เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือปัญหาการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ให้ อบจ. โดยชี้ให้เห็นความซับซ้อนของระบบสาธารณสุข การขาดแคลนบุคลากร และเงินคงเหลือจำนวนมากที่ติดขัด พร้อมเรียกร้องให้เร่งศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้เวลานิดหนึ่ง อาจจะยาวกว่าที่ท่านประธานกำหนดนะครับ เพราะว่า เรื่อง รพ.สต. ที่โอนย้ายเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนี้เขามีประกาศเป็นฉบับที่ ๒ ระยะแรกจะมีการโอนไปเมื่อมีความพร้อม และระยะสุดท้ายก็คือช่วงนี้ละครับ จะโอนไปให้ อบจ. โดยคิดว่า อบจ. จะมีศักยภาพ มีเงินที่จะสนับสนุน ท่านประธานครับ ที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวมาทั้งหลาย ก็ล้วนแต่เป็นปัญหาเก่า ล่าสุดผมก็ได้รับข้อมูลจากรองศาสตราดอกเตอร์ ธัชเฉลิม ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการกระจายอำนาจ บอกว่ารัฐบาลท่านเศรษฐา ต่อด้วยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ดำเนินการช่วยเหลือ อบจ. ที่ได้รับ การถ่ายโอน รพ.สต. ไปด้านงบประมาณและบุคลากรให้เต็มตามกรอบอัตรากำลังตามที่ คณะกรรมการกระจายอำนาจประกาศไว้ เรื่อง หลักเกณฑ์และขั้นตอนการกระจายอำนาจ โอนภารกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๒๕๖๔ เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เองนะครับ ท่านประธานครับ สำนักงบประมาณและสมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย ก็ได้จัดการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบรรจุบุคลากรให้เต็มครบถ้วนตามกรอบอัตรากำลังแล้ว ซึ่งคาดว่า อบจ. จะได้รับงบประมาณเพื่อการดำเนินการบรรจุบุคลากรให้เต็มตามกรอบได้ อันนี้ต้องขอขอบคุณรัฐบาลท่านเศรษฐาและท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนะครับ
เรื่องที่ ๒ ข้อมูลการวิจัยของท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ท่านธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา ได้สำรวจข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับการบริหารจัดการ รพ.สต. ถ่ายทอดมา พบว่ามีเงินคงเหลือในบัญชีเงินบำรุงของ รพ.สต. ถ่ายโอนมีมากถึง ๔,๘๒๕ ล้านบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินที่มีระเบียบกฎเกณฑ์กำหนดไว้อย่างชัดเจน เป็นเงินที่ต้องใช้เฉพาะกิจการ ด้านสาธารณสุข แต่ในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าการกำกับ การดูแล รพ.สต. ถ่ายโอนไป ยังไม่เต็มที่ ทำให้โอกาสในการจ่ายเงินของ รพ.สต. เป็นไปอย่างลำบากและเต็มไปด้วยปัญหา อุปสรรค หน่วยงานต่าง ๆ เขากลัวเรื่องการตรวจสอบ ดังนั้นสำคัญที่สุด คือกลไกในการ กำกับดูแลและเป็นพี่เลี้ยงให้ อบจ. และ รพสต. ที่ถ่ายโอน ก็ตรงกับที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ได้พูดไป ท่านประธานครับ ระบบสาธารณสุขของเรา มันจะมีเขาเรียกว่า Primary Care Secondary Care Tertiary Care Primary Care ก็คือปฐมภูมิ Secondary Care ก็คือ ทุติยภูมิ แล้วก็ส่งไปที่ Tertiary Care คือพวกเฉพาะทาง ทีนี้มันจะรับรองผ่านกับระบบนี้ ก็คือรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้มีการกำหนดในมาตรา ๒๕๘ การปฏิรูปประเทศ ในเรื่องอื่น ๆ ข้อ ๕ ข้อ ช การแพทย์ปฐมภูมิ ต้องมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอยู่ประจำ ท่านประธานครับ สุขศาลาหรือว่าสถานีอนามัย แล้วมาตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นชื่อ รพ.สต. ไม่มีหมออยู่ในกรอบ จะมีเจ้าหน้าที่ที่เขาแบ่งเป็นขนาด แล้วแต่ประชาชนที่เขาดูแลอยู่ เขาเรียกว่า ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ท่านประธานครับ เงินที่เขาจะได้รับก็มีอยู่ ๒-๓ อย่างนะครับ อันที่ ๑ ก็คืองบประมาณทั่ว ๆ ไป เป็นงบจากงบประมาณโดยตรง เป็นเงินเดือน และเป็น เงินอุดหนุนทั่วไป ที่ท่านสมาชิกบอกว่าได้ไม่เต็มก็ถูกต้องครับ คราวนี้คงจะได้ครบ ตามจำนวน ก็คือ ๑ ล้านบาท ขนาดเล็ก ขนาดกลางได้ ๑.๕ ล้านบาท ขนาดใหญ่ ก็ ๒ ล้านบาท แล้วก็บุคลากรที่มีประมาณ ๗ ๑๒ ๑๔ ที่มีปัญหาการโอนไปในระยะแรก เพราะว่าตามความสมัครใจ แล้วก็ไม่แน่ใจ ปัญหาที่เกิดขึ้น พวกคุณหมอที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่า คนที่โอนไปไม่ทราบว่าโอนไปเพื่ออะไรครับ ถ้าเข้าใจตรงกันว่าทำเพื่อประชาชนจะหมด แล้วการโอนไปจำเป็นต้องมีแพทย์ดูแล ที่ท่านสมาชิกบอกว่าหมอจากที่อื่นลงมา มันทำให้ หมอที่จะเป็นหัวหน้าทีมในการดูแลงานของ รพ.สต. ท่านต้องเข้าใจก่อนว่างาน รพ.สต. มีอะไรบ้างครับ เขามีงาน เขาเรียก PP ก็คือ Health Promotion แล้วก็ Prevention คือป้องกันโรค และมีการตรวจเป็น OPD แล้วก็มีการเรียกว่า Rehabilitation คือการฟื้นฟู แล้วในปัจจุบันนี้ยังมีการใส่เข้าไปอีกนะครับ ก็คือไปส่งเสริมสุขภาพอนามัย คุ้มครองผู้บริโภค แล้วมีหมอฟัน มีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ ซึ่งในกรอบที่ว่า ๗ ๑๒ ๑๔ นี้ไม่พอ โดยเฉพาะใน รพ.สต. ใกล้เมืองใหญ่ เช่น นนทบุรี ที่ท่านสมาชิกได้พูดไปนี้ ก็จำเป็นต้องมี หมอจากที่อื่นเข้ามา หลาย ๆ แห่งเขาจะมีการ Outsource ก็คือไปจ้างหมอที่จบ Family Doctor เวชศาสตร์ครอบครัวมาดูแล แล้วพวกนี้ต้องลงไปเยี่ยมบ้าน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ สปสช. กำหนด ท่านประธานครับ เรามีพระราชบัญญัติการแพทย์ปฐมภูมินะครับ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นคนรับผิดชอบ ทาง อบจ. ต้องทราบว่าการดูแลด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขต้องเป็น Regulator แล้วต้องมีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นกระทรวง สาธารณสุขต้องโอนไปที่ รพ.สต. ไปให้ อบจ. ถูกแล้ว เพราะ อบจ. จะได้เป็น Provider ก็เป็นไปตามหลักการว่ามีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ ตอนนี้มีการโอน ไปแล้ว ๖๒ จังหวัด ขาด ๑๔ จังหวัด พูดง่าย ๆ นะครับ ซึ่งต้องรีบโอนให้เสร็จตามประกาศของ คณะกรรมการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะที่อุดรธานี ที่ท่านวิเชียร ขาวขำ เป็นนายก อบจ. ตอนแรกท่านก็ไม่รับหรอกครับ ตอนหลังท่านเข้าใจดี และท่านก็สนับสนุนเต็มที่ แล้วท่าน ก็หมดวาระ ตอนนี้ก็มีท่านศราวุธ เพชรพนมพร ซึ่งคงจะเป็นว่าที่นายกคนถัดไปของอุดรธานี เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เห็นด้วยกับการที่จะมีการศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ หรือ รพ.สต. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังไม่ชำนาญ ยังไม่พร้อม ผลประโยชน์ก็จะเกิดแก่ ประชาชนอย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