มนพร เจริญศรี ชี้แจงการเก็บค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออกจากท่าอากาศยาน 6 แห่งโดย ทอท. พร้อมย้ำความโปร่งใสในการใช้จ่ายรายได้เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคภายในสนามบิน และรายงานความคืบหน้าของโครงการเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา จิตอาสา และการท่องเที่ยว รวมถึงรับข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการลงทุนสนามบินเพื่อนำไปปรับปรุงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขอบพระคุณค่ะ สำหรับคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องของการเรียกเก็บของการบริการต่อภาครัฐ และเอกชนที่ได้ร่วมใช้ระบบดังกล่าว ท่านพูดถึงคำถามว่า ใช้เงินไปเท่าไร ส่วนคำถามนี้ ดิฉันขอส่งเป็นเอกสารให้ท่านในภายหลัง ส่วนเรื่องของประเด็นทั้งความเหมาะสม มากน้อยเพียงใด รวมถึงรายได้ที่รัฐส่งเสริม ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานไปยังท่าน สมาชิกว่า ทอท. มีการคำนวณต้นทุนระบบของการบริการผู้โดยสาร เวลาจะขึ้นเครื่อง เราก็มีการนำระบบนี้มาใช้งานว่าความรับผิดชอบของ ทอท. ขออนุญาตนำเรียนว่า ความรับผิดชอบของ ทอท. มีอยู่ ๖ แห่ง แห่งแรกคือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยาน แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ท่านประธานที่เคารพคะ การคิดคำนวณต้นทุนเหล่านี้ ได้คิดการบริการรายละเอียดต้นทุนที่เกี่ยวข้องในการบริการ โดยกำหนดเรียกเก็บในอัตรา ที่เหมาะสม ที่ผ่านมาทาง ทอท. มีการเรียกเก็บบัตรผู้โดยสารขึ้นเครื่องหรือว่า Boarding Destination Fee จากผู้โดยสารขาออกในอัตรา ๓๐ บาทต่อผู้โดยสาร ซึ่ง ทอท. เรียกเก็บ ทุกสายการบินที่ทำการบินในแต่ละประเทศของท่าอากาศยาน ไม่ใช่เรียกเก็บของสายการบินใด สายการบินหนึ่งเท่านั้น ซึ่งต่อมาสิ่งที่ท่านได้มีความห่วงใยเรื่องของการเรียกเก็บ สถาบัน การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้นำค่าใช้จ่ายบริการระบบมารวมเป็นต้นทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของค่าบริการผู้โดยสารขาออก ซึ่งการคำนวณรายละเอียดของสัญญาจ้างในระบบ ในแต่ละท่าอากาศยานมีต้นทุนค่าจ้างให้บริการระบบ ซึ่งผู้โดยสารขาออกต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขของสัญญา แล้วก็ต้นทุนค่า Counter Check In ต้นทุนของอัตลักษณ์ที่ผู้โดยสาร เดินทางเข้าออกตามแต่ละสถานที่ ตามแต่ละท่าอากาศยาน ซึ่งเราต้องบอกว่าต้นทุน เหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นค่าต้นทุนค่าตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ ของแต่ละท่าอากาศยาน ท่านก็จะเห็นว่าบางที่ของท่าอากาศยานเรายังต้องใช้ที่ดิน ของราชพัสดุอยู่ อันนี้คือค่าตอบแทนให้กับส่วนของที่จะต้องไปจ่ายค่าเช่าให้ที่ราชพัสดุ นอกจากนั้นก็จะเป็นค่าตอบแทนให้สายการบิน ในเรื่องของการเรียกเก็บอัตรา แล้วก็ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันก็ได้นำเรียนว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ผู้โดยสารภายในประเทศจากเดิมเก็บ ๑๐๐ บาท แล้วเราก็มาเก็บเพิ่มต่อผู้โดยสารเป็น ๑๓๐ บาท เพิ่มขึ้นโดยการนำค่า Boarding Destination Fee มารวมด้วย ซึ่งต่อมาเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศจาก ๗๐๐ บาท ก็เพิ่มเป็น ๗๓๐ บาท ท่านประธาน ที่เคารพคะ ทอท. เก็บเงินเหล่านี้มา เงินเหล่านี้ไม่ได้ไปตกกระเป๋าใคร เงินเหล่านี้ไม่ได้หาย ไปไหน ทอท. เป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบของจำกัดมหาชน มีการส่งเงินรายได้ภาษีนิติบุคคล ตามที่กฎหมายสรรพากรกำหนด ซึ่งปัจจุบันนี้ภาษีเงินได้เหล่านี้ในอัตราร้อยละ ๒๐ ของกำไรสุทธิ ซึ่ง ทอท. จะต้องนำรายได้เหล่านี้ไปที่ไหนบ้างคะ ท่านอาจจะมองว่า ทอท. ได้กำไรเยอะแล้วเอาสตางค์เหล่านี้ไปไหน ประชาชนได้ประโยชน์อะไร ต้องดูว่าการที่เรามี ท่าอากาศยานดี ๆ มีสถานที่พร้อมเพรียง เทคโนโลยีที่ทันสมัย ความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร นั่นก็คือตัวหนึ่งที่เป็นตัวที่จะต้องรองรับเรื่องของนักท่องเที่ยวตามนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรี ถามว่าเงินเหล่านี้ไปไหนบ้าง ดิฉันก็จะยกตัวอย่างคร่าว ๆ ว่า เงินเหล่านี้ เรามีโครงการ มีนโยบายที่จะปรับปรุงในสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลานลู่วิ่ง เรื่องของ อาคารทันสมัย ห้องน้ำ แล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พักผู้โดยสาร รวมถึงการบริการ ของร้านค้าที่พี่น้องสามารถไปนั่งรอพักในระหว่างที่รอขึ้นเครื่อง ดิฉันก็ขออนุญาต นำภาพของโครงการที่ท่านถามบอกเงินเหล่านี้ไปไหน แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เราก็ยังมี โครงการดี ๆ ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งกำไรเหล่านี้ นอกจากตอบแทนผู้ถือหุ้นแล้วยังกลับคืนไปสู่สังคม ในแผนงานของปี ๒๕๖๗ เราก็มี กิจกรรมในเรื่องของโครงการมอบเงินสนับสนุนสร้างโรงเรียน ตชด. ๗ แห่ง แล้วก็โครงการ ในเรื่องของจิตอาสา โครงการในเรื่องของมวลชนสัมพันธ์ นอกจากนั้นเราก็ยังมีโครงการ มอบทุนการศึกษาให้มูลนิธิต่าง ๆ ในปีนี้เรายังมีโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสครบรอบ ๗๒ พรรษา ซึ่งกิจกรรมดี ๆ เหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพคะ เราเองได้เห็นการทำงานของ ทอท. ได้เห็นพี่น้องประชาชนมาใช้ บริการของท่าอากาศยาน แน่นอนค่ะ ในประเด็นของความห่วงใยที่ท่านสมาชิกพูดถึง ความไม่โปร่งใส ความคุ้มค่าในการลงทุนของระบบนี้ ดิฉันจะนำข้อหารือความห่วงใย ของท่านสมาชิกนำไปบอกกล่าวให้กับหน่วยงาน ทอท. แล้วก็จะสร้างมาตรฐานของ ท่าอากาศยาน สร้างมาตรฐานของสายการบินของประเทศอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างที่นำเรียนว่า เราจะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการท่องเที่ยวของเรา ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาสนามบิน พัฒนาเรื่องของสายการบินเข้าไปสู่ Aviation Hub ตามนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรี ภายใต้การกำกับดูแลของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอถือโอกาสตอบคำถามของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