ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ชี้แจงรายงานประจำปี 2565 ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ครอบคลุมการดำเนินงานตามพันธกิจและยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงและการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยนำเสนอผลงานสำคัญด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงความคืบหน้าในการวิจัยและพัฒนาระบบอาวุธ การส่งมอบอุปกรณ์ให้หน่วยงานของรัฐ และการจัดตั้งนิติบุคคลร่วมทุน เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาองค์กรต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอเรียน ข้อมูลประกอบการเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. หรือเรียกย่อภาษาอังกฤษว่า DTI ดังนี้
รายงานประจำปี ๒๕๖๕ ฉบับนี้ดำเนินการเสนอต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นการ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๔๑ ซึ่งกำหนดให้ สทป. จัดทำรายงานประจำปีเสนอตามลำดับขั้นจนถึงรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และเสนอรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบ สทป. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์การมหาชน มีพระราชบัญญัติเฉพาะใช้เป็นกฎหมายที่มอบหน้าที่และอำนาจให้ดำเนินการ มีที่ตั้ง ส่วนที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วยกัน ๓ แห่ง คือ สำนักงานส่วนกลาง อยู่ที่อาคารสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี และมีโรงปฏิบัติการ ๒ แห่งที่จังหวัด นครสวรรค์และจังหวัดลพบุรี การดำเนินงานของ สทป. ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ อยู่ด้วยกัน ๒ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
สรุปผลการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในปี ๒๕๖๕ โดย สทป. ได้ดำเนินงานตามนโยบาย และเป้าหมายการดำเนินงานของสถาบัน ในด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ จำนวน ๕ ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย
ด้านที่ ๑ ด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรม ป้องกันประเทศ
ด้านที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐและภาคเอกชน
ด้านที่ ๓ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรม การค้นคว้า วิจัย การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ด้านที่ ๔ ด้านการประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ
และด้านที่ ๕ ด้านการเป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐ เพื่อใช้ ในการกำหนดนโยบายและแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ผมขอสรุปผลงานที่สำคัญในปี ๒๕๖๕ ดังนี้
๑. มีการส่งมอบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดรุ่น D-Empir รวมทั้งซ่อมคืนสภาพ หุ่นยนต์รุ่น Guardian ให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า
๒. ซ่อมคืนสภาพยานสำรวจใต้น้ำให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
๓. ปรับปรุงแนวทางการวิจัยในด้านอากาศยานไร้คนขับให้ครอบคลุม ๖ มิติ ซึ่งประกอบด้วย อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก อากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง อากาศยาน ไร้คนขับติดอาวุธ การพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ เทคโนโลยีการต่อต้าน อากาศยานไร้คนขับ และศูนย์ซ่อมระบบอากาศยานไร้คนขับ
๔. วิจัยและพัฒนาเครื่องช่วยฝึก สำหรับการสอนวิชาอาวุธศึกษา ด้วยเทคโนโลยี Visual Reality ให้กับโรงเรียนเตรียมทหาร
๕. ส่งมอบระบบอ่านป้ายทะเบียนโดยใช้ Smartphone ระบบอ่านป้ายทะเบียน แบบเคลื่อนย้ายได้ ระบบการตรวจหาอุปกรณ์มือถือเป้าหมายให้กับกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า
๖. ส่งมอบต้นแบบยานเกราะล้อยาง แบบขับเคลื่อน ๔ ล้อ ขีดความสามารถ ป้องกันทุ่นระเบิด และป้องกันการโจมตี ชื่อรุ่น D-Lion ให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย
๗. วิจัยและพัฒนาออกแบบรถสะพานเครื่องหนุนมั่น ที่มีสะพานชั้นรับน้ำหนัก ได้ถึง ๓๐ ตัน และ ๖๐ ตัน
๘. พัฒนาต้นแบบระบบส่งข้อมูลผ่านวิทยุ สำหรับอำนวยการยิงปืนใหญ่ ตลอดจนพัฒนาสายเชื่อมโยงข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Analog ให้เป็นแบบ ดิจิทัลให้กับหน่วยทหารปืนใหญ่ของกองทัพบก
๙. เตรียมความพร้อมองค์ความรู้ให้กับบุคลากร ในการวิจัยและพัฒนา ปืนใหญ่ ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร
๑๐. เตรียมความพร้อมทั้งตัวจรวด และระบบที่เกี่ยวข้องในการยิงทดสอบ จรวดระยะไกล ณ ต่างประเทศของจรวดรุ่น DTI-1G ซึ่งเป็นจรวดนำวิถี ระยะยิง ๑๕๐ กิโลเมตร
๑๑. วิจัยและพัฒนาจนได้ต้นลูกจรวดขนาด ๑๒๒ มิลลิเมตร ชื่อรุ่น DTI-2 ระยะยิง ๓๐ กิโลเมตร และระยะยิง ๔๐ กิโลเมตร และในปี ๒๕๖๕ สทป. ได้ดำเนินการ ร่วมทุนและส่งเสริมการประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจัดตั้งนิติบุคคล เพื่อผลิตและขายจำนวน ๓ บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด เป็นเรื่องของ กิจการยานเกราะล้อยางแบบ ๔x๔ บริษัท แอร์โร เทคโนโลยี อินดัสทรี จำกัด กิจการ อากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง บริษัทอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด เป็นเรื่องของกิจการ อาวุธปืน ทั้งหมดเป็นรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุปตามรายงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้กราบเรียนต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณาทราบ ทั้งนี้ สทป. น้อมรับ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทยต่อไปครับ