ขัตติยา ชี้คุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัล หนุนกฎหมายเลมอน-เร่งงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ขัตติยา สวัสดิผล ชื่นชมสภาองค์กรของผู้บริโภคที่ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการแก้ไขเรื่องร้องเรียนจำนวนมากและการสื่อสารผ่านสื่อสมัยใหม่ที่เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวาง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียล เช่น TikTok ที่มีการรับชมสูง พร้อมให้กำลังใจและเสนอให้เร่งผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (Lemon Law) และปรับปรุงกระบวนการจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรองรับบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้น ท่ามกลางความท้าทายจากยุคดิจิทัล เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ธุรกิจการเงินดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซี และอีคอมเมิร์ซ รวมถึงปัญหาการควบรวมกิจการและการผูกขาดที่ต้องมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคทันต่อสถานการณ์และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันแล้วก็ สส. รวี เล็กอุทัย ในฐานะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ทำงานโดยได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดีมาโดยตลอดจากทางสภาองค์กรของผู้บริโภค ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ในการที่ชื่นชม แล้วก็ขอบคุณในการทำงานเป็นอย่างดีที่ท่านได้ให้การช่วยเหลือ ปกป้อง รวมถึงพิทักษ์สิทธิ ของผู้บริโภค ซึ่งก็คือประชาชนทุกคนนั่นเอง โดยเราเห็นได้ชัดค่ะจากรายงานของการ ดำเนินงานของหน่วยงานที่ท่านได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า ๑๖,๐๐๐ เรื่อง และท่านสามารถ แก้ไขเรื่องต่าง ๆ จนเป็นที่ยุติได้ถึง ๑๒,๐๐๐ เรื่อง หรือคิดเป็น ๗๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทำให้ ผู้บริโภคได้รับการชดเชยเยียวยากว่า ๗๑ ล้านบาท อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณนะคะ

แล้วก็มีผลงานอีกด้านหนึ่งของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นก็คือการสื่อสารเพื่อให้ความคุ้มครองต่อผู้บริโภค ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นหนึ่ง ในไม่กี่หน่วยงานที่มีการปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือที่เรียกว่าท่านเสพสื่อ ของประชาชนนั้นได้อย่างรวดเร็ว ท่านมีการสร้างช่องทางการสื่อสารในสื่อสมัยใหม่ ช่องทาง ทาง Social Network ต่าง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Facebook Twitter หรือ X นะคะ Instagram Line OA YouTube รวมไปถึง TikTok ค่ะ ที่มีการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ แล้วก็ให้ความรู้กับทางผู้บริโภค มียอดคนดูเป็นที่น่าพอใจ ยกตัวอย่างใน Platform TikTok ค่ะ บางเนื้อหามียอดคนดูถึง ๒ ล้านวิวด้วยกัน ดิฉันจึงขอชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจท่านในการที่จะพัฒนา ที่จะผลิตเนื้อหาดี ๆ อย่างนี้ต่อไปเพื่อเป็นการสื่อสารเตือนภัย รวมถึงให้ความรู้อันเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนค่ะ แต่นอกเหนือจากความสำเร็จที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วนะคะ ดิฉันก็มีประเด็นที่อยากจะติดตาม แล้วก็ฝากข้อเสนอแนะให้กับทางหน่วยงานค่ะ

ประเด็นแรก ท่านสารีได้กล่าวไปแล้วก็คือร่างพระราชบัญญัติความรับผิด เพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Lemon Law นะคะ ซึ่งกฎหมายนี้มีสาระสำคัญในการที่จะกำหนดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจต่อความชำรุด บกพร่องของสินค้าประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์และรถจักรยานยนต์นะคะ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการให้ ความคุ้มครองผู้บริโภคจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่อาจไม่สามารถเห็นได้ในวันที่ท่าน รับสินค้า นั่นทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องรับภาระในการพิสูจน์ถึงความบกพร่องของสินค้านั้น ดังนั้นยิ่งกฎหมายนี้ร่างสำเร็จเร็วเท่าไร ยิ่งกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้เร็วเท่าไร ก็ย่อมเป็น ผลดีต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

ประเด็นต่อมาค่ะ ดิฉันขอพูดถึงปัญหาและอุปสรรคที่ทางหน่วยงานกำลัง เผชิญนั่นก็คือด้านงบประมาณ ดิฉันเข้าใจว่าทางสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นหน่วยงาน ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากรายงานฉบับนี้ที่แสดงงบ การเงินของปี ๒๕๖๕ ว่าขาดการสนับสนุนงบประมาณประจำปี ซึ่งอาจทำให้การดำเนินงาน ตามแผนงานนั้นไม่มีความต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อขีดความสามารถของหน่วยงานที่จะให้ ความคุ้มครองผู้บริโภคที่อาจทำได้ไม่ทั่วถึงค่ะ แล้วก็ยังมีกระบวนการในการเสนอ งบประมาณที่ยากกว่าหน่วยงานรับงบประมาณของรัฐโดยทั่วไป ซึ่งเป็นการเสนอผ่าน สปน. หรือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณล่วงหน้า ยาวกว่าหน่วยงานอื่น ๆ นอกจากจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับทางสภาองค์กรของผู้บริโภคแล้ว ยังอาจทำให้การใช้งบเพื่อแก้ปัญหาของผู้บริโภคในสถานการณ์เฉพาะหน้านั้นทำได้ยาก จากการที่เราไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าในระยะสั้นได้ ปัญหาเหล่านี้ทางสภาผู้แทนราษฎร รับทราบ และดิฉันก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้พิจารณาปรับปรุงกระบวนการ ในการเสนองบประมาณ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ทางหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคด้วยนะคะ

ประเด็นที่ ๓ เป็นข้อเสนอแนะของดิฉันไปยังหน่วยงานสภาองค์กรของ ผู้บริโภค เพื่อที่จะให้ท่านเตรียมความพร้อมกับความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็ จะส่งผลต่อผู้บริโภคนะคะ

เรื่องแรกค่ะ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจสินค้าและบริการสมัยใหม่ ปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อความซับซ้อนของสินค้า และบริการที่ต้องตามให้ทันความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นบริการทางด้านการเงิน ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น บริการด้านสินเชื่อ หรือบริการในการประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ เรามี บทเรียนจากการประกันช่วงโควิดมาแล้ว จึงเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องมีการเตรียมความพร้อม ให้ความคุ้มครองกับผู้บริโภคให้มีความทันสมัยมากขึ้น หรืออีกตัวอย่าง เช่น บริการ การลงทุนใน Cryptocurrency ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในการที่จะให้ การคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นต้น อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ Platform ที่ใช้สำหรับ ซื้อขายออนไลน์ หรือ e-Commerce เนื่องจากปัจจุบัน Trend การซื้อสินค้าใน Platform เหล่านี้มีจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นช่องทางหนึ่งที่อาจทำให้มิจฉาชีพแฝงตัวมาในฐานะ ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าบน Platform โดยที่ Platform ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี แล้วก็ มีการอนุมัติให้มีการเปิดร้านค้าออนไลน์ จึงอยากฝากพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการออก มาตรการที่จะกำกับดูแล Platform เหล่านี้ เพื่อเป็นการป้องกันแล้วก็รับประกัน ความปลอดภัยของผู้บริโภคค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันอยากพูดถึงการควบรวมกิจการและการผูกขาด เมื่อสักครู่ ทางหน่วยงานก็ได้เกริ่นไปแล้วบ้าง ในเรื่องนี้นอกเหนือจากที่เราในฐานะประชาชนต้องแบกรับ ความเสี่ยงในกรณีที่มีกลุ่มธุรกิจผูกขาดขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามามีอิทธิพลกับเราแล้ว เช่น กลุ่มธุรกิจ Platform เรายังต้องแบกรับความเสี่ยงจากการควบรวม และการผูกขาดกิจการ ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่ง Trend ของการควบรวมกิจการก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น แล้วก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกิจการที่สำคัญแล้วก็ใกล้ตัวกับประชาชนมากขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น กรณีกิจการการควบรวมของโทรคมนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำมาด้วยการผูกขาด และการมีอำนาจเหนือตลาด ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลงจึงอาจจะต้องฝากให้ทางหน่วยงาน พิจารณาถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนะคะ

เรื่องที่ ๓ ดิฉันอยากจะพูดถึงการเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล จากการที่มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทที่ประกอบธุรกิจ หลายประเภทรวมกัน ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมภายใต้กลุ่มบริษัท เดียวกัน ทำให้มีฐานลูกค้าจำนวนมากค่ะ ซึ่งนั่นหมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้บริโภคเอาไว้เยอะมาก ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ในการ ที่จะคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค จึงควรที่จะมีมาตรการในการที่จะกำกับดูแล ในการเก็บ แล้วก็ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค แล้วก็ไม่ให้ ใช้มากไปเกินกว่าที่ผู้บริโภคนั้นได้ให้ความยินยอมไว้ค่ะ ทั้งนี้ ในอนาคตหากทางหน่วยงาน มีเรื่องร้องเรียนหรือมีปัญหาอะไรที่อยากได้รับความร่วมมือจากทางสภาผู้แทนราษฎร หรือคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคค่ะ ก็สามารถที่จะนำเสนอได้ เพื่อที่เราจะได้ ทำงานร่วมกัน เราจะได้ปรับปรุงพัฒนาระบบการคุ้มครองและพิทักษ์ผู้บริโภคให้มี ประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้บริโภคที่ได้รับประโยชน์สูงสุดค่ะ

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน สิ่งที่รายงานฉบับนี้ทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่การรายงาน ถึงผลสัมฤทธิ์ ไม่ใช่การรายงานแผนปฏิบัติการใด ๆ ของหน่วยงานค่ะ แต่คือการที่ท่าน ทำให้ประชาชนนั้นมีรอยยิ้ม ท่านได้เห็นความหวังของผู้เสียหายในกรณีต่าง ๆ ที่ทางสภาองค์กร ของผู้บริโภคนั้นได้ให้ความช่วยเหลือ เช่น ในกรณีจดหมายของผู้ร้องเรียนกรณีเข้ารับบริการ Chelation ที่ไม่ได้มาตรฐานที่ส่งมาให้กับหน่วยงาน ในฐานะที่ดิฉันเองเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง จึงขอขอบคุณแล้วก็ขอมอบความไว้วางใจให้กับทางสภาองค์กรของผู้บริโภคในการที่จะ คุ้มครองดูแลและพิทักษ์สิทธิของประชาชนทุกคนในฐานะผู้บริโภคค่ะ ขอบพระคุณนะคะ