าทำไมไม่มีหน่วยงาน ประจำจังหวัดที่นนทบุรี ขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งว่า หลักเกณฑ์ของสภาองค์กรของผู้บริโภค ก็คือถ้าจะมีหน่วยงานประจำจังหวัดได้ อย่างน้อยต้องมีสมาชิก ๕ องค์กร ซึ่งการที่จะมี สมาชิกอย่างที่ท่านประธานได้เรียนว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาองค์กรของผู้บริโภคเราอยากมี สมาชิก แต่ว่าสมาชิกต้องไปจดแจ้งกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ไปแสดง ให้เห็นว่าตัวเองมีผลงานในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็องค์กรมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครอง ผู้บริโภคอย่างน้อย ๒ ปีก่อนวันยื่นจดแจ้ง ซึ่งขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเองได้พยายาม ที่สนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภค ที่อาจจะเป็นองค์กรใหม่ดำเนินการซึ่งเราได้มีโครงการ ๒๐๐ กว่าโครงการที่สนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภค อย่างน้อยมีบทบาทในการรับเรื่องร้องเรียน ออนไลน์ แล้วก็ถึงแม้ว่าเรายังไม่มีหน่วยงานประจำจังหวัดที่นนทบุรี แต่ศูนย์คุ้มครองสิทธิ ที่จังหวัดนนทบุรี ขณะนี้เราถือว่าเป็นหน่วยประสานงาน จุดให้การช่วยเหลือของจังหวัดนนทบุรี อันนี้ก็ขออนุญาตเรียนท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ดิฉันก็สนับสนุนท่านว่าเราให้ความสำคัญ กับเรื่องคุณภาพ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ได้ตัดรองเท้าเบอร์เดียว เพราะฉะนั้นก็คิดว่าจำนวน หน่วยประจำจังหวัดขึ้นอยู่กับศักยภาพขององค์กร อย่างเช่น คุณจะเป็นหน่วยประจำจังหวัดได้ อย่างน้อยองค์กรต้องมีคนทำงาน ๓ คน แล้วสภาเองก็ให้เขาเลือกกันว่าเขาจะให้ ๕ องค์กรนั้นองค์กรไหนเป็นหน่วยงานประจำจังหวัดค่ะ เพราะฉะนั้นเราก็คาดหวังว่า จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็จากที่เข้มแข็งแล้วก็เป็นหน่วยประจำจังหวัดที่พอที่จะพัฒนา หรือบริหารจัดการองค์กรได้ ขณะนี้เราใช้ชื่อว่า หน่วยประสานงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ก็เป็นอีกระดับหนึ่ง แล้วก็มีระดับสมาชิกทั่วไปที่เราให้การสนับสนุนค่ะ
ส่วนประเด็นเรื่องรถไฟฟ้า ดิฉันก็ต้องขอบคุณและคิดว่ามีโอกาสได้ทำงาน กับท่านแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นตัว Feeder ในการทำงานที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันในการที่ทำให้ ประชาชนเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนที่เป็นขนส่งหลัก แล้วก็ต้องขอบพระคุณแล้วก็คิดว่า ถึงแม้เรายังไม่มีหน่วยประจำจังหวัดทุกจังหวัด ขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเอง เรามีคนร้องเรียนทั้ง ๗๗ จังหวัดผ่าน ๑๕๐๒ แล้วสมมุติว่าในหน่วยงานประจำจังหวัด หรือในส่วนของหน่วยประสานงาน ถ้ามีเรื่องร้องเรียนมาแล้วเราตกลงกัน เรื่องร้องเรียนนั้น ก็จะไปอัตโนมัติที่หน่วยงานประจำจังหวัด เพื่อให้เขาได้สนับสนุนผู้บริโภคในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ ของเขานะคะ ก็ขออนุญาตเรียนท่านเกียรติคุณไว้ประมาณนี้นะคะ
