ร่มธรรม เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาปรับปรุงกฎหมายรังนกอีแอ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์การดำเนินกิจการรังนกอีแอ่น หลังพบปัญหาความไม่แน่นอนในการลงทุนและการควบคุมที่ขาดความชัดเจน ทั้งในและนอกเขตสัมปทาน เพื่อผลักดันให้เกิดกรอบกฎหมายที่เหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาว

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมได้รับมอบหมาย ให้เป็นผู้แทนในการเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ การดำเนินกิจการรังนก อีแอ่น ซึ่งท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช กับคณะ เป็นผู้เสนอครับ

ท่านประธานครับ ลำดับแรกผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุญัตตินี้ เพราะกิจการรังนกอีแอ่นมีความสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนและสร้างเศรษฐกิจ ให้กับประเทศ แต่ก็ยังมีปัญหา มีอุปสรรค แล้วก็ผลกระทบหลายประการที่จะต้องเร่ง ปรับปรุงและแก้ไข วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งครับ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านจากหลาย พรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอญัตติในทำนองเดียวกันนี้ เพื่อขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎระเบียบ ในการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการรังนก ทั้งในพื้นที่เขตสัมปทานนั้น ก็คือในพื้นที่ ธรรมชาติ แล้วก็นอกเขตสัมปทาน ก็คือธุรกิจคอนโดนก หรือว่าบ้านนกอีแอ่น ให้เหมาะสม กับสภาพปัจจุบัน แล้วก็เกิดประโยชน์ต่อประเทศให้ได้มากที่สุด สำหรับรายละเอียดของ ญัตติก็ได้ปรากฏตามเอกสารที่ท่านสภาได้แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจึงขออนุญาตใช้โอกาสต่อจากนี้ในการอภิปรายเหตุผล ที่จะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ กิจการนกอีแอ่น ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เห็น ถึงความจำเป็นที่เราจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ รังนกอีแอ่นมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ แล้วก็สร้างอาชีพให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจุบันธุรกิจรังนกนกอีแอ่นของไทยมีมูลค่าส่งออกสูงเป็นอันดับ ต้น ๆ ของโลกครับ รังนกอีแอ่นยังเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง มีความต้องการสูงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีน ถูกนำไปใช้ในการประกอบอาหาร เครื่องดื่ม แล้วก็ยาแผนโบราณ สำหรับในประเทศไทยนั้นนกอีแอ่นถือเป็นสัตว์คุ้มครองที่พบมากในพื้นที่ธรรมชาติ ในพื้นที่ ภาคใต้หลายจังหวัด รวมถึงจังหวัดพัทลุงของผมเองด้วยครับ ในพื้นที่หมู่เกาะสี่-เกาะห้า ซึ่งเป็นรังนกและเป็นแหล่งทำรังวางไข่ของนกอีแอ่นที่มีคุณภาพดีที่สุด แล้วก็สมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศ โดยปัจจุบันการได้มาซึ่งรังนก หรือว่าการผลิตรังนกอีแอ่นแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ ตามที่ท่านสมาชิกบางท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนที่ ๑ ก็คือรังนกในพื้นที่ ธรรมชาติ ก็คือตามเกาะหรือถ้ำตามธรรมชาติ แล้วส่วนที่ ๒ ก็คือรังนกบ้านหรือว่ารังนก คอนโด สำหรับส่วนแรก รังนกในพื้นที่ธรรมชาติ ปัจจุบันก็มีกฎหมายเฉพาะเพื่อควบคุม และบริหารจัดการตาม พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยอนุญาตให้เอกชนสามารถ จัดเก็บในรูปแบบสัมปทานผ่านการประมูลได้ แล้วก็ให้ราชการท้องถิ่นในจังหวัดเป็นผู้ดูแล แล้วก็จัดเก็บภาษีเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาชุมชนต่อไป ซึ่งพื้นที่สัมปทานรังนกในประเทศไทย มีอยู่ในพื้นที่ ๙ จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็คือว่า ผู้เข้ารับสัมปทานต้องใช้เงินทุนที่สูง แต่เกิดความไม่แน่นอนว่ารังนกที่ได้จะคุ้มค่า ต่อการลงทุนหรือไม่ เพราะว่ารังนกตามธรรมชาตินั้นมีจำนวนจำกัด แล้วก็มีปริมาณที่ ผันผวนไปตามธรรมชาติ อีกทั้งยังมีปริมาณที่ลดลงในบางพื้นที่ เนื่องจากการจัดเก็บรังนก ที่มากเกินไป ประกอบกับปัญหาที่สำคัญในบางพื้นที่ก็คือว่า คณะกรรมการจังหวัด ขาดการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน แล้วก็การศึกษาข้อมูลปริมาณรังนกที่ละเอียด จึงทำให้ ขณะนี้บางพื้นที่สัมปทานรังนกยังขาดผู้ประมูล ทำให้รัฐและท้องถิ่นต้องสูญเสียรายได้ จากค่าสัมปทานจำนวนมาก นอกจากนี้บางครั้งยังเกิดปัญหาการตรวจสอบพื้นที่สัมปทาน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านเว้นว่างจากการสัมปทาน หรือว่ารอการประมูล หลายพื้นที่ หลายครั้งเกิดการลักขโมยรังนกแล้วก็ทำลายตัวอ่อน ซึ่งในจังหวัดพัทลุงเองก็เคยเกิด เหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งก็คือการติดข้อกฎหมาย ข้อระเบียบต่าง ๆ ซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อพื้นที่สัมปทานรังนกอีแอ่น ในประเด็นนี้ผมจึง ขอเสนอให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา ได้ศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำ สัมปทานรังนก โดยควรมีการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เท่าทันกับสภาพ ปัจจุบัน มีการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการเพิ่มการตรวจสอบพื้นที่ แล้วก็ สนับสนุนให้ชุมชนและท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด นอกจากนี้ยังควรมีการทบทวน ที่มาของกรรมการรังนกให้มีความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อที่จะได้มุมมองรอบด้าน ให้เกิดการดูแลและพัฒนาอย่างยั่งยืน แล้วก็ควรมีการทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการจ่ายเงิน สัมปทานรังนกให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดและพี่น้องประชาชนมากที่สุด เช่น ควรนำเงิน เหล่านั้นมาทำโครงสร้างพื้นฐาน สนามกีฬา โรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น ท่านประธานครับ การประกอบกิจการรังนกในแบบที่ ๒ ก็คือรังนกบ้าน หรือว่ารังนกคอนโด ที่อยู่นอกเขตพื้นที่สัมปทาน ซึ่งเป็นส่วนที่ท่านพิทักษ์เดชได้เสนอไว้ในญัตตินี้ โดยที่ปัจจุบัน รังนกบ้านเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท มีประชาชนผู้ประกอบการจำนวน มากครับ แล้วก็เป็นธุรกิจที่ขยายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีการทำคอนโดนก หรือว่าบ้านนก กระจายอยู่หลายจังหวัดทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามครับ ปัจจุบันการประกอบธุรกิจรังนกบ้าน เช่นนี้ยังติดขัดข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค แล้วก็ขาดกฎหมายที่รับรอง หรืออนุญาตให้ทำได้ อย่างชัดเจนเป็นการเฉพาะ ทำให้การทำธุรกิจรังนกบ้านจึงยังไม่ถูกกฎหมาย แล้วก็ส่งผล ทำให้การประกอบธุรกิจบ้านนกอีแอ่นยังไม่มีการควบคุม บริหารจัดการ หรือตรวจสอบ อย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งปัญหานี้ส่งผลต่อผู้ประกอบการทำ ให้ไม่สามารถส่งออกได้อย่างถูกกฎหมาย ถือเป็นการเสียโอกาสในการสร้างรายได้ และสำหรับรัฐเองก็ส่งผลกระทบเช่นกัน เพราะว่ารัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีเข้าสู่รัฐหรือว่า ท้องถิ่น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการเสีย โอกาสในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน ซึ่งอุปสรรคทาง ข้อกฎหมายทั้งหมดนี้ ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมายโดยเฉพาะการที่ไม่มีการกำหนด พื้นที่ หรือจัดระเบียบบ้านนกตามมาตรฐาน จึงทำให้มีคอนโดนกในพื้นที่เมือง ในพื้นที่ชุมชน เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชน ทั้งในเรื่องของเสียง กลิ่น ความสะอาด และความเสี่ยงต่อ เชื้อโรค แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมาเกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนในหลาย พื้นที่ สำหรับประเด็นนี้ผมจึงขอเสนอแนะให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา ได้ศึกษาการออก กฎหมาย กฎระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดการอนุญาต การลงทะเบียน แล้วก็ประกอบกิจการคอนโดนกอีแอ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้มีการ ควบคุม มีการบริหาร แล้วก็จัดการสถานที่ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีการจัดทำ Zoning มีการตรวจสุขอนามัย เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังควรมีการคิด เรื่องของการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดรายได้ต่อรัฐและท้องถิ่นมา พัฒนาพื้นที่ประเทศ ซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยวันนี้เราควรที่จะเริ่มจากการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปสำรวจ แล้วก็จัดทำ ฐานข้อมูลการประกอบกิจการรังนกบ้านในทุกพื้นที่ทั่วประเทศครับ เมื่อเราจัดเก็บข้อมูลแล้ว ก็จะทำให้ง่ายต่อการขออนุญาต การขึ้นทะเบียน แล้วก็ควบคุมตรวจสอบต่อไป นอกจากนี้ เราควรจะมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์รังนก มีการแปรรูป มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจรังนกของประเทศไทย อย่างจริงจังและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ จึงขอให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมา เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ ในการดำเนินกิจการรังนกอีแอ่นในประเทศไทย ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับว่า หากการทำธุรกิจ รังนกอีแอ่นในประเทศไทยมีกฎหมายรับรองที่เหมาะสม มีการส่งเสริมและผลักดันอย่าง จริงจัง ให้เหมาะกับสภาพการณ์ปัจจุบันจะส่งผลประโยชน์ต่อประเทศเราในหลาย ๆ ด้าน โดยจะส่งผลประโยชน์ในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แล้วก็ประชาชนอย่างมั่นคง ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เกิดการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนแล้วก็สมดุล แล้วก็สร้างรายได้ ให้รัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