ภูริวรรธก์ ใจสำราญ หารือเรื่องระบบขนส่งสาธารณะและรถเมล์ในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่ากรมการขนส่งที่ดินและรถไฟ (อกม.) ไม่ควรเพิ่มรถสัมปทานในบางเส้นทาง และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการรอเวลาในรถเมล์ และการเดินรถในสาย ๑-๒๖ ๑-๒๘
เรียนท่านประธานสภา แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่เคารพครับ วันนี้อยากจะเป็นบรรยากาศ ในการปรึกษาหารือ แล้วก็ขอความร่วมมือนะครับ แล้วก็พูดถึงประเด็นที่สืบเนื่องมาจาก ที่เคยถามกระทู้ตอบในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ ครับ ถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ หรือรถเมล์เรานี้นะครับ ในพื้นที่ของบางเขน สายไหม ลาดพร้าว แล้วก็รวมไปถึงในบาง Routing นั้นกินบริเวณข้างเคียงไปด้วย ซึ่งใน กระทู้ถามตอบในราชกิจจานุเบกษา ท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตอบกลับมาในครั้งนั้น ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ได้สิ้นสงสัยนะครับ ทำให้อยากจะสอบถามเพิ่มเติมว่า การจัดการ ที่เหมาะสมตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้นควรจะเป็นแบบไหน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ข้อแรกที่ถามตอบ ในราชกิจจานุเบกษาครับว่า เนื่องจากในพื้นที่ถนนสายไหม-เทพรักษ์ เป็นแผนการปฏิรูป การเดินรถในสาย ๑-๒๖ ๑-๒๘ มันไม่มี แต่ว่าที่ท่านตอบกลับมาในครั้งนั้นนะครับ เพราะว่า เนื่องจากมีจำนวนรถประจำทาง ประเภทมาตรฐาน ๒ และ ๓ ไล่กันตามพื้นที่นะครับ มาตรฐาน ๒ และมาตรฐาน ๓ ก็คือสาย ๑๐๐๙ สาย ๑๐๘๐ ในเขตสายไหมและเขตบางเขน แล้วก็มีสาย ๒-๕๔ และสาย ๒-๕๕ ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็มีสาย ๑๐๖๙ กับสาย ๑๐๗๑ ที่วิ่งอยู่ ในลาดพร้าว-จรเข้บัว แล้วก็ยังไปพื้นที่ข้างเคียงนะครับ ผมจะประหยัดเวลาเพิ่มเติมนิดหนึ่ง พอดีเนื่องจากว่าผมทำตัวของตารางนี้มา ในตารางนี้จะมีรถขั้นต่ำที่ท่านตอบมาในกระทู้ อย่างเช่น รถหมวด ๒ สาย ๑๐๐๙ ว่ามีจำนวนรถขั้นต่ำอยู่ที่ ๒๐ คัน จำนวนเที่ยวรถที่วิ่ง ต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ ๔๒ นาที หรือ ๕๒ นาที ทีนี้ผมลงไปดูมาครับ ยกตัวอย่างเช่น ชื่อเส้นทาง สาย ๑๐๐๙ ตลาดยิ่งเจริญ-ตลาดวงศกร-วัชรพล จำนวนขั้นต่ำที่ตอบไปในกระทู้คือ ๑๐ คัน แต่ในความเป็นจริงที่เราไปดูมานี้ไม่มีเลยนะครับ ตลาดยิ่งเจริญ-วงศกร-เคหะออเงิน อย่างท้ายสุดมี ๕๒ คัน แต่เราวิ่งไป Check ดูมามีอยู่ประมาณ ๓๐ คัน เวลาที่การรอรถใน แต่ละรอบ ยกตัวอย่างเช่น ๒๓.๗๕ นาที แต่ว่าในบางสายก็จะมีการที่รอเยอะกว่านั้น เช่น ๔๐-๔๕ นาที หรือ ๑ ชั่วโมงขึ้นไป ลองดูหน้าต่อไปนะครับ อันนี้เป็นสาย ๑๐๐๙ ที่วิ่ง ตลาดยิ่งเจริญ-วงศกร-มีนบุรี บางสายที่วิ่งจากตลาดยิ่งเจริญ-เพิ่มสิน มายังโรงเรียน รัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน คือรอมากกว่า ๒๕ นาทีขึ้นไปนะครับ หน้าต่อไปก็จะเป็นหมวดที่ วิ่งกันอยู่ที่พื้นที่อย่างที่ผมบอก สายไหม ลาดพร้าว และบางเขน เพราะฉะนั้นในบางพื้นที่ ที่เป็นพื้นที่ อย่างเช่น ถนนเทพรักษ์แทบจะต้องรอเป็นชั่วโมง อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเรา เปรียบเทียบ TOR กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นพอมาถึงจุดนี้ครับ จึงอยากเรียน ถามท่านว่า เมื่อความเป็นจริงในตัวเลขของ TOR กับความเป็นจริงเมื่อเราลงไปในพื้นที่ และตรวจสอบของจำนวนรถ รวมถึงเวลารอรถจริงมันเป็นแบบนี้แล้ว ท่านจะมีวิธีการแก้ไข ในอนาคตจากนี้อย่างไรนะครับ
ผมถามต่อไปด้วยเลยนะครับ เพื่อที่จะประหยัดเวลาของท่าน ก็สืบเนื่อง มาจากที่ท่านตอบในราชกิจจานุเบกษา ข้อ ๓ ครับ ว่าด้วยเรื่องของเหตุผลในการวิ่งทับเส้น รถสัมปทานนะครับ ท่านเขียนมาตอนช่วง Highlight หนึ่ง ลองเปิดต่อไปอีกก็ได้ครับ นี่ครับ ว่าการวิ่งรถทับซ้อนนั้น ส่วนหนึ่งท่านคำนึงถึงในเรื่องของการที่ไม่ได้ต้องการทำให้มีจำนวนรถ มากขึ้น การเพิ่มรถในหมวด ๑ เข้ามาอาจจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด อาจจะทำให้เกิด ปัญหาของสิ่งแวดล้อมติดขัด อันนั้นผมว่ามันอาจจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดมากนัก รวมไปถึงในพื้นที่ อย่างเช่น ถนนเทพรักษ์ก็ดี ซึ่งเป็น ๖ เลนแล้ว ถนนสุขาภิบาลที่เป็น ๔ เลน เป็นถนนจัดเป็นประเภท ค และประเภท จ ตามลำดับ อันนี้ในอดีตอาจจะเป็นถนนที่เป็นถนน ในซอย แต่ปัจจุบันนั้นการเพิ่มถนนกับการเคลื่อนที่ของจำนวนชุมชนที่เพิ่มเติมมากขึ้น มันทำให้ ถนนทั้ง ๒ เส้นกลายเป็นถนนเส้นหลักนะครับ ไม่ใช่เป็นถนนเส้นเล็ก หรือเป็น Feeder แบบที่ เคยเป็นอีกต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อถนนเหล่านั้นกลายเป็นถนนเส้นหลักแล้ว แล้วเรามี Feeder แน่นอน Feeder ที่เป็นรถสองแถว หมวด ๓ หมวด ๔ หรือหมวด ๒ ก็ดี มันจะวิ่ง ในเส้นทางเล็ก ๆ แต่เส้นทางใหญ่ ๆ อย่างที่บอกครับ สุขาภิบาล ๕ ก็ดี เทพรักษ์ก็ดี เพราะฉะนั้นตรงนั้นมันเปลี่ยนแปลงกันไปหมด ก็เลยอยากจะมีคำถามทั้ง ๒ ข้อครับว่า เมื่อสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา หรือมีแนวทาง ในการที่จะเพิ่มรถตามแผนการปฏิรูปอย่างไร และเมื่อไร ถามประมาณเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวจะ มีสรุปปิดท้ายครับ ขอบคุณครับ