ภาณุ เสนอตั้งกมธ.ศึกษาถ่ายโอน รพ.สต. หวังกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภาณุ พรวัฒนา หารือปัญหาการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่แม้สอดคล้องกับหลักกระจายอำนาจแต่ยังมีอุปสรรคด้านกระบวนการ งบประมาณ อัตรากำลัง และระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ รวมถึงปัญหาการจัดสรรสิทธิประโยชน์บุคลากร การดูแล อสม. ที่ขาดต่อเนื่อง และความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด จึงเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาและผลักดันการเตรียมความพร้อมของทุกฝ่ายอย่างบูรณาการเพื่อรักษามาตรฐานบริการสุขภาพและลดภาระงานของบุคลากรในพื้นที่

นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

เรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการกำกับดูแลการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวทางการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ด้วยตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ เห็นชอบ การถ่ายโอนภารกิจ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อเป็นการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข ที่จะทำให้ หน่วยงานของรัฐสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ในด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ได้อย่างทั่วถึง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีการถ่ายโอนภารกิจของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้งสิ้น ๔๙ จังหวัด ๓,๒๖๓ แห่ง มีบุคลากรสาธารณสุขที่ถ่ายโอนจำนวน ๑๑,๙๒๘ อัตรา แต่ก็ยังพบว่ามีปัญหาและอุปสรรค ในการดำเนินการถ่ายโอนภารกิจหลายด้าน ทั้งในเรื่องของกระบวนการถ่ายโอน กรอบอัตรากำลังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอน การบริหาร จัดการงบประมาณ การบริหารจัดการเรื่องระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ทำให้ภารกิจ การถ่ายโอนประสบปัญหา ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่น มีท่านสมาชิกได้พูดถึงงบอุดหนุน ทั่วไปที่แบ่งการจ่ายตามขนาดของ รพ.สต. ก็จะแบ่งเป็น S M L ขนาดเล็ก ก็ตกลงกันว่า จะให้ ๑ ล้านบาท ขนาด M หรือขนาดกลางให้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขนาด L ให้ ๒ ล้านบาท ได้จริง ๆ ขนาดเล็กก็ประมาณจาก ๑ ล้านบาท ได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขนาด M จาก ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้ ๖๕๐,๐๐๐ บาท ขนาด L จาก ๒ ล้านบาท ได้ประมาณ ๑ ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ปรากฏว่า รพ.สต. ดีใจ แต่ดีใจไม่สุด เพราะว่าเงินที่ได้เป็นเงิน Top Up ครับ เป็นส่วนหนึ่งในการ Offer ว่าให้ รพ.สต. โอนย้าย เพราะฉะนั้นเงินนี้แต่เดิมไม่เคยได้ เขาว่า จะให้ ๑ ล้านบาท ได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังดี ก็ยังพอถูไถ พอหมุนไปได้ แล้วเรื่องเงิน ก็มีการจ่ายตรงเข้า รพ.สต. ซึ่งในภาพรวมก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแต่เดิมต้องผ่านระบบของ โรงพยาบาลจังหวัดถึงจะเข้ามาถึง รพ.สต. ได้ แต่ก็มีปัญหาบางส่วน อย่างเช่น งบ OP-PP มีงบค่าเสื่อม ซึ่งต้องพิจารณาในรูปแบบของคณะกรรมการของระดับอำเภอ หรือ CUP ซึ่งหลายอำเภอคุยกันไม่ลงตัว ทำให้มีปัญหาไม่สามารถใช้เงินงบประมาณได้ แล้วก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ถือว่าจะต้องได้รับการดูแลนะครับ

ในเรื่องของคน บุคลากร ก็ยังมีการจัดสรรไม่ตรงตามตำแหน่ง หรือว่าบางที่ บางตำแหน่งด้อยกว่าเดิม ส่วนมากดีขึ้น แต่มีบางตำแหน่ง ผมยกตัวอย่าง เจ้าพนักงาน สาธารณสุขอาวุโส ซึ่งแต่เดิมเงินเดือนจะเทียบเท่าชำนาญการพิเศษ หรือซี ๘ เงินเดือน จะไปตันอยู่ ๖๙,๐๔๐ บาท ซึ่งพอย้ายปุ๊บ ปกติการย้ายจะต้องดีเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม แต่พบว่าตำแหน่งนี้ เจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส จากเทียบเท่าชำนาญการพิเศษ พอย้ายปุ๊บ บางท่านลดลงมาเหลือเทียบเท่าชำนาญการ เงินเดือนจากที่จะวิ่งขึ้นไปตันที่ ๖๙,๐๔๐ บาท ก็เหลือ ๕๔,๐๙๐ บาท คือกลายเป็นว่าซีลดลง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นบางอย่างที่ลักลั่น แต่ว่าส่วนมากแล้วจะดีขึ้น มีความก้าวหน้ามากขึ้น อย่างเช่น นักวิชาการสาธารณสุข ซึ่งปกติ หวังจะขึ้นไปถึงชำนาญการพิเศษนี่ยากมากนะครับ แต่พอเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้า เรียกว่า ผู้อำนวยการ ผอ. รพ.สต. ก็สามารถเข้าสู่ตำแหน่งชำนาญการพิเศษได้ หรือแม้พยาบาล พยาบาลวิชาชีพก็สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้เช่นกัน อันนี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่มากขึ้น แล้วก็ อีกประการหนึ่ง มีการถ่ายโอนกลับไปยังภูมิลำเนา หรือท้องที่ของตัวเองด้วย ทำให้หลาย ๆ คน ซึ่งปกติย้ายยาก ก็พบว่าเขามีความสุขกับการโอนย้ายนะครับ

