สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

ปรีติ เจริญศิลป์ เสนอการโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังท้องถิ่น เพื่อสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้มากขึ้น พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการนี้ และยังได้เสนอการปรับปรุงการบริการของสถานีอนามัยประจำหมู่บ้านด้วย

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนเกี่ยวกับการโอน รพ.สต. ไปยังท้องถิ่นครับ เพื่อสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้มากขึ้นนะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

นี่ครับ รพ.สต. ในจังหวัดนนทบุรีที่ผมอยู่ ก็มีหลายแห่งครับ ก็มีทั้ง รพ.สต. เมื่อมีการโอนย้ายแล้วมันก็จะเปลี่ยนเป็นศูนย์บริการ สาธารณสุขของเทศบาล ผมอยากแชร์ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งครับ สไลด์ถัดไปครับ นี่ครับ ในจังหวัดนนทบุรีผมพยายามไปพูดคุยกับ รพ.สต. อยู่ตลอดในหลายพื้นที่นะครับ ทั้งหมด มีถึง ๘๙ แห่ง ที่ยังอยู่กับสาธารณสุข ๔๘ แห่ง มีโอนไป อบจ. แล้ว ๒๙ แห่ง แล้วก็มีโอน ไปที่เทศบาลเมืองด้วย ๑๒ แห่ง แต่ส่วนในพื้นที่ของผมเองก็จะแคบลงมาหน่อย ผมเรียกว่า ไปทุกแห่งแล้ว แล้วก็ไปพูดคุยมา ของผมเองมีโอนไปที่ อบจ. เพียงแค่ ๓ แห่ง จาก ๑๖ แห่ง โดยภาพรวมในจังหวัดนนทบุรีตอนนี้การโอนไปยังท้องถิ่นมีไม่ถึงครึ่งครับ ผมได้มีคำถาม เหมือนกัน ถามทุกครั้งครับ ที่ว่าเวลาไปลงพื้นที่ว่าทำไมถึงยังไม่โอน เขาก็บอกปัญหาต่าง ๆ มามากมายครับ แต่ปัญหาหนึ่งตอนนี้ในเรื่องของเรียกว่าการใช้บริการของประชาชนก็มีครับ

อย่างแรกข้อสำคัญ คือหมอครับ ที่ยังไม่มีประจำของ รพ.สต. ทุกครั้งเวลาที่ ผมไปถามเขาก็จะบอกว่าหมอจะต้องนัดมาสัปดาห์ละแค่ ๑ วันเท่านั้น ทำให้ประชาชน หลายคนที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลไกล ๆ ได้ เขาต้องมา รพ.สต. แต่คิวบางทีไม่มี มันต้องมีการจองคิวล่วงหน้าอีกครับ เวลาฉุกเฉินเร่งด่วนอย่างไรมันก็ไม่สามารถที่จะ ช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ อันนี้เป็นสถิติการใช้บริการครับ ส่วนใหญ่คนใช้บริการ รพ.สต. ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือท้องถิ่น เขาใช้บริการปีหนึ่งประมาณ ๓-๔ ครั้ง เท่านั้นเองครับ ก็ไม่เยอะนะครับ ปัญหาที่ผมพบอยากจะเล่าสู่กันฟัง คือปัญหาความคล่องตัว ในการบริหารงานครับ เมื่อใดก็ตามที่ทรัพยากรมีไม่เพียงพอ ขาดแคลนบุคลากร เช่นแพทย์ หรือพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คนเหล่านี้ต้องทำงานหนักขึ้น แล้วก็ส่งผลต่อบริการ ให้กับประชาชนอย่างแน่นอนครับ

เรื่องถัดมาครับ เรื่องเกี่ยวกับงบประมาณที่มีจำกัด ปัจจุบันงบประมาณ ในการจัดซื้ออุปกรณ์หรือยายังมีไม่เพียงพอ บางครั้งขาดเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นในการ รักษา นี่คือปัญหาที่ผมพบแล้วก็อยากมาเล่าสู่กันฟัง แล้วอยากส่งเรื่องให้กรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ โครงสร้างพื้นฐานที่มันยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร อุปกรณ์บางอย่างใน รพ.สต. อาจยังไม่ได้รับการซ่อมแซมหรือดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ การบริการก็ไม่ราบรื่นครับ อย่างคอมพิวเตอร์นี่ก็หลายปีแล้วครับ บางทีเสีย ไม่มีงบประมาณ ที่จะมาดูแลหรือซ่อมครับ ผมจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ รพ.สต. บริการให้ประชาชน แต่เกิดข้อขัดข้องมากมาย หรือแม้แต่เรื่องการสนับสนุนจากส่วนกลางที่ รพ.สต. ก็ไม่ได้รับ การสนับสนุนเพียงพอจากรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในแง่ของนโยบายและ การพัฒนาศักยภาพ

ส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าควรต้องรีบโอน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน หากท้องถิ่นรับไปแล้ว เขาจะต้องอยู่ภายใต้การบริหารงานของท้องถิ่นที่มาจากประชาชน การจัดสรรงบประมาณเพื่อประชาชนก็มาจากท้องถิ่นที่ประชาชนเขาเลือกเอง เขาจะรู้ว่า พื้นที่ใดควรต้องจัดสรรงบประมาณส่วนใดให้บ้าง อีกอย่างหนึ่งครับ ถ้ามีการโอนไปแล้ว การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อ รพ.สต. เป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่น จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของตนเองครับ เขาสามารถไปเรียกร้องกับนายกท้องถิ่นของเขาได้ เพราะเขาใกล้ชิดกว่า ถ้าปัจจุบันไม่มี การโอน เขาไม่สามารถที่จะเรียกร้องไปถึงกระทรวงสาธารณสุขได้ครับ เพราะอยู่คนละพื้นที่ แล้วก็ไม่รู้จะไปติดต่อใครครับ นี่คือส่วนหนึ่งที่ทางรัฐต้องรีบดำเนินการเร่งการโอนให้กับท้องถิ่นโดยด่วน เพื่อให้การบริการ ถึงประชาชนให้เร็วที่สุดครับ ข้อหนึ่งที่ผมทราบว่าเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. เขาก็กังวลในเรื่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานครับ เขามองว่าการสังกัดกระทรวงอาจจะใหญ่กว่าการสังกัด อปท. ครับ สิ่งนี้เราต้องทำให้เขาเห็นว่าเขามีโอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงาน หากเขาไป สังกัดท้องถิ่นได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