สารี อ๋องสมหวัง รายงานความก้าวหน้าการทำงานของสภาองค์กรผู้บริโภค ครอบคลุมงานคุ้มครองสิทธิ การสร้างเครือข่ายใน ๕๒ จังหวัด และนำเสนอข้อเสนอสำคัญด้านบริการขนส่งมวลชน ๒๐ บาทตลอดสาย ผังเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อประชาชน ระบบอาหารปลอดภัย และการเฝ้าระวังธุรกิจบ้านจัดสรร สารี อ๋องสมหวัง เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 3 ฉบับ และเรียกร้องให้จัดตั้งองค์กรผู้บริโภคครบทุกจังหวัด พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงกลไกการทำงานและระบบหน่วงเงินเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูลโดยสรุปว่าในปี ๒๕๖๖ ประชาชนได้อะไรบ้างจากสภาองค์กร ของผู้บริโภคนะคะ
ประเด็นแรก ดิฉันคิดว่าแน่นอนเราได้ช่วยเหลืออย่างที่ท่านประธานได้เรียน กับที่ประชุมไปว่าเราได้ช่วยผู้บริโภค แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ มีเรื่องร้องเรียนที่สภาองค์กร ของผู้บริโภคได้รับทั้งหมดจากประชาชน ๑๖,๑๔๒ เรื่อง แล้วเราแก้ไขจนได้ข้อยุติ ใน ๑๖,๑๔๒ เรื่อง ประมาณ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ จำนวน ๑๒,๘๓๗ เรื่อง ปัญหาที่เรียกว่า อันดับแรกก็อย่างที่คิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะทราบ ก็เป็นปัญหาเรื่องสินค้า และบริการออนไลน์ที่เป็นปัญหาสำคัญของผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นเรื่องการเงิน การธนาคาร
ประเด็นที่ ๓ ก็เป็นเรื่องการสื่อสารแล้วก็โทรคมนาคม
เนื่องจากปีที่แล้วดิฉันจำได้ว่า มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถามว่า เรื่องที่เราดำเนินการเราสามารถไกล่เกลี่ยได้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ต้องเรียนว่าขณะนี้ เรื่องที่เข้ามาใน ๑๖,๑๔๒ เรื่อง แล้วเรายุติได้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถให้คำปรึกษา ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการแล้วเขาก็แก้ไขปัญหาให้หรือไกล่เกลี่ย หรือว่าทางเจ้าพนักงาน ตำรวจสนับสนุนในการดำเนินคดีทั้งหมดประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีการฟ้องคดี ตัวเลขจำนวนฟ้องคดี ๙๒๗ คน แต่ว่าบางคดีก็เป็นคดีกลุ่มที่ฟ้องรวมกัน แล้วก็สามารถ ดำเนินการสำเร็จไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ๕๒๕ คดี แล้วก็มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว ๑๐๑ ไม่ใช่คดี แต่ว่าเป็นจำนวนผู้เสียหายที่รวมกัน
นอกจากนั้นดิฉันคิดว่าประเด็นที่ ๒ คดีที่สำคัญ ๆ ก็ต้องเรียนว่าจุดของสภา องค์กรของผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคที่ถูกฟ้องคดี สภาองค์กรของผู้บริโภคก็สามารถ เข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้ผู้บริโภคที่ถูกฟ้องคดีจากความไม่เป็นธรรมทั้งหลาย ได้รับการช่วยเหลือ อย่างเช่น กรณีที่อยู่อาศัย หรือกรณีของการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ซึ่งปีนี้ก็มีทั้งหมด ๓๒ คดีที่เป็นกลุ่มคดีนะคะ แล้วก็แน่นอนเราได้พยายามที่จะทำให้ผู้บริโภค ได้รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มากมาย ซึ่งปี ๒๕๖๖ ก็มีคนเห็นงานที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้เผยแพร่ทั้งหมดประมาณ ๓๐ ล้านครั้ง ขณะนี้เรามีคนที่ติดตามผลงานของสภามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บัญชี แล้วก็ถ้าคิดเป็นมูลค่าประชาสัมพันธ์ดิฉันก็คิดว่ามากกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
ส่วนที่ ๓ ซึ่งแน่นอนงานของสภาจะมี ๔ ส่วนที่สำคัญ ซึ่งงานแรกที่ดิฉัน ได้เรียนไปแล้วก็คือ งานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ส่วนที่ ๒ ก็คืองานสนับสนุนและสร้าง เครือข่ายให้กับผู้บริโภค ซึ่งทำอย่างไรที่จะทำให้มีเพื่อนของผู้บริโภคในพื้นที่ที่ประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ เราเริ่มต้นจากมีองค์กรที่เป็นผู้ก่อการ ๑๕๒ องค์กร ในปี ๒๕๖๓ แล้วก็เริ่ม ปฏิบัติงานจริง ๆ เดือนกรกฎาคมอย่างที่ท่านประธานได้เรียน แล้วก็ครอบคลุมจังหวัด ทั่วประเทศในเบื้องต้น ๓๓ จังหวัด ขณะนี้ปี ๒๕๖๗ เรามีสมาชิกทั้งหมด ๓๒๘ องค์กร อยู่ใน ๔๘ จังหวัด แล้วก็ต้องเรียนว่าเราก็เพิ่งมีข่าวดีอย่างน้อย ๔ จังหวัดที่ผ่านการจดแจ้ง กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เราจะมีสมาชิก ๕๒ จังหวัดในไม่ช้านี้นะคะ แล้วก็ ขออนุญาตเรียนว่า นโยบายที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ดำเนินการจัดทำข้อเสนอมีทั้งหมด ๒๕ เรื่อง ใน ๘ ด้านที่สำคัญในปีที่ผ่านมา ซึ่งด้านการเงินการธนาคารก็ได้ดำเนินการ เรื่อง Application ดูดเงิน แล้วก็การจัดตั้งกองทุนบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ อันนี้ก็เป็น ความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรที่ทำเรื่องรัฐสวัสดิการ แล้วก็การจำหน่ายหุ้นกู้ STARK ให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินคดีอยู่นะคะ ส่วนด้านบริการขนส่งมวลชน ก็ต้องถือว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเอง เป็นแกนนำในแง่ที่จะทำให้ข้อเสนอที่มองว่า ทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนได้โดยที่ไม่มีอุปสรรค ทุกคนขึ้นได้ทุกวัน แล้วเราก็สนับสนุนที่รัฐบาลดำเนินการเรื่อง ๒๐ บาทตลอดสาย เพราะเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ เป็นไปได้ แล้วก็ไม่มีประเทศไหนให้ประชาชนจ่ายค่าโดยสาร เรียกว่าค่าลงทุนทั้งหมด ในบริการขนส่งมวลชน ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยขณะนี้ที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ แล้วก็ผลักดันเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ เราเดินออกจากบ้าน ๕๐๐ เมตร เจอป้ายรถสองแถว เจอป้ายรถเมล์ทั่วประเทศ แล้วก็ค่ารถ โดยสารของเราไม่เกินร้อยละ ๑๐ ซึ่งก็ควรจะเป็นค่าโดยสารที่ทุกคนสามารถขึ้นได้ทุกวัน ร้อยละ ๑๐ ของค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าเมื่อไรที่เราขึ้น ๔๐๐ เราก็พร้อมที่จะจ่าย ๔๐ บาท แต่ขณะนี้ก็ต้องบอกว่า ปัจจุบันเรายังไม่ได้ราคานี้นะคะ แล้วเราพยายามสนับสนุน ให้มีรถนักเรียนที่ปลอดภัย แล้วก็แน่นอนขณะนี้การติดเบรก ABS CBS ในรถจักรยานยนต์ ร่วมมือกับหลายองค์กรในการทำเรื่องนี้ แล้วก็ด้านที่อยู่อาศัย จริง ๆ ด้านที่อยู่อาศัยก็ได้รับ การสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองทีเดียว ในการที่คัดค้าน ผังเมืองของกรุงเทพมหานครในขณะนี้ที่ต้องเรียนว่า ไม่เป็นมิตรกับผู้บริโภค แล้วก็ไม่ได้ ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคที่ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญ ผังเมืองนี้ไม่ได้แก้ปัญหา ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ไม่ได้ทำให้จะแก้ปัญหาในอนาคต แล้วขณะเดียวกันเราก็ไม่เห็น อนาคตจากผังเมืองฉบับนี้นะคะ ซึ่งแน่นอนถึงแม้ว่าได้ริเริ่มไปแล้ว