เอกราช ชี้ปัญหา e-Filing-CIOS ขัดข้อง ขอเร่งปรับปรุงเพื่อประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗

เอกราช อุดมอำนวย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการหักค่าเสื่อมของทรัพย์สินไม่มีตัวตนในรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นระหว่างปีงบประมาณ และเสนอให้ชี้แจงเพิ่มเติมในหมายเหตุท้ายบัญชีเพื่อความโปร่งใส พร้อมทั้งหารือปัญหาข้อขัดข้องในระบบ CIOS และ e-Filing ที่ทำให้ไม่สามารถยื่นคำร้องออนไลน์ได้ ระบบปฏิทินไม่เชื่อมต่อ ส่งผลต่อการสอด ข้อมูล และการอัปเดตคำสั่งศาล จึงเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบอย่างเร่งด่วน รวมถึงปัญหาการสแกนเอกสารที่ล่าช้าและข้อจำกัดในการเบิกความ จึงเสนอให้จัดระบบอุปกรณ์ส่วนกลางสำหรับทนายความ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพิจารณาคดีออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระประชาชน และใช้งบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณมาสนับสนุนการปรับปรุงระบบอย่างเป็นรูปธรรม

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทน คนดอนเมือง จากพรรคประชาชนนะครับ ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านผู้ชี้แจง ที่ให้เกียรติสภาแห่งนี้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะมีความเห็นต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและ รายงานการเงินนะครับ ใน ๒-๓ ประเด็นของสำนักงานศาลยุติธรรมแล้วก็จะฝากข้อสังเกต แล้วก็เรื่องของการใช้งบประมาณของแผ่นดินเข้าสู่การให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบ รับฟัง แล้วก็ท่านผู้ชี้แจงเผื่อจะได้เป็นประโยชน์ไปปรับปรุงต่อไปนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

