ชัชวาล แพทยาไทย หารือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยขอขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ตอบคำถาม และขอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในภาคอีสานที่กำลังเผชิญกับการขาดทุน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ เมืองสรวง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามสดของผมในวันนี้ ซึ่งคำตอบของท่านจะเป็นประโยชน์อย่าง มากมายมหาศาลแก่พี่น้องเกษตรกรชาวนา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทย ของเรามีประชากรกว่า ๖๗ ล้านคน และส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ในพื้นที่ภาคอีสาน บ้านผมครับ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำนา เลี้ยงวัวเป็นอาชีพหลัก ในการ ถามกระทู้ถามสดในวันนี้ครับ จึงเป็นการถามแทนพี่น้องชาวนา พี่น้องเกษตรกรผู้เป็นดั่ง กระดูกสันหลังหลักของชาติ และถามในนามที่ผมเป็นผู้แทนลูกอีสาน รับมรดกการเป็น ชาวนามาจากบรรพบุรุษปู่ย่าตายาย ท่านประธานครับ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะถึงฤดูกาล เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปี ผมอยู่ในพื้นที่ครับ ไปไหนมาไหนพี่น้องก็ถามครับ ผู้แทนข้าวปีนี้ มันเป็นจั๋งได๋ ราคาเป็นตาถืกคือเก่าบ่ ผู้แทนซ่อยชาวนาแน่เด้อปีนี้บ่เป็นตารอดเด้ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมอยู่นิ่งนอนใจไม่ได้ อาจจะเช่นเดียวกันกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านเหมือนกัน นะครับ ผมจึงขออนุญาตเป็นตัวแทนในวันนี้ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีเห็นภาพว่าเหตุใดพี่น้อง ชาวนาจึงยังไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปลูกข้าว และเหตุผลความจำเป็นใด ที่รัฐจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา อุปสรรคปัญหาที่พี่น้องชาวนา ต้องเผชิญนั้นเริ่มตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิตครับ ปัญหาปัจจัยการผลิตที่ไม่เพียบพร้อม ทั้งเรื่องคุณภาพดิน การถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน แหล่งน้ำที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร ปัญหา ต้นทุนการเกษตรที่สูง เมล็ดพันธุ์แพง ปุ๋ยแพง ค่าแรงแพง น้ำมันแพง ปัญหากลไกการตลาด ที่ไม่เป็นธรรม ชาวนายังถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดราคาขาย และราคาข้าวก็ไม่มีเสถียรภาพ สิ่งเหล่านี้ครับคอยกัดกร่อนและสร้างภาวะจำยอมให้กับ พี่น้องชาวนาที่ต้องทนอยู่กับสภาวะของการทำนาที่ขาดทุน บ้านผมครับ ภาษาอีสานเรียกว่า หลุบทุน เป็นอยู่อย่างนี้มาโดยตลอดครับท่านประธานครับ ในหลายครั้งที่ผมมีโอกาส ผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้หลายต่อหลายครั้งครับ ถึงสภาวะการขาดทุนของพี่น้องชาวนาว่า ขาดทุนอย่างไร เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีเห็นภาพ ท่านประธานเห็นภาพครับ ขอเอาขึ้นอีกสักครั้ง สไลด์นี้ครับ ท่านประธานดูครับ นี่คือต้นทุนการทำนาของพี่น้องในปัจจุบัน นาหว่านครับ ขาดทุน ๓๐๐-๕๐๐ ครับ นาดำครับ ๑,๕๐๐-๑,๘๐๐ ยิ่งทำก็ยิ่งขาดทุน ท่านประธานครับ นี่คือละครชีวิตที่สร้างจากเรื่องจริงของชาวนาไทย ฉายทุกปี เนื้อเรื่องเหมือนเดิม นักแสดง เหมือนเดิม ฉากจบก็เหมือนเดิมคือทำนาแล้วขาดทุน การที่ชาวนาเผชิญสภาวการณ์เช่นนี้ หลักใหญ่ใจความครับท่านประธาน มาจากปัญหา ๓ ประการที่ผมได้นำเรียน ปัญหาปัจจัย การผลิตที่ไม่เพียบพร้อม ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ปัญหากลไกการตลาดที่ไม่เป็นธรรม หากรัฐบาลยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้นได้ท่านประธานครับ ท่านจะต้องมีมาตรการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาครับ ท่านประธานครับที่ผ่านมาชาวนาได้รับการจัดสรร งบประมาณในการช่วยเหลือ จากมาตรการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว หรือที่เรียกว่า ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๔-๕ ปีมาแล้วครับ มาตรการนี้ มีมาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เป็นมาตรการที่คอยซับน้ำตาพี่น้องชาวนามาโดยตลอด มาปีนี้ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า ไม่ใช่เฉพาะผม เพื่อนสมาชิกหลายท่านเดินไปไหน ชาวนาจะถามเป็นเสียงเดียวกันครับ ไร่ละพันสิได้บ่ผู้แทนปีนี้ พี่น้องชาวนาก็มีความหวังครับ หวังว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะมีมาตรการดังกล่าวเพื่อออกมาซับน้ำตาพี่น้องชาวนาเหมือนกับ รัฐบาลก่อน ๆ ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงขอเข้าสู่คำถามแรกครับว่า มาตรการ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือที่ชาวบ้าน เรียกว่าเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ จะยังมีอยู่ หรือไม่ จะเริ่มมาตรการเมื่อใด และถ้าไม่มีเพราะเหตุใด และถ้าไม่มีจะมีมาตรการอื่นมาทดแทน สภาวะชาวนาทำนาแล้วขาดทุนหรือไม่ เป็นคำถามที่ ๑ ครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน