สวางจิตต เลาหะโรจนพันธ ชี้ช่องโหว่หนี้นอกระบบ เสนอแก้กฎหมาย-บูรณาการหน่วยงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗

สวางจิตต เลาหะโรจนพันธ นำเสนอผลการพิจารณาปัญหาหนี้นอกระบบโดยชี้แจงสาเหตุและปัจจัยก่อเกิด ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และพฤติกรรมลูกหนี้ พร้อมวิเคราะห์สภาพปัญหาปัจจุบันที่ขาดความชัดเจนในการบูรณาการหน่วยงาน ขาดระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน งบประมาณไม่เพียงพอ รวมถึงช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนที่ไม่สมบูรณ์ จึงเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นการเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบอย่างทั่วถึง และเรียกร้องให้อนุกรรมาธิการเร่งตรวจสอบกรณีผิดกฎหมายและพิจารณาประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ กรรมาธิการในฐานะรองประธานคณะอนุ กรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ และยั่งยืนค่ะ ดิฉันขอนำเสนอผลการพิจารณา ซึ่งประกอบไปด้วย ๔ ส่วน ดังนี้นะคะ ส่วนที่ ๑ ก็คือเรื่องของปัจจัยที่ก่อให้เกิดหนี้นอกระบบ ส่วนที่ ๒ สภาพปัญหาของหนี้นอกระบบ ในปัจจุบัน อีก ๒ ส่วนจะถูกนำเสนอ โดยท่านอนุกรรมาธิการท่านจุมพล นิติธรางกูร และประเด็นที่ ๔ ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา โดยท่านประทีป เจริญกัลปี

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดหนี้นอกระบบ ก็จะแบ่งเปึน ๓ ด้าน ด้านเศรษฐกิจ แหล่งเงินทุน แล้วก็ด้านลูกหนี้ ด้านเศรษฐกิจนี้ก็ได้แก่ รายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงหนี้ ภาระหนี้สินที่มีอยู่เดิมนะคะ สภาพเศรษฐกิจของประเทศนี้สืบเนื่องจากโควิด-๑๙ แล้วก็เรื่องของปัญหาความยากจนในสังคม ความจำเปึนและความต้องการใช้เงินในกรณีพิเศษ หรือความต้องการที่จะใช้เงินในการลงทุนเพื่อที่จะเพิ่มรายได้นะคะ ด้านแหล่งเงินทุน ลูกหนี้เอง ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้นะคะ แล้วการที่แหล่งเงินทุนนอกระบบเข้าถึง ได้ง่ายกว่า เร็วกว่า ด้านลูกหนี้ก็ขาดความรู้ในเรื่องของการวางแผนทางด้านการเงิน แล้วก็มี พฤติกรรมในการใช้เงินของลูกหนี้เอง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการพนันหรือความฟุ์มเฟ๋อย ก็จะเห็นได้ว่าอัตราการเติบโตของรายได้และค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๖ จนถึงป้ ๒๕๖๖ ถึงแม้ว่ารายได้จะเพิ่มสูงขึ้น แต่อัตราเร่งของค่าใช้จ่ายสูงกว่า หนี้สินเฉลี่ยโดยรวม ของครัวเรือนก็สูงขึ้นนะคะ แล้วหากดูสัดส่วนตามวัตถุประสงค์ของหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือน ก็จะพบว่าสัดส่วนที่จะต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของรายได้ถึง ๗๗.๗ เปอร์เซ็นต์ เปึนการ ลงทุนอื่น ๆ หรือใช้จ่ายอื่น ๆ เพียงแค่ ๒๒.๓ เปอร์เซ็นต์และถึงแม้ว่าหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่ จะเปึนหนี้ในระบบ แต่เมื่อมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ หรือมีค่าใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินก็จะต้อง พึ่งพาหนี้นอกระบบมาเสริมสภาพคล่องและหากพิจารณาหนี้ของกลุ่มครัวเรือนฐานราก ที่เปึนกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการก่อหนี้สูงในช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-๑๙ หรือระหว่างเกิดวิกฤติ หรือหลังเกิดวิกฤติแล้วก็จะพบว่าวัตถุประสงค์ของการก่อหนี้นอกระบบจะเปึนการก่อหนี้ เพื่อการใช้จ่ายในเรื่องของการอุปโภคบริโภคเปึนส่วนใหญ่ สภาพเศรษฐกิจของประเทศเอง อย่างที่เราทราบกันดีว่าโควิด-๑๙ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจอย่างมาก ส่งผลกระทบ ต่อรายได้ของประชาชน แต่การดำรงชีวิตประจำวัน ยังคงต้องใช้จ่ายเงินค่ะ พักทุกอย่าง ยกเว้นพักหนี้และดอกเบี้ย จึงต้องมีการกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือมาโปะ ภาระหนี้สินทำให้หนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงขึ้น รวมถึงความจำเปึนในการต้องการ จะเพิ่มรายได้ ความจำเปึนในการใช้เงินเพื่อสร้างโอกาส ส่งเสริมอาชีพการงาน เช่น เรื่องของ การกู้เงินมาเพื่อจะไปทำงานในต่างประเทศ หรือว่าต้องการเงินมาเพื่อทำการลงทุนในอาชีพ ต่าง ๆ หรือกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเรื่องของการเจ็บป์วย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หรือการที่กู้มา เพื่อที่จะมาชำระหนี้ไม่ให้โดนฟัอง ไม่ให้โดนปรับไม่ให้โดนยึดทรัพย์สิน เครื่องมือทำมาหากิน บ้าน ที่ดิน รถยนต์ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ลูกหนี้ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ ก็คือการที่ไม่สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบเพราะว่าขาดคุณสมบัติ ขาดหลักประกัน รวมถึงการใช้เวลา ในการพิจารณาสินเชื่อที่บางครั้งก็รอไม่ได้ การที่หนี้นอกระบบเข้าถึงได้ง่ายกว่า การที่ลูกหนี้เองขาดความรู้ทางด้านการเงิน ขาดวินัยในการใช้จ่าย รวมถึงอาจจะถูกหลอก ทางออนไลน์ สภาพปัญหาหนี้นอกระบบ นอกเหนือจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดหนี้ในฝัืงของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้เองก็ไม่สามารถจะออกจากวงจรหนี้นอกระบบได้ โดยที่ฝัืงเจ้าหนี้ก็อาศัยฐานะ ทางสังคมที่สูงกว่าเอาเปรียบลูกหนี้ ใช้ช่องว่างทางกฎหมายเอาเปรียบในการทำสัญญากู้เงิน ที่ไม่เปึนธรรม เช่น การไม่ลงวันที่ในสัญญา หรือว่าให้ลูกหนี้เซ็นชื่อในกระดาษเปล่า แล้วก็มี การแก้ไขตัวเลขกันย้อนหลังก็มี หรือรูปแบบการอำพรางการกู้ การซื้อสินค้าแต่ว่าทำสัญญา เงินกู้ นอกจากเจ้าหนี้จะได้กำไร แล้วยังได้ดอกเบี้ยอีก นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากแก๊งเงินกู้ที่ ทำเปึนขบวนการ แล้วก็มีการใช้กำลังในการบังคับขู่เข็ญ ปัญหาและอุปสรรคของการ แก้ไขหนี้นอกระบบ บางครั้งก็เกิดจากการที่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ไม่ให้ข้อมูลกับหน่วยงาน แล้วไม่ประสงค์เข้าร่วมกระบวนการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกหนี้บางครั้งก็อาจจะกลัวว่า ถึงเวลาที่ตัวเองลำบากก็จะไม่มีที่พึ่ง

มาดูทางด้านหน่วยงานที่เข้ามาแก้ไขหนี้ จะเห็นได้ว่ากระบวนการแก้ไข หนี้นอกระบบ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่หลายหน่วยงาน แม้แต่ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ก็มีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม หรือแม้แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็มี ๒ หน่วยงาน ศปน. ก็ดูแลกรณีของหนี้สินนอกระบบ แต่ถ้าเปึนตำรวจไซเบอร์ก็จะเปึนกรณีของ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากได้รับเรื่องก็จะมีการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย มีการส่งต่อสถาบันการเงินหรือส่งดำเนินคดีหากพบการกระทำความผิด แล้วก็ยังมีหน่วยงาน ที่สนับสนุนที่จะมาดูแลสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกหนี้ ส่งเสริมอาชีพ ให้ความรู้ทางด้านการเงิน เพื่อปัองกันการเกิดหนี้ซ้ำ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐก็ยังไม่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน อย่างชัดเจน ทำงานเฉพาะหน่วยงานของตัวเองได้รับเรื่อง รวมถึงไม่มีการจัดทำระบบ ฐานข้อมูลของหน่วยงานให้เชื่อมโยงกันนะคะ ซึ่งเรื่องร้องเรียนที่มีอยู่มากมาย บางครั้ง ก็ไม่สามารถที่จะเอามาวิเคราะห์ให้เห็นปัญหาที่แท้จริงได้ การแก้ไขหนี้นอกระบบของรัฐบาลเอง ก็ไม่มีความต่อเนื่อง เพราะว่าจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น มีระดมเรื่องของ การร้องเรียน เรื่องการแก้ปัญหาไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำต่อเนื่อง และเมื่อเปึนงานเฉพาะกิจ จึงขาดงบประมาณในการจัดการ เช่น ระบบการจัดการฐานข้อมูล ขาดเจ้าหน้าที่ แล้วก็ขาด งบประมาณในการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

เรามาดูการแก้ไขหนี้นอกระบบของหน่วยงานสักหน่วยงานหนึ่งให้เห็นชัด กรมการปกครองของกระทรวงมหาดไทย ก็มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ๒ ช่องทาง ๑. ก็คือเรื่องของการรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม แล้วก็อันที่ ๒ ก็เปึนเรื่องของการ จัดตลาดนัดแก้หนี้ ก็จะเห็นว่าจำนวนเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมประมาณ ๑๕๓,๔๐๐ ราย มีสอบถามความสมัครใจในการเข้ากระบวนการ ๕๓,๐๙๗ ราย อีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าราย ที่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ บางครั้งพอลงทะเบียนแล้วติดต่อกลับไป ก็ไม่สามารถติดต่อผู้ร้องเรียนได้ หรือบางครั้งก็เกิดจากการที่ไม่ต้องการจะให้มีการสืบสาวไป กลัวว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจจะมีการร้องเรียนซ้ำซ้อน เพราะว่าหลาย ๆ หน่วยงานก็มีการเป่ดรับเรื่องร้องเรียนด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเปึน กทม. กรมคุ้มครองสิทธิ หรือว่ากระทรวงยุติธรรม หรือธนาคารออมสินเอง ธ.ก.ส. เองนะคะ ในจำนวน ๕๓,๐๙๗ ราย จะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแค่ ๓๔,๒๗๕ ราย แล้วที่ไม่เข้าสู่ กระบวนการไปไหน ๓๔,๒๗๕ ราย ไกล่เกลี่ยแล้วเสร็จ ๒๗,๗๑๐ ราย ไกล่เกลี่ยไม่แล้วเสร็จ ยังคงมีปัญหาอยู่ ๖,๕๖๕ รายนะคะ ในส่วนของตลาดนัดแก้หนี้ ข้อมูลจากการลงทะเบียน ๑๖,๗๐๖ ราย เข้าสู่กระบวนการ ๖,๕๘๑ ราย ๖,๕๘๑ รายที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย แล้วเสร็จ ๔,๙๙๖ ส่วนที่เหลือก็ยังคงเปึนปัญหานะคะ ทั้ง ๒ เส้นทางที่เข้ามาที่กรมการ ปกครอง มีจำนวนที่ส่งให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๔๗๒ กรณี กรณีที่พบว่ามีการกระทำ ความผิดนะคะ ส่วนที่ส่งให้กับสถาบันการเงิน ๒๑,๑๐๔ ราย มีข้อสังเกตนะคะว่า อนุมัติ สินเชื่อกลับเข้ามาอยู่ในระบบเพียงแค่ ๙๙๔ รายนะคะ ที่ดิฉันยกตัวอย่างหน่วยงานนี้ก็ไม่ได้ หมายความว่ามันไม่ได้ถูกดูแลนะคะ ทางกรมการปกครองก็ได้มีการตอบสนองข้อร้องเรียน ทั้งหมด แล้วก็ได้สถิติมาอย่างนี้ก็หมายความว่า หนี้นอกระบบมันก็ยังไม่ได้ถูก อันนี้จะรวม หนี้ในระบบด้วย ก็ไม่ได้ถูกแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมการ ปกครองก็บอกว่า มันยังไม่มีกระบวนการในการเอารายงานของข้อร้องเรียนมาวิเคราะห์เพื่อ ทำงานต่อนะคะ อีก ๒ หัวข้อดิฉันขอเชิญท่านอนุกรรมาธิการ ท่านจุมพล นิติธรางกูร จะพูด ถึงในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เชิญค่ะ