ทีนี้เรื่อง อสม. นะครับ อสม. นี้ดั้งเดิมสาธารณสุขอำเภอก็จะคุม รพ.สต. รพ.สต. ก็คุม อสม. แต่พอมีการโอนย้าย ปรากฏว่า รพ.สต. ไป แต่ อสม. ไม่ได้ไปด้วย อสม. ยังคงขึ้นกับสาธารณสุขอำเภอ แล้วก็หลังการโอนย้ายพบว่าตำแหน่งต่าง ๆ ในสาธารณสุขอำเภอลดลง แต่ละที่ในสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางแห่งเหลือคน ปฏิบัติงานอยู่ ๓-๔ คน เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการดูแล อสม. ก็ไม่ทั่วถึง หลาย ๆ อำเภอ ก็ไปขอแรงเรียกว่าให้ รพ.สต. กำกับดูแล ช่วยดูแล อสม. เช่นเดิม แล้วในเรื่องของบุคลากร ในสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ซึ่งน้อยมาก อันนี้ก็เป็นปัญหาในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน

ในเรื่องของงาน เดิม รพ.สต. เรามี KPI ซึ่งเป็นของกระทรวงสาธารณสุข ก็จะมีในงาน Routine ทั่วไป ทั้งการป้องกันควบคุมโรค ส่งเสริมสุขภาพ รักษาพยาบาล ฟื้นฟู พอย้ายไปปุ๊บ KPI ของกระทรวงสาธารณสุข รพ.สต. ก็ต้องทำ แล้วยังมี KPI เพิ่มมาด้วย ก็คือ KPI ของท้องถิ่น ของ อบจ. เพิ่มเข้ามาอีก สรุปว่าคนทำงานเหนื่อยมากขึ้น แต่ชาวบ้าน หรือประชาชนก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น จากการที่ รพ.สต. มี KPI ที่มากขึ้น

พวกวัสดุอุปกรณ์พบว่างบน้อยลงกว่าเดิม เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ขึ้นกับ อบจ. ที่จะให้การสนับสนุน ยกตัวอย่าง อุดรธานี ซึ่งยังไม่มีการโอนย้าย เพราะว่านายกยังไม่รับ นายกบอกว่าขอดูที่อื่นก่อน ปรากฏว่าที่อื่นก็มีปัญหา โน่น นี่ นั่น แล้วก็มีการแก้ปัญหา จนกระทั่งอุดรธานีตกผลึก ตอนนี้อุดรธานีพร้อมที่จะรับ รพ.สต. ทุกแห่งเข้า อบจ. นะครับ ทางสะดวกนะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านนายกวิเชียร ขาวขำ แล้วก็ทาง อบจ. ทุก ๆ แห่งก็ควรมีการหาอุปกรณ์ หรือเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละที่ อยู่ที่เดิมเขามาเป็น Pack เลยนะครับ บางทีเขาสั่งให้ตึ้บ ๆ แต่มาที่ใหม่ แต่ละที่ก็จะมีบริบทการใช้เครื่องมือของแต่ละแห่ง ที่นี่ขาดอันนี้ ที่นั่นขาดอันนั้น ก็จะได้รับการดูแลที่ตรงประเด็นมากขึ้น ดังนั้นในทุกภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทางองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ก็ควรจะต้องมีการเตรียมความพร้อม มีการพูดคุย มีการบูรณาการกันอย่างเป็น ระบบ เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจไม่เกิดปัญหาอุปสรรคใด ๆ และไม่ให้เกิดผลกระทบกับ ประชาชนในการได้รับบริการสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพ ให้ได้รับการบริการตามมาตรฐาน โดยเฉพาะระบบสุขภาพปฐมภูมิ ก็ถือว่าให้ประชาชนมีสุขภาพ มีสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดี เจ้าหน้าที่ก็ทำงานอย่างก้าวหน้าและมีความสุข

ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาในเรื่องแนวทางการกำกับดูแลการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวทาง การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