ส่วนท่านขัตติยา สวัสดิผล พรรคเพื่อไทย ดิฉันก็ต้องขอบพระคุณมากนะคะ ที่ให้กำลังใจ แล้วก็สนับสนุนการทำงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันขออนุญาตเรียน นิดหนึ่งว่าที่เราใช้ชื่อย่อว่า สภาผู้บริโภค ซึ่งเดิมเราเคยใช้ชื่อย่อว่า สอบ. มันก็ไปใกล้เคียงกับ สคบ. ซึ่งคนก็แยกยากอยู่แล้วว่า สอบ. กับ สคบ. คืออะไร เพราะฉะนั้นก็เลยเรียกตัวย่อว่า เป็น สภาผู้บริโภค เพื่อที่จะให้ประชาชนสามารถที่จะจำได้ง่าย ส่วนท่านขัตติยาที่ได้แนะนำ เรื่อง พ.ร.บ. ความรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ Lemon Law ดิฉันก็คิดว่า อย่างไรก็คงได้มีโอกาสทำงานกับท่าน แล้วก็ทางกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคที่จะผลักดัน กฎหมายฉบับนี้และหวังว่าพรรคต่าง ๆ จะช่วยสนับสนุนในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่านที่จะสนับสนุนให้มีการจัดสรรเงินให้กับสภาองค์กรของผู้บริโภค มากขึ้น แล้วก็ปี ๒๕๖๘ นี้เราก็อาจจะได้รับงบประมาณที่เรียกว่าจริง ๆ ก็เท่าเดิม แต่ว่า เท่าเดิมแล้วโดยภาพรวมก็น้อยลงกว่าเดิมค่ะ ก็ต้องขอบพระคุณนะคะ
ส่วนข้อสังเกตเรื่องให้สภาเตรียมความพร้อม ดิฉันก็จะขออนุญาตรับไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจสินค้าสมัยใหม่ จริง ๆ เรามีกรณีร้องเรียนอยู่บ้าง ก็คิดว่าอันนี้น่าจะเป็น โอกาสในการทำงานเพิ่มเติม ส่วน Platform Online ดิฉันคิดว่าขณะนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เนื่องจากการไปขึ้นทะเบียนของ Platform Online กลายเป็นเรียกว่า เขาใช้ชื่อว่าเขาเป็น เครือข่าย Global Social Network ก็คือเรียกว่า Platform ที่เชื่อมโยงของประชาชน ไม่ใช่เป็น Platform การค้าใน Social Online เพราะฉะนั้นตรงนี้เองก็ยังเป็นปัญหาในเชิง ของการขึ้นทะเบียน แล้วก็ความรับผิดต่าง ๆ ที่จะมีต่อสมาชิกหรือประชาชนในประเทศไทย เนื่องจากการที่บริษัทเองก็อาจจะมีบริษัทใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ต่าง ๆ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ ก็คงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ที่จะทำให้การขายสินค้าบน Platform Online หรือ Social Media มีการกำกับที่ชัดเจนมากขึ้นนะคะ
ส่วนเรื่องการควบรวมกิจการการผูกขาด ก็คงเป็นประเด็นสำคัญที่สภาองค์กร ของผู้บริโภคจะติดตามต่อไป แล้วก็เรื่องการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า เราให้ความสำคัญมาก แล้วก็พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ยกร่างแก้ไขในขณะนี้เราให้เพิ่มเติมสิทธิเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือสิทธิ ที่ผู้บริโภคจะต้องได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้บริโภคด้วย ก็ขออนุญาตเรียนท่านขัตติยานะคะ
ส่วนท่านเอกราช อุดมอำนวย จากพรรคก้าวไกล ดิฉันคิดว่าสภาก็คงต้อง ขอความร่วมมือจากท่าน สส. ด้วยไม่ว่าจะเรื่องค่าบริการ ซึ่งขณะนี้ค่าบริการของสถานพยาบาล มีกรมการค้าภายในกำกับดูแล แต่ก็กำกับในลักษณะที่ให้แจ้งราคา แล้วก็ถ้าประชาชนสงสัย หรือมีราคาที่แพงก็ให้ใช้กลไกร้องเรียน แม้กระทั่งเรื่องราคายา แล้วก็ค่ารักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นเป็นการกำกับในระดับของการแจ้งราคาให้กับผู้บริโภคเท่านั้น และดิฉันคิดว่า จริง ๆ สภาองค์กรของผู้บริโภคเราได้ทำงานวิจัยชิ้นหนึ่ง แล้วก็อยู่ในช่วงที่ได้ผลงานวิจัยแล้ว ว่าจริง ๆ การจ่ายเงินในกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วนหรือที่เราเรียกว่า UCEP ขณะนี้ใช้ระบบ ที่เรียกว่า Fee schedule ก็คือ จ่ายตามการรักษาจริงที่อยู่ในขอบเขตของกลุ่มเงิน กลุ่มรายการ เพราะฉะนั้นการกำกับเรื่องค่ารักษาพยาบาล