ประเสริฐ หารือที่ดิน ส.ป.ก. 34 ล้านไร่ ขอเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗

ประเสริฐ บุญเรือง หารือปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. ที่ค้างคาตั้งแต่ปี 2521 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 34 ล้านไร่ ใน 72 จังหวัด ซึ่งประชาชนยังไม่สามารถทำประโยชน์หรือได้รับเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะในพื้นที่ทับซ้อนกับหน่วยงานรัฐกว่า 12 ล้านไร่ จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันความโปร่งใสในการแปลงที่ดินเป็นโฉนด โดยเชื่อมโยงบทบาทของรัฐมนตรีและคณะกรรมการ สคทช.

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกระทู้ไว้ตั้งแต่สมัยท่านเศรษฐา ทวีสิน เปึนนายกรัฐมนตรี โดยมีท่านรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะมีความเชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีธรรมนัสท่านทำเรื่องแปลง ส.ป.ก. เปึนโฉนด เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินที่รัฐได้มอบให้ พี่น้องเกษตรกรได้ทำกิน ตามหลักการของ ส.ป.ก. โดยผ่านคณะกรรมการที่เรียกว่า สคทช. ชื่อเต็มนะครับท่านประธาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

แต่มีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น จนได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเปึนท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และได้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านใหม่ เปึนท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กระผมได้ตั้งคำถาม ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ ด้วยอาศัยเหตุแห่งอำนาจ มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือว่าเปึนกระทรวงที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มากที่สุด และเปึนกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยในการดำรงชีวิตครับท่านประธานครับ แต่วันนี้ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร ได้มาตอบกระทู้ถาม ท่านเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ ผมเชื่อว่า การตัดสินใจอะไรต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ท่านก็คงจะไปรายงานให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงได้รับทราบนะครับท่านประธานครับ กระทู้ผมในวันนี้เปึนกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก. ที่เรียกว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่ผมไม่ได้ไปแตะต้อง ส.ป.ก. ที่มีเอกสารสิทธิ และที่ได้ครอบครองขึ้นสำรวจทะเบียนไว้แล้วอย่างสิ้นเชิง แต่ที่ผมจะพูดก็คือ เมื่อป้ ๒๕๒๑ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ได้ออกประกาศเขต พื้นที่ ส.ป.ก. ครอบคลุมไว้เต็มพื้นที่ทั้งอำเภอ โดยอาศัยอำนาจแห่งรัฐธรรมนูญการปกครอง พุทธศักราช ๒๕๒๐ ตามภาพนะครับ ตามมาตรา ๒๕ พระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดิน เพื่อการเกษตร ป้ ๒๕๑๘ ตามภาพที่ ๑ นะครับ และภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ นะครับ ภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ นี้เปึนการประกาศครอบนะครับ ลงนามโดย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนผู้รับ สนองพระบรมราชโองการ และฉบับที่ ๒๑ ป้ ๒๕๒๑ ที่ลงนามโดยท่าน ส. โหตระกิตย์ ฉบับนี้เปึนสิ่งที่สำคัญครับท่านประธาน ป้ ๒๕๒๑ จนถึง ณ ปัจจุบัน ป้ ๒๕๖๗ กฎหมายฉบับนี้ ยังมีผลบังคับใช้อยู่จนถึงปัจจุบันจนทำให้เกิดปัญหาอีนุงตุงนังที่เกี่ยวกับที่ดิน เช่น ที่ดิน ที่ชาวบ้านครอบครอง ที่ดินที่ยังไม่ได้พิสูจน์สิทธิ ที่ดินว่างเปล่า ที่ดินทำกินหลายชั่วอายุคน ที่ดินหัวไร่ปลายนา และที่ดินที่ทับซ้อนกับหน่วยงานอื่นของรัฐ จนทำให้กรมที่ดินไม่สามารถ ที่จะออกไปสำรวจหรือรังวัดแก้ปัญหาในกรณีพิพาทรัฐกับประชาชนได้ครับ ท่านประธานครับ โลกมันเปลี่ยนไป หลายสิ่งหลายอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน หรือเรื่องขยายตัวของชุมชน และมูลค่าเพิ่มของทรัพยากร โดยเฉพาะทรัพยากรที่ดิน แต่ไม่สามารถที่จะทำเปึนหลักฐานหรือออกโฉนดเปึนเจ้าของที่ดิน และครอบครองได้ ท่านประธานครับ ดูภาพที่ ๒ พื้นที่สรุป ส.ป.ก. ทั้งหมดที่ครอบคลุมไว้ ๗๒ จังหวัด ๗๒๖ อำเภอ ๓,๖๖๗ ตำบล เนื้อที่ทั้งหมดนะครับ ๓๔,๕๘๒,๒๓๒ ไร่ นี่คือ ผลสำรวจของเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๖๖ โดยจำแนกรายภาคดังนี้นะครับ ภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด จำนวนแปลง ๙๕๔,๒๔๓ แปลง และภาคกลางจำนวน ๒๑ จังหวัด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าแปลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด ๒ ล้านกว่าแปลง ภาคใต้ อยู่ทั้งหมด ๑๔ จังหวัด ๓๗๖,๐๐๐ รวมแล้วทั้งหมดตัวเลข ๓๔,๕๘๒,๒๓๒ ไร่ แต่เมื่อสำรวจแล้ว ในป้ ๒๕๖๖ เดือนสิงหาคมข้อมูลเกษตรกรที่เข้าเกณฑ์อยู่ทั้งหมด ๑,๖๒๘,๕๒๐ ราย และมีเอกสารสิทธิรวมทั้งหมด ๒,๒๐๕,๕๖๑ ฉบับ เนื้อที่รวมแค่ ๒๒,๐๗๙,๔๐๗ ไร่ เปึน ส.ป.ก. ที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง และเปึน ส.ป.ก. ที่ได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลให้แก่ พี่น้องประชาชน แต่ส่วนที่เหลืออยู่ทั้งหมด อยู่ตามตารางนี้ ตารางนี้สำคัญ เหลืออยู่ประมาณ ๑๒,๕๐๒,๘๒๕ ไร่ อยู่ที่มุมน้ำเงินนะครับ จะเปึนเขตปฏิรูปที่ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐ ตรงนี้คือ ปัญหาที่เกิดขึ้น ๒๒ ล้านไร่เราไม่ไปแตะต้อง แต่ที่จะแตะต้องก็คือ ๑๒ ล้านไร่ที่มีแล้วทั้งโฉนด และมีทั้งทับซ้อน มีทั้งที่ว่างเปล่า และทั้งที่จับจองครอบครองที่ยังไม่พิสูจน์สิทธิและมีกรณี พิพาทอื่น ๆ ตรงนี้ครับที่เปึนเหตุให้ผมได้ตั้งกระทู้ในวันนี้ ในประเทศไทยของเราที่ ส.ป.ก. ประกาศไว้มีอยู่ทั้งหมดเต็มพื้นที่นะครับ มีทั้งหมด ๑๒๒ อำเภอ ที่ ส.ป.ก. ประกาศคลุมไว้ และที่ดินออกเดินสำรวจไม่ได้ ทับซ้อนกับหน่วยงานอื่นที่ทั้งบุกรุก แผ้วถางและที่ดินงอกเงย ที่ดินหัวไร่ปลายนา ที่ดินจำพวกนี้ไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิได้ เพราะติดปัญหาก็คือ กฤษฎีกาที่ครอบกันไว้อยู่ ท่านประธานครับ ๑๒๒ อำเภอ มีที่ไหนบ้างมาดูตามตารางไปนะครับ ตามตารางที่ ๖ ตารางที่ ๗ ตารางที่ ๘ ตารางที่ ๙ มีภาคใต้อยู่ ๓ อำเภอ ภาคกลาง ๑๑ อำเภอ ภาคเหนือ ๕ อำเภอ และภาคอีสาน ๘๔ อำเภอ นี่ละครับเรื่องประเด็นปัญหา ลักษณะนี้มันเปึนสิ่งที่สำคัญนะครับ ไม่สามารถที่จะไปเดินสำรวจได้ ภาคกลางอย่าง กาญจนบุรี อย่างเขตท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลปี ที่นั่งอยู่ข้างผม อยู่อำเภอเลาขวัญ อำเภอบ่อพลอย อำเภอหนองปรือ ก็นั่งรอลุ้นคำตอบว่าท่านรัฐมนตรีจะตอบอย่างไร ภาคเหนือ นครสวรรค์ พิจิตร ลำพูน สุโขทัย อุทัยธานี เขาก็อยากทราบว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะดำเนินการอย่างไร