มานพ คีรีภูวดล หารือประเด็นการกระจายอำนาจในการบริหารราชการ โดยเฉพาะการถ่ายโอนสถานีอนามัยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายว่าด้วยการกระจายอำนาจอย่างเต็มรูปแบบทั้งในด้านบุคลากรและงบประมาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณสุข รวมถึงปัญหาข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์สุขภาพชุมชน เช่น ห้องทันตกรรม ปัญหาที่ดินสถานีอนามัยที่ตั้งอยู่ในเขตป่า ซึ่งส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและการพัฒนาบริการ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของ รพ.สต. และ อสม. ในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด และเสนอให้มีการจัดรถพยาบาลฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกลเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการกระจายอำนาจ หรือการบริหาร การจัดการของภาครัฐ คือตัวชี้วัดของการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานก็ทราบว่า แม้แต่ประเทศที่ปกครองด้วยระบบสังคมนิยมยังมีระบบกระจายอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นระบบ มณฑล ระบบเขตปกครองพิเศษ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องระบบการกระจายอำนาจ เป็นหัวใจสำคัญในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการของภาครัฐ ดังนั้นเรื่องของ การถ่ายโอนภารกิจกรณี รพ.สต. ให้กับ อบจ. ผมคิดว่าอันนี้คือบันไดขั้นแรกครับท่านประธาน เป็นบันไดที่เราจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้วคือท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ประชาชนคือกลไก สำคัญ ประเด็นสำคัญวันนี้ที่มันเป็นปัญหาที่เราต้องคุยกัน ผมคิดว่ามันยังติดขัดอยู่ มันเป็น การปลดปล่อยศักยภาพที่ไม่เต็มที่ครับท่านประธานครับ กระบวนการการถ่ายโอน รพ.สต. ให้ อบจ. ผมคิดว่าท่านสมาชิกได้พูดกันเยอะแล้วครับ ท่านประธาน ผมจะไม่ลงรายละเอียด ผมคิดว่าหลักสำคัญก็คือว่า ขอให้ดำเนินการไปตาม กรอบที่เขียนไว้ในมติ ครม. ก็ดี ในเรื่อง พ.ร.บ. กระจายอำนาจก็ดี มีไม่กี่เรื่องครับ ท่านประธาน เรื่องของคน S ๗ คน M ๑๒ คน L ๑๔ คน ซึ่งรายละเอียดมันก็มีอยู่แล้วครับ แต่ที่ผ่านมาที่เราต้องมาคุยกัน คือว่าไม่ได้ไปตามแผนนะครับ
อันที่ ๒ คือเรื่องงบประมาณ งบประมาณนอกเหนือจากงบประมาณปกติ มีอยู่แล้ว ใน อบจ. จะต้องหนุนลงไป เพื่อที่จะทำให้ศักยภาพของ รพ.สต. และบุคลากร ไม่ว่าจะจัดซื้อเวชภัณฑ์ อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนระบบงานของ รพ.สต. เขาตั้งไว้ ๑ ล้านบาท เล็กที่สุดคือ S M ก็คือ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วระดับใหญ่ก็ ๒ ล้านบาท คือมันไปแบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยครับท่านประธาน อันนี้คือปัญหา
ส่วนที่ ๓ ก็คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน คือถ้าเป็นระดับแบบ L คือต้องมี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถเรื่องของทันตกรรม สาธารณสุขทันตกรรม ชุมชน คือผมไปหลายพื้นที่ครับ อยู่ในระดับนี้ครับ ยังไม่มีห้องเกี่ยวกับทันตกรรม อันนี้เรา ต้องสนับสนุน โครงสร้างพื้นฐานนะครับท่านประธาน ที่บ้านผมอยู่ที่ขุนแปะ หมู่ ๑๒ ตำบลแปะ อำเภอจอมทอง คือผู้อำนวยการ รพ.สต. ได้งบประมาณ กว่าจะได้ก่อสร้างในการ สร้างอาคารใหม่ พื้นที่มีประมาณสัก ๒๐ ตารางเมตร อยู่ในเขตป่าสงวน นอกนั้นคืออยู่นอก เขตป่า เพราะฉะนั้นคือการ Clear พื้นที่ที่ส่วนราชการ โดยเฉพาะ รพ.สต. ที่อยู่ในเขตป่าต่าง ๆ เหล่านี้จะต้อง Clear ออกมา เพื่อจะเป็นหน่วยงานที่สามารถจะรับงบประมาณในการพัฒนา องค์กรของตัวเองได้ วันนี้ในพื้นที่ของพี่น้องของผมจะถามว่า รพ.