ดิฉันคิดว่าจริง ๆ สามารถใช้ ต้นแบบจากการจ่ายในกรณีฉุกเฉินได้ ซึ่งถือว่าเป็นการจ่ายที่โรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ขาดทุน แต่ว่าจะทำอย่างไร อย่างเช่น สิงคโปร์เขาก็ใช้ Blue Box หรือ Blue print ที่จะกำกับว่า ห้ามเกินกว่านั้น ถ้าเกินกว่านั้นต้องมีเหตุผล เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นทิศทาง ที่น่าจะร่วมมือ หรือได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะทำให้เรื่องนี้ เดินหน้าได้นะคะ
ส่วนเรื่องค่าทางด่วนแพงซึ่งมีทั้งท่านเอกราช แล้วก็ท่านภัณฑิล ดิฉัน ก็สนับสนุนนะคะ จริง ๆ ดอนเมืองโทลล์เวย์ องค์กรผู้บริโภคโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ฟ้องคดีและชนะคดีในศาลชั้นต้น แล้วก็มีคำพิพากษาที่น่าสนใจมากว่า การขึ้นราคาจริง ๆ เป็นการสร้างภาระกับผู้บริโภค แล้วก็ไม่ได้มีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นขององค์กร ผู้บริโภค และรวมถึงการมอบอำนาจรัฐให้กับเอกชนในการขึ้นราคา เราจะเห็นว่า เมื่อดอนเมืองโทลล์เวย์จะขึ้นราคา ติดป้ายประกาศ ๓๐ วันเท่านั้นเองนะคะ นั่นหมายความว่าเรามอบอำนาจรัฐให้กับเอกชน แต่ศาลปกครองสูงสุดเราก็แพ้คดี เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ขณะนี้ดอนเมืองโทลล์เวย์ซึ่งควรจะหมดสัมปทานเมื่อปี ๒๕๕๕ แต่ขยายไปถึงปี ๒๕๗๗ และขณะนี้รัฐบาลเองก็เตรียมการที่จะขยายโดยให้คงราคาเดิม ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็ต้องตรวจสอบ แล้วก็ทำงานร่วมกันกับทางคณะกรรมาธิการการคุ้มครอง ผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เช่นเดียวกันกับทางด่วนระยะที่ ๒ เช่นเดียวกัน ซึ่งเราขยายไปแล้ว ๑๕ ปี แล้วขณะนี้ก็ดูเหมือนจะก่อสร้างขยายระยะเวลาอีก ดิฉันคิดว่า อันนี้เป็นโจทย์ของประชาชน แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรด้วยว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไรในการ ทำเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ
แล้วก็เรื่องการกู้ยืมเงิน เรื่องบัตรเงินสด ดิฉันเรียนได้เลยว่าถ้าประชาชน ถูกฟ้องคดีหรือถูกดำเนินการคดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กฎหมายออกแบบให้สภาองค์กร ของผู้บริโภคสามารถช่วยเหลือได้ก็ ขออนุญาตเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่าน สส. ผ่านไปถึง ประชาชนด้วยว่าสามารถไปร้องเรียนที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ หรือใช้โทรศัพท์ ๑๕๐๒ เราชนะคดีเรื่องการกู้ยืมเงินที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมมาพอสมควร และคิดว่า เรามีบทเรียน แล้วขณะนี้สภาเองได้จัดทำหลักสูตรเรียกว่า แก้หนี้แบบยั่งยืนที่จะให้ตัวแทน ของสมาชิกสภาเป็นหน่วยแก้หนี้ในพื้นที่ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนอย่างน้อยมีที่พึ่ง รู้หนี้แบบไหนดอกเบี้ยเท่าไร หนี้แบบไหนจะต้องทำอย่างไร ดิฉันก็หวังว่าเราจะสามารถ ทำเรื่องนี้ได้มากขึ้น
ส่วนท่านอดิศร เพียงเกษ ก็ต้องขอขอบพระคุณคำแนะนำต่าง ๆ ที่ท่านให้กับ สภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าค่าไฟฟ้าแพงก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่แน่นอนเราจะร่วมมือกัน ทำให้สำเร็จอย่างไร สภาเองก็มีข้อเสนอต่อเรื่องนี้ไม่น้อย ส่วนเรื่องบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ จริง ๆ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ได้มีรายงานในการหาแหล่งเงินที่มาว่า เราจะทำเรื่องนี้อย่างไร แล้วดิฉันเองจริง ๆ ก็คิดว่าเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณ แต่เรา มีปัญหาเรื่องการจัดลำดับการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำเรื่องบำนาญ พื้นฐานแห่งชาติจริงนี่ก็อาจจะเริ่มต้นได้เลย โดยที่ค่อยเป็นบันไดก็ได้ ไม่ต้อง ๓,๐๐๐ บาท ทีเดียว อาจจะ ๒,๐๐๐ บาทก่อน แล้วก็เป็น ๓,๐๐๐ บาทในอีกกี่ปีเหมือนที่เราคาดหวังว่า เราจะมีบริการขนส่งสาธารณะไม่เกินร้อยละ ๑๐ ขณะนี้ร้อยละเกือบ ๓๐ แต่ว่าเราพูดกัน เรื่องอนาคตที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่แน่นอนดิฉันก็อยากเห็นในชีวิตการทำงาน ของดิฉันเช่นเดียวกัน
แล้วก็ส่วนเรื่องการจัดตั้ง ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็คงเป็นสิ่งที่อยากเห็นรัฐบาล ช่วยสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขณะนี้ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ส่งให้กับคณะรัฐมนตรี ตามอำนาจหน้าที่ของสภาองค์กรของผู้บริโภคในมาตรา ๑๔ ที่ให้สภานี่เสนอนโยบาย กฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งเราได้นำเรียนไปแล้ว แล้วประชาชนเองก็เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ฉบับนี้มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ชื่อ โดยกลุ่มที่ทำงานเรื่องรัฐสวัสดิการ เพราะฉะนั้นดิฉันหวังว่า ท่านสมาชิกจะช่วยร่วมมือ แล้วก็ผลักดันให้รัฐบาลอย่างน้อยเซ็นรับรอง เนื่องจาก เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แน่นอนแหล่งเงินที่มาที่ท่านถามไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม การลงทุน BOI หรือการเก็บภาษีเรียกว่า ที่ดินอสังหาริมทรัพย์ซึ่งขณะนี้เพดานสูง และจริง ๆ คนที่เป็นรายเล็ก ๆ เสียเปรียบมากกว่าคนที่มีทรัพย์สินที่มากกว่า หรือแม้กระทั่ง ภาษีโอกาสทางนโยบายอื่น ๆ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในท้ายที่สุดถ้ามีความจำเป็น แต่ว่าก็ต้องทำให้ ประชาชนมีความมั่นใจว่า เงินที่เก็บจากภาษีมูลค่าเพิ่มจะไปทำในเฉพาะบำนาญประชาชน เท่านั้น ดิฉันคิดว่าจริง ๆ ตัวงบประมาณว่าจะมาจากไหน มีการศึกษาไว้หมดแล้วนะคะ แล้วเรา ก็ไม่เคยมีการศึกษาเลยว่า ถ้ามีบำนาญแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วก็อย่างที่ท่านได้เรียน ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าเราทำเรื่องนี้ท้ายที่สุดแล้ว GDP จะไปมากกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ดิฉันก็ขออนุญาตสรุปประมาณนั้นนะคะ
ส่วนท่านภัณฑิล ซึ่งดิฉันก็ต้องขอบคุณนะคะ ไม่ว่าจะเป็นท่านขัตติยา หรือท่านภัณฑิล ก็สนับสนุนการทำงานเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคมาโดยตลอด แล้วก็เรื่องค่าทางด่วน ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็คงต้องทำงานร่วมกัน แล้วก็จะทำอย่างไรที่ทำให้เห็น ความสำเร็จในเรื่องนี้
ดิฉันคิดว่าดิฉันก็ได้ตอบข้อซักถาม แล้วก็ต้องขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ที่จะให้สภาผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประเด็นในอนาคต แล้วก็ประเด็นที่เป็นปัญหา อยู่ปัจจุบันของผู้บริโภค ท่านประธานคะ จะขออนุญาตตอบเพิ่มเติมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