สำนักงานศาลยุติธรรมนี่ อันแรกเลยครับ คือทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน ผมเข้าไปดูในรายละเอียดก็จะเห็นว่า เขาจะหัก ในเรื่องของค่าเสื่อมของคอมพิวเตอร์ ตรงนี้ติดใจนิดเดียวครับ เพราะว่าเดิมทีในช่วงเวลาของ ปี ๒๕๖๕ ท่านหักค่าเสื่อมประมาณร้อยละ ๔๑.๗๘ แต่ว่าพอถึงทางบัญชี พอปี ๒๕๖๖ กลายเป็นหักมากขึ้นนะครับ เป็นร้อยละ ๕๓.๓๐ ซึ่งวิธีการทางบัญชีในการหักค่าเสื่อม ปกติสมมุติค่าโปรแกรมมัน ๕ ปี เขาก็อาจจะหาร ๕ แล้วก็หักค่าเสื่อมลดลงตามอายุของ การใช้งาน อันนี้ก็เลยไม่แน่ใจว่าทรัพย์สินที่เป็นซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ของสำนักงานศาล ยุติธรรมมีอะไรบ้างนะครับ เลยกลายเป็นหักที่ดูแล้วก็อาจจะมีความสงสัยนิดหนึ่งนะครับ ตรงนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ว่าตั้งเป็นข้อสังเกตว่า ถ้ามีหมายเหตุท้ายบัญชีได้ก็จะดีใน ครั้งต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของคำของบประมาณ ซึ่งเราก็รู้กันดี นะครับว่า ศาลยุติธรรมก็จะนำเงินไปพัฒนา เผอิญว่าผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ด้วย ก็พอจะทราบนะครับว่า โครงการของสำนักงานศาลยุติธรรมมีอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งก็คือไปพัฒนาระบบนะครับ สไลด์ถัดไปจะเห็นนะครับว่า เรื่องของศาลยุติธรรม จะใช้อยู่ ๒ ระบบก็คือ CIOS กับ e-Filing นะครับ ผมก็ฝากประเด็นในเรื่องของการยื่น คำร้องในการพิจารณาคดีออนไลน์ผ่าน CIOS ตอนนี้ไม่สามารถพิจารณา ไม่สามารถยื่นคำขอ ออนไลน์ได้ ล็อกคำไว้เลยครับ ผมคิดว่าอันนี้ผิดไปจากแบบแผนทางวิชาการที่ทางสำนักงาน ศาลยุติธรรมมีความตั้งใจที่จะให้การสะดวกรวดเร็วกับประชาชนในการยื่นพิจารณาคดี แล้วก็ปฏิทินวันพิจารณาของระบบทั้ง ๒ ระบบ e-Filing และอีก CIOS ไม่เชื่อมกันนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ก็จะเห็นว่าในระบบ e-Filing นี่นะครับ กรณีที่บุคคลที่ไม่ได้เข้ามาในคดี คือไม่ได้ถูกฟ้องครั้งแรก แต่ว่าถูกร้องสอดเข้ามาเป็น ผู้ร้องสอด ก็จะไม่สามารถเข้าระบบได้ ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาแก้อุทธรณ์ได้ นะครับ ก็ทำให้มีปัญหา ประสบปัญหาในการกรอกเข้ามา ตรงนี้เป็นเรื่องของระบบฝากทาง สำนักงานเลขาลองไปดูนิดหนึ่งนะครับว่า กรณีที่มีการร้องสอดเข้ามา ตรงนี้ระบบอาจจะต้อง ปรับหรือไม่ หรือว่ากรณีที่มีการกรอกผิด คือกรอกตั้งแต่หน้า e-Filing มันล็อกระบบไว้เลย ซึ่งดีมาก คือหมายความว่าถ้ากรอกผิดตัวเดียวนี้ไปต่อไม่ได้แล้ว แต่พอไปในคำฟ้องไปผิด สุดท้ายระเบียบรองรับหรือยังครับว่า จะต้องยึดตามคำฟ้องที่ทำผิด ต้องไปแก้ใหม่ เช่น สมมุติผิดไม่มีสระอาไปตัวหนึ่งที่อยู่จำเลยอย่างนี้ แต่ใน e-Filing กรอกถูก เรายึดอันไหน อัน นี้ก็อยาก จะให้ Check พวกระเบียบนะครับ สไลด์ถัดไปครับท่านประธาน เพื่อความรวดเร็ว นะครับ ผมก็จะไม่ได้ใช้เวลาเยอะ ก็คือว่าในระบบ CIOS นี้ หลายครั้งที่ยื่นไปมีเพื่อนทนายก็มา บอกว่าการ Update คำสั่งศาลบางครั้งต้องตาม ต้องคอยโทรตาม ก็จะเป็นภาระเจ้าหน้าที่ใน การรับอีก ตรงนี้ก็อยากจะให้มีการวางระบบให้แน่ชัด หรือว่าเป็น KPI ให้ชัดเจนว่า คำสั่งที่ รับมาแล้วนี้ควรจะรีบดำเนินการแจ้งภายในระยะเวลาเท่าไร การที่ให้มีการตรวจสอบระหว่างอยู่ ตรวจสอบสำนวนอย่างนี้ครับ มันก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะเป็นประสิทธิภาพในการทำงานได้