สต. อยู่ในเขตหรือครับ ไม่อยู่ในเขตป่าสงวนก็อยู่ในเขตอุทยาน ไม่อยู่ในเขตอุทยานก็อยู่ในเขต พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๗๔ ยังอยู่ในที่รัฐ เวลาทำงบประมาณก็คือว่า ถ้าพื้นที่ไม่อนุญาต งบประมาณก็ตกไป พองบประมาณตกไป เรื่องวิธีคิด เรื่องการกระจายอำนาจ ๒ ข้อที่ผมว่า เรื่องคน เรื่องงบประมาณไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นก็คือนอกจากเรื่องงบประมาณและคน แล้วนะครับ การไป Clear สะสางพื้นที่ของ รพ.สต. ให้ชอบด้วยกฎหมายควรจะต้อง ดำเนินการไปพร้อม ๆ กันครับ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๔ ที่เป็นปัญหา ผมคิดว่าผมอยากจะฝากกรรมาธิการที่จะพิจารณา เรื่องนี้ครับ เรื่องของการเข้าบริการรักษากับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปแล้ว หลักการง่าย ๆ คือบัตรประชาชน ๑ ใบสามารถเข้ารักษาได้ทุกที่ แต่ปัญหาที่ผมเจอตอนนี้ครับท่านประธาน ในพื้นที่มีพิเศษขึ้นมา หมายความว่า ผู้เข้าร่วมการรักษาพยาบาลใน รพ.สต. ที่ถ่ายโอนก็ดี จะต้องร่วมจ่าย อันนี้คือเป็นปัญหามากเลยนะครับ ผมคิดว่ามันผิดกับหลักการใหญ่เรื่องของ บริการสาธารณะที่จะเข้าถึงทุกคน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คณะกรรมาธิการจะต้องไปพิจารณาว่า ประชาชนคนไทย พลเมืองคนไทยที่มีสถานะเป็นสัญชาติไทย หรือกฎหมายต่าง ๆ คุ้มครอง เมื่อมีบัตรเข้าถึงแล้วควรจะมีสิทธิที่เข้าถึงเท่ากัน ไม่ใช่ว่าผู้เข้าบริการรักษาจะต้องร่วมจ่าย ผมคิดว่าอันนี้จะนำไปสู่การไม่เข้าถึงบริการสาธารณสุขของพี่น้องประชาชน
ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการ พิจารณา ในพื้นที่ห่างไกลครับท่านประธาน ห่างไกลในที่นี้หมายถึงว่า ห่างจาก อบต. เทศบาลด้วยนะครับ ห่างจากโรงพยาบาลอำเภอ กรณีเหตุฉุกเฉินพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ที่อยู่ในพื้นที่ราบ พื้นที่ที่เดินทางสะดวก การคมนาคมไปง่าย ก็จะมีรถของ อบต. เทศบาล ก็จะมีรถฉุกเฉินในการรับผู้ป่วย หรือว่ากรณีเกิดอุบัติเหตุส่งนะครับ แต่กรณีไกล ๆ ไปไม่ได้ ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการพิจารณาว่า กรณีพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ที่ไม่สามารถจะเข้าถึง ศูนย์กลางใหญ่ของจุดบริการ ควรจะต้องมีรถฉุกเฉินให้เขาอย่างน้อย ๑ คัน เพื่อที่จะ แก้ปัญหาในการส่งผู้ป่วยที่มีความฉุกเฉินไปถึงโรงพยาบาลก็ดี หรือจุดบริการที่มี ขีดความสามารถเพิ่มกว่านี้ครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมคิดว่า รพ.สต. คือด่านแรกในการที่จะบริการ ด้านสุขภาพสาธารณสุขให้กับพี่น้องประชาชน รพ.สต. เป็นคนที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน รพ.สต. มีเครือข่ายที่เราเรียกว่า อสม. อสม. เป็นกลไกที่อยู่กับพี่น้องประชาชนที่ใกล้ชิดมาก ไม่ว่าจะเป็นคนไทยทั่วไป คนไทยที่เป็นชาติพันธุ์ ล้วนมี อสม. ในการที่จะทำงานร่วมกัน เขามีระบบบริหารครับท่านประธาน ๑. อสม. จะดูแล ๑๐ หลังคา เพราะฉะนั้นเวลาเกิด อะไรขึ้นมา ไม่ว่าเรื่องของระบบเตือนภัย เรื่องของสุขภาวะ ระบบเหตุฉุกเฉิน คนเหล่านี้ จะทำหน้าที่ประสานกับสถานีอนามัย หรือ รพ.สต. เพราะฉะนั้นผมคิดว่าระบบกระจาย อำนาจ ญัตติที่เสนอขึ้นมาผมอยากฝากประเด็นนี้ว่า ไม่มีอะไรที่จะซับซ้อนเลยครับ ขอให้ ดำเนินการตามแผนและขั้นตอนที่มีอยู่ ๑. คน ๒. งบประมาณ ๓. โครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็ เรื่องของสิทธิในการเข้าถึง สุดท้ายผมฝากเรื่องกรณีพื้นที่ห่างไกลให้มีรถพยาบาลฉุกเฉินครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน