นภินทร แจงนโยบายข้าว ยันรัฐบาลห่วงเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗

นภินทร ศรีสรรพางค์ ชี้แจงการบริหารจัดการข้าวของรัฐบาล ย้ำบทบาทคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว พร้อมรายงานความคืบหน้าการเสนอมาตรการสนับสนุนปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย ผู้ตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้ ผม นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้มาตอบ กระทู้ถามสดของท่านในวันนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีนั้น ให้ความ สำคัญกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวเป็นอย่างมาก ท่านคงเห็นว่า รัฐบาลในอดีต โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีนั้น ตั้งแต่สมัยท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็ดี ได้ใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ขึ้นมาบริหารจัดการข้าวของชาติมาโดยตลอด เช่นเดียวกันครับ ขอเท้าความไปถึงสมัย ท่านเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๑ (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ตั้งคณะกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติขึ้นมา หรือเราเรียกสั้น ๆ ว่า นบข. โดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นั้น เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ มีท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการ มีปลัดกระทรวงที่สำคัญ ๆ หลาย ๆ กระทรวงเป็นกรรมการ และที่สำคัญครับ มีภาคเอกชนและภาคประชาชนร่วมเป็น คณะกรรมการด้วย ไม่ว่าจะเป็นประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ประธานกรรมการ ศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เป็นกรรมการ และมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นเลขา มีอธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ช่วยเลขา และที่สำคัญก็คือ มีอธิบดี กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ช่วยเลขา คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจ หน้าที่หลายประการด้วยกัน ที่สำคัญก็คือ การกำหนดนโยบาย แผนงานมาตรการ เกี่ยวกับข้าวเพื่อบริหารจัดการสินค้าข้าวให้สอดคล้องกันทั้งระบบ และแก้ไขปัญหาให้อย่าง มีประสิทธิภาพ เสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าวภายในระยะสั้น ระยะยาวต่อคณะรัฐมนตรี ส่งเสริม สนับสนุน วิจัย พัฒนา เพิ่มคุณภาพลดต้นทุน การผลิตข้าวที่สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และที่สำคัญครับ พิจารณา หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ โรงสี ผู้ค้าและผู้ส่งออกในการรักษาเสถียรภาพของราคาข้าว นี่คืออำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ เรียกสั้น ๆ ว่า นบข. ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า คณะกรรมการชุดนี้แบ่งบทบาทเป็น ๒ บทบาทหลักด้วยกัน บทบาทแรก ก็คือการพัฒนา การผลิตข้าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษาวิจัยการผลิต ทำอย่างไรให้ผลผลิตออกมานั้น มีคุณภาพ มีผล Yield ที่สูงขึ้นและลดต้นทุนการผลิต กระบวนการตรงนี้เป็นเรื่องของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบในภาคของการผลิต ถ้าโครงการหรือมาตรการใด ที่เกินกว่างบประมาณที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นมีอยู่ในงบปกติ ก็จะเสนอมาตรการ เหล่านั้น เข้าสู่คณะกรรมการ นบข. และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อนำงบประมาณจาก ส่วนอื่นมาช่วยเหลือเกษตรกร ในส่วนของการรักษาเสถียรภาพราคานั้น เป็นเรื่องของกระทรวง พาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพราคาในขณะที่ข้าวนาปี นาปรัง ออกสู่ตลาดและมีปริมาณที่มาก ทำอย่างไรให้เกษตรกร โรงสี ผู้รวบรวม หรือสถาบัน เกษตรกรนั้น สามารถเก็บ Stock ข้าวต่าง ๆ ไว้เพื่อไม่ให้ระบายสู่ตลาดจนล้นตลาดทำให้ ราคานั้นตกต่ำ นี่คือหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโครงการเหล่านี้ถ้าต้องใช้งบประมาณ จากส่วนกลาง ไม่สามารถใช้งบปกติได้ ก็เสนอต่อคณะกรรมการ นบข. เมื่ออนุมัติแล้วเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีต่อไป นี่คือระบบและวิธีการทำงาน ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า สมัยปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ สมัยท่านเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ปรากฏว่า กรมการข้าวและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอมาตรการสนับสนุนบริหาร จัดการและพัฒนาคุณภาพการผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท คนหนึ่งได้ไม่เกิน ๒๐ ไร่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ๔.๖๘ ล้านครอบครัว คิดเป็น งบประมาณ ๕๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถูกเสนอโดยอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ช่วย เลขาคณะกรรมการ นบข. แล้วเสนอโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี ๒๕๖๖ ซึ่งก็ได้เสนอต่อ ครม. และได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย เม็ดเงินดังกล่าวได้ ไหลสู่พี่น้องเกษตรกร โดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ นี่คืออดีตที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๖ และ ๒๕๖๗ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ ปรากฏว่า ในส่วนของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอโครงการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรโดยมีมาตรการสนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวพันธุ์ในราคาครึ่งหนึ่งของ ราคาปุ๋ยตามโครงการ ไม่เกินครอบครัวละ ๕๐๐ บาท และไม่เกิน ๒๐ ไร่ คือได้เงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท มีวงเงินทั้งหมดในการช่วยเหลือ ๒๙,๙๙๔ ล้านบาท ซึ่งได้ผ่านต่อกรรมการ นบข. ไปเป็นที่เรียบร้อยในวันที่ ๑๗ มิถุนายน และผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมการข้าว ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการ ดำเนินการโครงการนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ในขณะนี้ก็เหมือนกรมการข้าว กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กำลังทบทวนโครงการนี้อยู่ เนื่องจากว่ามาตรการของการช่วยเหลือเกษตรกร เรื่องของปุ๋ยนั้นมีปัญหา อุปสรรค และไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นเม็ดเงิน ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาทในขณะนี้ ยังไม่ได้ใช้ ยังคงมีอยู่ อยู่ที่การทบทวน ของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อมาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมการ นบข. นั้นก็ถือว่าพ้นไปด้วย สิ้นสุดไปด้วย เพราะว่าการแต่งตั้งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ เมื่อนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง คณะกรรมการชุดนี้ก็สิ้นสุดลงด้วย ต่อมาเมื่อ ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายนที่ผ่านมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแพทองธารได้ตั้งคณะกรรมการ นบข. ขึ้นมาใหม่ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม เดือนนี้เอง โดยมอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธาน คณะกรรมการ นบข. ชุดใหม่นี้ ส่วนคณะกรรมการอื่น ๆ ก็คงจะคงเหมือนเดิม โดยมีรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานคณะกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ มีทั้งท่านปลัดกระทรวงหลาย ๆ กระทรวงด้วยกัน มีอธิบดีหลาย ๆ กรม รวมทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ประธานกรรมการ ศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ นายกสมาคมผู้ส่งออก นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เป็นกรรมการ มีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายในจากกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และที่สำคัญก็คือ มีอธิบดี กรมการข้าว จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้มาวันที่ ๘ ตุลาคม ในขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอนัดประชุม ครั้งแรก โดยเลขานุการนั้นเสนอต่อท่านประธาน คณะกรรมการก็คือ ท่านพิชัย ชุณหวชิร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำลังกำหนดวัน เชื่อครับว่าคงไม่เกินปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนพฤศจิกายนจะนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การประชุม และวาระที่สำคัญนั้นมี ๒ วาระด้วยกัน วาระแรกก็คือทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ที่เม็ดเงินอนุมัติไปแล้ว ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท ว่าจะทำ ต่อไปหรือไม่ ถ้าไม่ทำจะปรับปรุงโครงการเป็นอย่างไรนะครับ นี่คือวาระหนึ่งในการประชุมครั้งแรก และมีอีกวาระหนึ่งครับ คือมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ๒ วาระที่สำคัญตรงนี้ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มาตรการในส่วนของการสนับสนุนค่าบริหาร และพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรของผู้ปลูกข้าวนั้น หรือถ้าเรียกสั้น ๆ ว่าค่าเก็บเกี่ยว เป็นเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต เป็นภาระหน้าที่ บทบาทโดยตรงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการ นบข. กระทรวงพาณิชย์นั้นมีบทบาทหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพ เพราะฉะนั้นโครงการค่าเก็บเกี่ยวนี้เป็นเรื่องของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมให้ ความเห็นครับว่า ในโครงการเรื่องของปุ๋ยซึ่งเป็นวาระหนึ่งที่เข้าสู่การประชุม ซึ่งเม็ดเงินมีอยู่ แล้ว ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท ไม่น่าจะใช้ได้ต่อไป เพราะว่าไม่ตรงกับความต้องการของ เกษตรกรและเลยระยะเวลาของการให้ปุ๋ยในข้าวแล้ว เข้าสู่ฤดูจะเก็บเกี่ยว เชื่อครับว่า นโยบายโครงการในเรื่องของการช่วยเหลือปุ๋ยกับพี่น้องเกษตรกรน่าจะมีการทบทวน และยกเลิกและปรับเปลี่ยนโครงการ ส่วนการปรับเปลี่ยนโครงการนั้น จะปรับเปลี่ยน โครงการเป็นค่าเก็บเกี่ยวหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับกรมการข้าว หรือปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเสนอต่อคณะกรรมการ นบข. เพราะเป็นเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต เป็นเรื่องของภาคการผลิต ซึ่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบโดยตรงนะครับ ผมก็กราบเรียนผ่านไปยังผู้ที่ ถามกระทู้นะครับ ท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย รออีกนิดเดียว ผมเชื่อว่าคณะกรรมการ นบข. จะประชุมไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ท่านจะได้คำตอบครับว่า นโยบายเรื่อง ค่าเก็บเกี่ยวนั้นจะมีหรือไม่ ซึ่งผมก็คาดหวังนะครับ คาดว่าน่าจะมีการแก้ไขเรื่องโครงการปุ๋ย และนำเม็ดเงินเหล่านี้มาช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องของค่าเก็บเกี่ยว คาดว่าอย่างนั้น นะครับ อาจจะมีการเสนอเรื่องนี้ต่อกรรมการ นบข. ขอกราบเรียนในเบื้องต้นสำหรับ คำถามแรกของท่านครับ ขอบคุณครับ