ส่วนประเด็นรายละเอียดที่ผมอยากจะฝากไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การ Scan ลงระบบ เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมนี้ทำงานหนักมาก โดยเฉพาะหน้าบัลลังก์ วันจันทร์ วันอังคารนี่วุ่นวายเลย แต่ว่าก็จะต้องมีการ Scan เอกสาร ที่เข้ามาในระบบวันจันทร์ วันอังคาร ก็เห็นใจ วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ก็ต้องสืบพยาน แต่จริง ๆ มันก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ถ้าเครื่องมือพร้อม เช่น ระบบ Scan ที่ไม่ต้องใช้คน เอกสารวาง กดปรื้ดแล้วเข้าในระบบ อันนี้ก็ฝากสำนักงานลองไปดูนะครับว่า จะทำอย่างไรได้บ้างที่จะ Scan ลงระบบอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องคอยติดตามนะครับ แล้วก็เรื่องของการมีอุปกรณ์ส่วนกลาง ให้สำหรับทนายความนะครับ แต่ละศาลนี้ ศาลแขวงพระนครเหนือต้องชมเลยนะครับ มีทั้ง เครื่อง Print เอกสารของเอกชนที่เขาสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ หรือว่ามีส่วนกลางที่ จัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ว่าสำนักงานศาลอื่น ๆ ยังนึกไม่ออกว่าการจัดเตรียมหรือว่า ถ้าจะไป Mention ถึงก็อาจจะ อย่างเช่น ศาลมีนบุรีนี้ มีห้องของทนายความ แต่เข้าไป ข้างใน หัวหน้าศาลลองไปดูเลยครับ เครื่องพิมพ์ดีดก็ใช้ไม่ได้ ตัวพิมพ์ก็หล่น คอมพิวเตอร์ ก็ใช้ไม่ได้ พวกนี้ลองมาดูทั้งระบบไหม เพราะว่าในการดำเนินกระบวนพิจารณาพวกนี้ ทนายความก็ทำเพื่อประโยชน์ของศาล ประโยชน์ของประชาชน ไปใช้ของหน้าบัลลังก์ ก็ไปรบกวนการพิจารณาคดีอื่นอีก ถ้าส่วนกลางมีความพร้อมตรงนี้ จะเก็บเงินก็ได้ หรือว่า จะอย่างไร แต่จริง ๆ ผมคิดว่าทำคำของบประมาณมา และอีกอย่างเรามีเงินนอกงบประมาณ ที่ศาลยุติธรรมเก็บเอาไว้ในแต่ละปี ประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมคิดว่าใช้ตรงนี้ไม่เยอะ ถ้าดูแล Maintenance ดี ๆ ก็สามารถที่จะไปได้

และสุดท้ายนะครับ ก็คือเรื่องของการเบิกพยาน ในการเบิกคำพยาน ซึ่งห้องพิจารณาที่จะเป็นระบบภาพและเสียงนี้ก็ค่อนข้างมีจำกัด ทีนี้ในเรื่องของอุปกรณ์ ของผู้พิพากษานี้ ผมคิดว่ายังใช้เวลาอยู่ในการเบิกความ ผมไปเจอในลักษณะที่มี ๒ แบบ ทั้งการเบิกความแบบว่าท่านจดไว้ก่อน แล้วก็อัดทีเดียวเลย กับอัดไปจดไป มันก็มีวิธีการ ที่แตกต่างกันนะครับ แต่ว่าจริง ๆ ถ้าใช้วิธีการเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยก็จะอำนวยความสะดวก ให้กับระบบการพิจารณาได้มากยิ่งขึ้นนะครับ ก็ทำให้มีประสิทธิภาพกับประชาชน

ส่วนสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการขอพิจารณาคดีออนไลน์ ชื่นชมศาลยุติธรรมในการเปิดนะครับ ในการพิจารณาในช่วงเย็นมาก เพราะว่าบางทีประชาชน เดือดร้อนในคดีเล็กน้อย เช่น คดีผู้บริโภคนะครับ คดีที่ต้องไปขึ้นศาล คดีเช่าซื้ออะไรแบบนี้ เดินทางไปศาลก็เสียเงินแล้วครับ นั่งแท็กซี่ ๓๐๐-๕๐๐ บาท ยิ่งบางศาลการเดินทาง ไม่สะดวก ไม่มีรถเมล์ เช่น ศาลธัญบุรีแบบนี้นะครับ ลำบากมากในการเดินทางไปศาล เพราะฉะนั้นคิดว่าระบบการพิจารณาทางจอภาพ ทางออนไลน์นี้จะช่วยประชาชนได้เยอะ แล้วก็ให้กำลังใจในการพัฒนาระบบต่อ ๆ ไปนะครับ ก็ฝากไว้ ๓-๔ ประเด็น ที่ได้อภิปราย ขอบคุณท่านประธานครับ