แต่ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อย ที่สนับสนุนให้ไปเริ่มต้นใหม่นะคะ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่ทำให้ผังเมืองอย่างน้อย ซึ่งเหมือนกับธรรมนูญของเมืองที่จะต้องทำให้ผู้คนในเมืองมีคุณภาพชีวิตร่วมกัน ส่วนการ ตรวจสอบเรื่องธุรกิจบ้านจัดสรรที่ไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน อันนี้ก็เป็นอีก ๑ นโยบายที่เราได้ทำข้อเสนอไปนะคะ ส่วนด้านอาหารและยาเราก็ได้เสนอเรื่องระบบ การเฝ้าระวังอาหารปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ได้ทดลองดำเนินการใน ๗ จังหวัดกับสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา
ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นเรื่องการกำกับ การขาย การโฆษณา กัญชง กัญชา ในอาหาร ซึ่งเราจะเห็นว่ามีเยอะมากก่อนหน้านี้ ส่วนด้านบริการสุขภาพ สภาองค์กร ของผู้บริโภคเอง ได้สนับสนุนสำนักงานหลักประกันที่จะทำให้เห็นถึงการยุติการเรียกเก็บเงิน ที่เราเรียกว่า Extra Billing แล้วก็การกำกับค่ารักษาพยาบาลผ่านการแสดงต้นทุน ค่ารักษาพยาบาลที่เป็นเรื่องที่เก็บของหน่วยบริการ
ประเด็นที่ ๓ เราก็สนับสนุนให้การทำเสริมสวยต้องผ่านมือของผู้ประกอบ วิชาชีพอย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นพื้นฐาน ส่วนเรื่องสินค้าและบริการทั่วไป จริง ๆ แล้วดิฉัน ก็ต้องขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับข้อเสนอทั้งจากกระทรวง DE ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำเรื่องนี้ แล้วก็สภาองค์กรของผู้บริโภคที่ได้มีข้อเสนอ เรื่องการเปิด ก่อนจ่ายที่จะให้ผู้บริโภคลดปัญหาในการซื้อของที่ไม่ตรงปก ซื้อของที่ชำรุดบกพร่อง หรือแม้กระทั่งเราไม่ได้สั่งของแต่ของไปที่บ้าน ส่วนเรื่องการจัดระเบียบร้านค้าออนไลน์ ก็ต้องเรียนว่าขณะนี้ยังไม่สำเร็จ เรายังมีร้านค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เรามีร้านค้าที่หลอกลวง และโดยเฉพาะอยู่บน Platform Facebook มากมาย ส่วนการเรียกคืนถุงลมนิรภัยทาคาตะ ก็ยังมีถุงลมที่อันตรายอยู่ในท้องถนน ดิฉันเชื่อว่าขณะนี้ยังมีไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ใบ ที่อยู่กับรถที่อาจจะวิ่งอยู่บนท้องถนนด้วยส่วนหนึ่ง แล้วสภาเองได้ให้ความเห็นเรื่อง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เราเองได้พัฒนา ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ที่เป็นร่างของสภาองค์กร ของผู้บริโภคด้วยนะคะ แล้วก็แน่นอนค่ะ ด้านสื่อและโทรคมนาคมเราได้พยายามที่จะเตือนภัย แต่ก็ยังมีผู้เสียหายรายวันจากทั้งแก๊ง Call Center SMS Spam Force ต่าง ๆ ที่เป็นภัย ต่อผู้บริโภค แล้วก็ถึงแม้เราจะสามารถจับบัญชีม้าจับคนที่ดำเนินการได้ แต่ว่าการเยียวยา ที่มีต่อผู้บริโภคน้อยมาก และขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเองเราได้เสนอเรื่องของการหน่วง การจ่ายเงิน หรือการจ่ายเงินที่ช้าในกรณีที่ไม่ใช่เป็นการซื้อของในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งนั่นคือกรณีที่มีเงินมากกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท จะหน่วงเงินไม่ให้เงินประสบความสำเร็จ อย่างไร ดิฉันเองได้มีโอกาสรับฟังปัญหาของผู้บริโภคที่สูญเสียเงิน ไม่ว่าจะรายล่าสุด ๒๒ ล้านบาท ๑.