แต่ภาคอีสานโดนเต็ม ๆ ๑๑ จังหวัด ๗๐ อำเภอ โดยเฉพาะ จังหวัดศรีสะเกษ ท่าน สส. สุรชาติอยู่ข้างหลังผม ครูนุช วีระพล หมอภูมินทร์ รอรับฟัง กับรัฐมนตรีที่จะตอบว่าอย่างไร นี่โดนเต็มทั้งจังหวัด และโดยเฉพาะบ้านผมประกาศไว้ แต่ก่อนนะครับ ในป้ ๒๕๒๑ ประกาศไว้ ๓ อำเภอ คืออำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เขต สส. วิรัช พิมพะนิตย์ สส. หมู และอำเภอกุฉินารายณ์เขตเลือกตั้งผม และอำเภอคำม่วง ประกาศไว้ ๓ อำเภอเท่านั้นในป้ ๒๕๒๑ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ๒๕๖๗ เพิ่มมาอีก ๒ อำเภอ เปึน ๕ อำเภอ เพราะว่าอำเภอเหล่านั้นนะครับ ประกาศจัดตั้งอำเภอ หรือแยกอำเภอไปปกครองช้ากว่า พ.ร.บ. ตรงนี้กำหนดออกมา ดีที่อำเภอเขาวงกับอำเภอนาคูหลุดรอดเข้าไป เพราะว่าประกาศ จัดตั้งเปึนอำเภอขึ้นมาก่อน เรื่องเหล่านี้เปึนปัญหายุคทุกสมัยไม่รู้จักจบสิ้น อย่างพื้นที่แถว ตำบลหนองห้าง สัปดาห์ก่อนก็มาร้องเรียน ภูผาผึ้ง ภูศรีฐาน อำเภอกุฉินารายณ์ บ้านนาวี อำเภอเขาวง และแถวดงสวน ดินจี่ โพนแพง อำเภอคำม่วง ทับซ้อนกันวุ่นวาย ชาวบ้าน เขาบอกว่าไปบุกรุกทับที่อุทยาน ชาวบ้านก็บอกว่าเอาดาวเทียมดวงไหนมาพิจารณา ดาวเทียมดวงไหนชี้ออกมาสิ ทางป์าไม้หรืออุทยานก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ แล้วก็บอกว่า ให้อยู่กันไป ดูภาพถ่ายทางอากาศมันไม่สำเร็จและมันไม่ตรงกันสักเรื่อง ท่านประธานครับ บ้านผมกับท่านประธานก็คงไม่ต่างกันสมัยรุ่นปู์ รุ่นย่า สมัยนั้นถ้าใครบอกเปึนกำนันหรือเปึนตาแสงสามารถที่ชี้เอาได้ บอกว่าอยากได้ที่ดินตรงไหน ก็ชี้มือไป โน่น โน่น โน่น ไปจนสุดลูกหูลูกตา แม้แต่กำนันหรือตาแสงสมัยนั้นก็ยังไม่รู้ เพราะว่าประชากรมันน้อยพื้นที่มันมาก นี่ครับสิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่ว่ายุคนี้มันน่าจะบริหาร จัดการทั้งด้านเทคโนโลยีและทั้งด้านเรื่องอะไรต่าง ๆ สามารถที่จะพัฒนาแล้วบริหารจัดการให้ มันเบ็ดเสร็จได้ ผมเสนอแนวทางท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีบอกว่า แนวทางแก้ปัญหา ๑. ยกเลิกประกาศครอบครอง ส.ป.ก. ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ ๒๑ และป้ ๒๕๒๙ ปัญหาตรงนี้ยกออกไป ๒. เมื่อยกเลิกแล้วให้พี่น้องประชาชนที่มีที่ดินที่อยู่นอกเหนือเขต ส.ป.ก. ดำเนินการพิสูจน์สิทธิให้จบสิ้น ในกรณีที่ทับซ้อนหรือครอบครองไว้ ส.ป.ก. เอาตัวเอง ออกไป ให้วงจรมันแคบลงครับท่านประธาน ให้เหลือหน่วยงานอื่นอย่างเช่น อุทยาน หรืออะไรต่าง ๆ ให้ไปพิสูจน์สิทธิกันระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่าให้พรรคการเมือง ต่าง ๆ เวลาเขียนนโยบายแล้วรณรงค์ไปเลือกตั้ง บอกว่าจะจัดสรรที่ดิน ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะพรรครัฐบาลหรือฝ์ายค้านออกไป ผมว่าน่าจะทำให้เสร็จ ในยุคนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เพื่ออะไร เพื่อให้เปึนมิติใหม่ ๆ แล้วเราก็ยกปัญหา เรื่องที่ดินนี้ออกไป ไม่ให้มาพูดอีก เรื่องอย่างนี้มันน่าจะจบ ดังนั้นผมจึงขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรี ๒ ข้อ ก็คือ ๑. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวคิดเรื่องนี้อย่างไรที่จะ ยกเลิกพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ ๗ เล่มที่ ๙๕ ตอนที่ ๑๐๗ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๑ หรือไม่ อย่างไรครับ