บัญญัตติ คันธา ชี้แจงวัตถุประสงค์และแนวทางการบริหารจัดการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเน้นความโปร่งใสผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเสนอให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามลูกหนี้และลดปัญหาการใช้งบประมาณต่ำกว่าวงเงิน พร้อมทั้งเสนอมาตรการปรับปรุงการจัดซื้อจัดจ้างและติดตามผลโครงการของกรมการขนส่งทางบกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามข้อสังเกตของ สตง.
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม บัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมคณะ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณารายงานของผู้ตรวจสอบงบการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕
ก่อนอื่นขอเล่าความเป็นมาของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ โดยมีการตราพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยเพิ่มมาตรา ๑๐/๑ เข้าไป กำหนดให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบก สามารถนำหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่นิยม เป็นที่ต้องการของประชาชนออกประมูลเป็นการทั่วไป โดยเงินรายได้จากการประมูลทั้งหมด ให้นำเข้าสู่กองทุน ชื่อว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยกองทุนนี้ มีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด คือ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน อย่างไรก็ตาม ในระดับถัดไปก็มีการออกกฎกระทรวง กำหนดขอบเขตการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อรองรับ กับพระราชบัญญัติ โดยกองทุนนี้คณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัย สามารถที่จะใช้เงิน ภายในกรอบดังต่อไปนี้
ข้อที่ ๑ เป็นเงินช่วยเหลืออุดหนุนหรือค่าใช้จ่ายเพื่อการลดอุบัติเหตุทางถนน ตามโครงการและแผนงานของกรมการขนส่งทางบก
ข้อที่ ๒ สนับสนุนค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัย ที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พุทธศักราช ๒๕๓๕
ข้อที่ ๓ สนับสนุนส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน และ
ข้อที่ ๔ สนับสนุนส่งเสริมการจัดการประมูลหมายเลขและการบริหารงาน ของกองทุน
โดยคณะกรรมการของกองทุน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน และประกอบด้วย กรรมการผู้แทนที่มาจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวง สาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทน สนข. รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้งอีกจำนวน ๒ ท่าน โดยมีอธิบดี กรมการขนส่งทางบก เป็นกรรมการและเลขานุการ
เนื่องจากกองทุนนี้เป็นกองทุนนอกงบประมาณ กฎหมายฉบับดังกล่าว ก็ได้กำหนดแนวทางว่า ถ้ามีการทำงบการเงินเรียบร้อยแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะต้องส่ง งบการเงินนี้ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เมื่อ สตง. ได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เสนอรายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา หลังจากนั้นก็นำลงประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
ผลการตรวจสอบรายงานการเงินของ พ.ศ. ๒๕๖๕ ของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไว้ให้ กปถ. ดำเนินการ โดยประเด็น สำคัญมีดังนี้
ประเด็นแรก กระบวนการตรวจสอบลูกหนี้ ค่าหมายเลขทะเบียนรถ ก่อนนำออกประมูลใหม่ โดยลูกหนี้ส่วนหนึ่งก็จะเป็นลูกหนี้ที่ล้มละลายและเสียชีวิต ก่อนที่จะนำเอาหมายเลขทะเบียนออกประมูลใหม่ ซึ่งประเด็นนี้ทางกรมการขนส่งทางบก ก็ได้มีการกำชับและซักซ้อมให้หน่วยปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนกลาง หรือว่าสำนักงานขนส่ง จังหวัดทั่วประเทศทำการตรวจสอบสถานะการเสียชีวิต แล้วก็การล้มละลายของลูกหนี้ ที่ยังค้างชำระค่าหมายเลขทะเบียนอยู่เป็นประจำทุกเดือน กรณีที่ตรวจพบก็ให้ยื่น เฉลี่ยทรัพย์นอกจากนั้นกรมการขนส่งทางบกก็เตรียมที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ ทราบสถานะของบุคคลของลูกหนี้ที่อาจล้มละลาย หรืออาจเสียชีวิตโดยเชื่อมโยงข้อมูล กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้รู้โดยอัตโนมัติ แล้วก็สามารถติดตามได้ทันท่วงที ไม่ว่า จะเป็นยื่นขอชำระหนี้ ไปขอเฉลี่ยทรัพย์ หรือไปยื่นขอส่วนแบ่งที่ได้จากการเป็นมรดก ประเด็นที่ ๒ ทาง สตง. ได้กรุณาให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินที่ได้รับอนุมัติจากโครงการไม่เต็ม ตามกรอบวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปี นั่นหมายความว่าปกติกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จะกำหนดว่าปีนี้จะมีวงเงินทั้งหมดเท่าไร เช่น ๒,๕๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าพอเสร็จสิ้นปีงบประมาณเงิน ๒,๕๐๐ ล้านบาทที่ตั้งไว้ก็ไม่ถูกใช้ให้ครบถ้วน ตามกรอบวงเงิน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเดิมได้มีการกำหนดกรอบงบประมาณไว้เลย จึงทำให้เกิดประสบปัญหาตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ข้อสังเกต แต่ปัจจุบันก็ได้ ทำการสำรวจว่า หน่วยงานที่จะมาขอรับเงินสนับสนุนต้องยื่นคำขอมาก่อน พอหลังจาก ยื่นคำขอแล้วถึงจะเป็นการรวบรวมเงินทั้งหมดเข้าสู่คณะกรรมการ เพื่อเป็นการกำหนด กรอบวงเงินของปีนั้น ๆ อันนี้ก็จะสามารถช่วยให้ปัญหาความเสี่ยงในการอนุมัติโครงการ แล้วก็มีเงินไม่เต็มตามกรอบวงเงินงบประมาณก็ลดไปนะครับ
ส่วนประเด็นที่ ๓ การบริหารโครงการ การใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติ มีประสิทธิภาพต่ำ ความหมายก็คือว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติไปสำเร็จค่อนข้างน้อย ซึ่งกรมการขนส่งทางบกก็ได้มีมาตรการ ๑. ก็คือว่าการที่จะขอรับจัดสรร ส่วนใหญ่ ความล่าช้าจะเกิดอยู่ที่การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยที่ขอรับ เราก็บังคับให้ต้องมี TOR แผนงาน เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างมาพร้อมในการที่จะขอรับจัดสรรเงินทุน นอกจากนั้นก็ได้ปรับ ระยะเวลาและขั้นตอน จัดทำคู่มือสำหรับผู้ที่มาขอรับเงินจัดสรร เพื่อจะได้ไปบริหารโครงการ ได้ตามกรอบระยะเวลา
สุดท้ายเราก็มีคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม เร่งรัดการปฏิบัติงานโครงการ ที่ได้รับอนุญาตไปเป็นประจำทุกเดือน อันนี้ก็จะเป็นตัวที่ช่วยสนับสนุนให้ข้อห่วงใยของทาง สตง. ได้ลดลง อันนี้ก็เป็นภาพรวมผลการตรวจสอบงบการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนที่ สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ ขอบพระคุณครับ