๕ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าบางคนเราอาจจะบอกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็เป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทสุดท้ายของชีวิตเขา เพราะฉะนั้น เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีมาตรการ ทั้งการกำกับในเรื่องของการเรียกว่าหน่วงเงิน ในการจ่ายเงินหรือมีบุคคลที่ ๓ ในการจ่ายเงิน หรือมีกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แล้วก็ แน่นอนปัญหาเรื่องการควบรวมกิจการอินเทอร์เน็ตทั้งบนมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน ขณะนี้ ผู้บริโภคก็รับภาระอยู่ แล้วเรื่องนี้เองดิฉันก็คิดว่ามันมีประเด็นที่เราพยายามทำให้ผู้บริโภค สามารถที่จะต้องขึ้นทะเบียนโทรศัพท์มือถือ หรือ SIM ของตัวเอง แต่เราก็ได้ให้ข้อแนะนำ กับทางสำนักงานคณะกรรมาการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม หรือ กสทช. ว่าหากผู้บริโภคไปเปลี่ยน Package หรือขึ้นทะเบียน SIM อย่าใช้โอกาสนี้ในการที่เปลี่ยน Package เขา แล้วก็เรียกค่าบริการที่แพงขึ้นนะคะ
ส่วนด้านพลังงานบริการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ดิฉันคิดว่าสภา ผู้แทนราษฎรคงสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคเต็มที่ เพราะว่าเราก็รู้กันอยู่ว่าขณะนี้ เราจ่ายไฟจากค่าสำรองไฟ เราไม่ได้จ่ายค่าไฟฟ้าจากราคาไฟฟ้าที่เราใช้จริง เพราะฉะนั้น การจะลดอุปสรรคในการใช้โซลาเซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค หรือการปรับเรื่อง ค่าไฟฟ้าผันแปร ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นนโยบายที่มีความสำคัญต่อผู้บริโภคค่ะ
ส่วนความร่วมมือที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้รับ อย่างน้อยดิฉันคิดว่า จริง ๆ มีมากกว่านี้แต่ขอเอ่ยถึง ๕ หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับการคุ้มครองผู้บริโภค ในรอบปี ๒๕๖๖ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนา ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ร่วมมือเป็นอย่างดีในการจัดการปัญหาภัยธุรกิจทางการเงิน สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ เรื่องการเรียกเก็บเงิน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมขนส่ง ทางรางที่สนับสนุนการทำงานเรื่องการเข้าถึงรถโดยสาร หรือบริการขนส่งมวลชนที่สำคัญ ส่วน ๔ หน่วยงานที่ตอบสนองต่อข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองที่ลดเรื่องการไม่ต้องมี วิศวกรรับรองในกรณีการติด Solar Rooftop ที่บ้านนะคะ แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข ที่รับข้อเสนอมาตรการเรื่องพืชกัญชา พืชกัญชง แล้วก็แน่นอนกระทรวง DE ที่ขณะนี้ ก็เป็นกำลังสำคัญที่มีหน่วย One Stop Service ๑๔๔๒ แต่อย่างไรก็ต้องขอให้กระทรวง DE มีตำรวจรับแจ้งความด้วยค่ะ
ขออนุญาตไปผลงานเด่น ๓ ผลงานโดยสรุป ซึ่งอันนี้ก็เป็นความสำเร็จที่เรา ทำให้หนี้อาจจะเรียกว่า ไม่ใช่หนี้นอกระบบ แต่ว่าเป็นหนี้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ ธนาคาร แต่ว่าผู้บริโภคถูกเอาเปรียบเยอะ แล้วเราก็ชนะคดี ผู้บริโภคชนะ เรียกว่าสถาบัน การเงินศรีสวัสดิ์ที่ใช้เอกสารต่าง ๆ และขณะนี้ก็เป็นคดีที่เรียกว่า เป็นคดีของ DSI ไปแล้วค่ะ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องรถไฟฟ้าดิฉันพูดไปแล้วก็ขอข้ามไปเลยนะคะ
ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องหมวกกันน็อก ซึ่งอยากเรียนว่ารถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งถือเป็นอัตราการเสียชีวิตที่มาก แล้วก็หมวกกันน็อกก็ยังมีหมวกกันน็อกที่ตกมาตรฐาน โดยเฉพาะหมวกกันน็อกของเด็ก ๕ ยี่ห้อที่เราทดสอบนี่ตกมาตรฐานทั้งหมดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่ประชาชนจะใช้ข้อมูลในการเลือกหมวกกันน็อก แล้วก็จัดการ กับหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ทำกิจกรรมหลายส่วน
ประเด็นสุดท้ายนะคะ ปีนี้เป็นปีที่ ๓ ที่เรามารายงานกับสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จากพระราชบัญญัติของการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคในมาตรา ๑๗ กำหนด ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคร่วมกับสถาบันวิชาการในการทำประเมินผล ซึ่งปีนี้เราได้รับ การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ทำการประเมินสภา ใน ๔ มิติที่สำคัญก็คือ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การพัฒนาสภาผู้บริโภค การสนับสนุน จากประชาชน แล้วก็รวมทั้งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ๕ ปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคค่ะ
ส่วนประเด็นที่เป็นยุทธศาสตร์ ๕ ปีที่เราได้ปรับปรุงจากยุทธศาสตร์เดิม ก็มองว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคควรเป็นกลไกผลักดันนโยบาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับ ความเป็นธรรม ดิฉันคิดว่าชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้บริโภคคุ้มครองตนเองได้ แล้วสภาก็เป็นกลไกสนับสนุนเพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภค เราจะพยายามผลักดัน นโยบายกฎหมาย มาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และดิฉันก็เชื่อว่าถ้าเราทำให้องค์กรสมาชิกเรา ๓๒๘ องค์กร สามารถอธิบายให้คำแนะนำ อย่างน้อยองค์กรละ ๑๐ คน ๓,๒๘๐ คนนี่ก็จะทำให้เกิดเรียกว่า เกิดประสิทธิภาพต่อการ คุ้มครองตนเองของผู้บริโภคมากขึ้น แล้วก็ดิฉันคิดว่าสภายังทำไม่สำเร็จ เรื่องการสร้าง วัฒนธรรมและมุมมองใหม่ว่า การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะจริง ๆ แล้ว การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้เป็นผลเสียต่อธุรกิจ แต่ยิ่งทำให้ธุรกิจแข่งขันได้ แต่ว่าอันนี้ก็ต้อง เรียนว่าสภายังต้องทำงานอย่างเข้มแข็งในส่วนนี้ แล้วก็สนับสนุนให้มีการบริโภคที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่สภายังต้องดำเนินการอีกมาก สื่อสารและสร้าง เครือข่ายกับทุกภาคส่วนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แน่นอนค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีคนดูเราถึง ๓๐ ล้านคน ๓๕ ล้านคน แต่ว่าความเปลี่ยนแปลงต่อนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคก็ยังไม่ได้ง่าย อย่างที่เราตั้งใจ
ส่วนปัญหาอุปสรรคก่อนแล้วกันนะคะท่านประธาน ขออนุญาตอีก ๒ นาทีค่ะ ก็คือปัญหาเรื่องงบประมาณก็ยังเป็นปัญหาสำคัญ อย่างเช่น ปี ๒๕๖๗ หน่วยงานอื่นอาจจะมี เรียกว่า งบใช้พลางก่อน แต่สภาองค์กรของผู้บริโภคเราไม่มีงบใช้พลางก่อน เพราะฉะนั้น เราใช้ทุนประเดิมประมาณ ๕๐ ล้านบาท งบกลาง ๒๐ ล้านบาท งบปี ๒๕๖๗ ๑๔๙ ล้านบาท ซึ่งในขณะที่ปี ๒๕๖๘ เราได้ ๑๔๙ ล้านบาท แต่สมาชิกเราเพิ่มขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ ของเรา เพิ่มขึ้น เราก็กังวลว่างบประมาณที่เราได้รับการจัดสรรในปี ๒๕๖๘ จะไม่เพียงพอ ซึ่งก็ต้อง ขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วย ถ้าอย่างไร ก็ขอสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคด้วย ส่วนความท้าทายแน่นอนดิฉันได้เรียนไปแล้วว่า ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคคุ้มครองตัวเองได้ โดยเฉพาะในยุคออนไลน์แล้วก็ปัญญาประดิษฐ์ ส่วนการผลักดันกฎหมายขณะนี้เราเห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคใช้มาแล้วก็มีการ ปรับแก้ แต่ว่าสิทธิผู้บริโภคก็ยังไม่ทัดเทียมกับสากล เพราะฉะนั้นสภาองค์กรของผู้บริโภคเอง ก็ได้ร่วมมือกับกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะคะ ในการปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคของสภาองค์กรของผู้บริโภคด้วย ที่จะเข้าชื่อกัน ๑๐,๐๐๐ ชื่อ
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าเราเห็นเรื่องการทุบรถ เห็นเรื่องการทุบสินค้าที่ชำรุด บกพร่อง เพราะฉะนั้นเราเรียกว่า ถกเถียงเรื่องพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความชำรุด บกพร่องของสินค้ามานาน แต่เรายังไม่เกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นโอกาสในการทำให้ กฎหมายฉบับนี้ได้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วก็ พ.ร.บ. อาหาร เราเป็นประเทศผู้ผลิตอาหาร แต่เรายังมี ลูกชิ้นสำหรับเด็กที่ไม่ปลอดภัย เรามีอาหารหน้าโรงเรียนที่ไม่ปลอดภัย หรือเรายังมีอาหาร ที่โฆษณาเกินจริงรักษาโรคไม่น้อย เพราะฉะนั้นดิฉันก็หวังว่า พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับนี้จะได้รับ การสนับสนุนจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการดำเนินการ แล้วก็เราก็คาดหวังว่า เราจะมีองค์กรของผู้บริโภคครบถ้วนใน ๗๗ จังหวัดค่ะ อันนี้ก็คงเป็นความท้าทายที่สภา องค์กรของผู้บริโภคจะได้ดำเนินการในปี ๒๕๖๗ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๘ แล้วก็แน่นอนค่ะ ขณะนี้เราก็ได้ปรับปรุงกลไกในการทำงาน โดยที่ให้อนุกรรมการอย่างน้อย ๓ คณะ ทำงาน ร่วมกันเพื่อที่จะทำให้เกิดพลังในการทำงานเรื่องภัยจากออนไลน์มากขึ้น แล้วก็หวังว่า ข้อเสนอเรื่อง Slow Payment หรือการหน่วงเงินที่ธนาคารสามารถดำเนินการได้ หากมี ยอดเงินเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ทำไมต้องเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท เราศึกษาตัวเลขว่าผู้บริโภคซื้อของ ๑๗,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี เพราะฉะนั้นเดือนหนึ่งคุณใช้เงินประมาณ ๑๔,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าเรากำหนดว่าการโอนที่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าผู้บริโภคต้องการจะทำให้ Default ว่าช้าลงก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ แล้วก็แน่นอนจะมีระบบบุคคลที่สาม หรือจะมี ระบบที่ Set default ให้กับผู้บริโภคเอง อันนี้ดิฉันก็คิดว่าเป็นรายละเอียดที่จะต้องหารือ กับหน่วยงานที่จะช่วยสนับสนุนในการดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่ดิฉัน ได้มีโอกาสมาเรียนกับท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าสภาองค์กรของผู้บริโภคไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัด ซึ่งขณะนี้เรามีอยู่ ๑๘ แห่ง หน่วยงานเขตพื้นที่ที่เป็นกำลังสำคัญ ในการทำงานเรื่องนี้ แล้วก็ท้ายที่สุดขอบคุณสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคจะได้เงินไม่มาก แต่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็น ผู้สนับสนุนที่สำคัญ แล้วก็เป็นผู้สนับสนุนที่สนับสนุนเราด้วยดีตลอดมา ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