พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ชี้แจงร่างกฎหมายการขนส่งทางรางทั้งสามฉบับ โดยเปรียบเทียบบริบทการจัดทำและเสนอให้มีผู้นำระดับสูงเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนภายใต้กรอบกฎหมายที่รักษาระเบียบและผลประโยชน์ของชาติ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุและการคุ้มครองผู้โดยสารและผู้ใช้บริการอย่างครบถ้วน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ขออนุญาตชี้แจงข้อกังวลของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณา ให้ความเห็น โดยรวมทั้งร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้นะครับ ก็ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด แล้วก็ปลอดภัยในการเดินทางทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าในร่างแต่ละฉบับก็จะมี วัน เวลา ในการร่างที่แตกต่างกัน ร่างของรัฐบาลก็จะเป็นร่างที่เกิดขึ้นในปลายสมัย ของรัฐบาลที่แล้วหรือสภาที่แล้วนะครับ แล้วก็มีพลวัตของเวลาออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งร่างของ ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร เจริญศรี ก็จะเป็นการร่างขึ้นในบริบทของปัจจุบัน ก็จะมี ความเป็นปัจจุบันและทันสมัยมากกว่า ในแต่ละหมวดก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ก็คือ คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางก็ขึ้นอยู่กับว่าจะให้ใครมาเป็นประธาน ให้ท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ซึ่งการพัฒนาระบบรางส่วนใหญ่จะเป็นการกำหนดนโยบายในระดับชาติ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ ของชาติ ใช้วงเงินงบประมาณจำนวนมาก และมีผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศ รวมถึง มีการเชื่อมต่อการเดินทางข้ามประเทศ มีการข้ามกฎหมายหลายฉบับ พระราชบัญญัติ ศุลกากร การเดินทางข้ามประเทศ การกำหนดยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค ซึ่งอาจจะต้อง มีการพิจารณาในระดับที่ต้องใช้หรือว่ากำหนดเป็นโครงสร้างให้ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทาง ซึ่งถามว่ามันเป็นภาระของผู้บริหาร ระดับสูงสุดของประเทศหรือไม่นะครับ ก็ประชุมในระดับนโยบาย หรือระดับยุทธศาสตร์ ก็ไม่ได้ประชุมบ่อยนะครับ ซึ่งเมื่อมีการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์แล้ว ก็สามารถให้กระทรวง ทบวง กรม ทั้งหมดดำเนินการต่อไปได้นะครับ
ส่วนในหมวดที่ ๒ การจัดทำโครงการขนส่งทางราง ในบริบทร่างของ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร เจริญศรี ก็จะมีการกระจายอำนาจมากขึ้น ส่งเสริม ให้ท้องถิ่นจัดทำให้มีโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางได้ง่ายมากขึ้น ก็คือลดอำนาจ ของตัวอธิบดี หรือกรมการขนส่งทางรางลง ลดขั้นตอนบางอย่างลง ที่ให้ท้องถิ่นไปดำเนินการ ได้มากขึ้น ซึ่งบริบทพวกนี้ก่อนที่จะมาชี้แจงวันนี้ กรมก็นำทั้ง ๓ ร่างมาเปรียบเทียบ เพื่อเตรียมข้อมูลในกรณีหากทางสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบรับหลักการในทั้ง ๓ ร่าง ก็จะไปพิจารณากันในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าวนะครับ
ส่วนประเด็นเรื่องหมวดที่ ๔ การประกอบกิจการขนส่งทางราง ก็ขึ้นกับ ในแต่ละร่างนะครับว่า ประสงค์จะให้มีการลงทุน ส่งเสริมการลงทุน หรือให้เอกชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการประกอบกิจการขนส่งทางรางมากน้อยเพียงใด ซึ่งเราอาจจะเข้าใจว่า บางร่างเป็นการเอื้อให้เอกชนเข้ามาประกอบกิจการขนส่งทางราง ก็เป็นเช่นนั้นจริงนะครับ เนื่องจากว่าเป็นการเปิดกว้างให้มีการลงทุนประกอบกิจการขนส่งทางราง เนื่องจากว่า การขนส่งทางรางในปัจจุบันถ้าเราสังเกตเห็นนะครับ ว่าจะมีอุตสาหกรรมขนส่งทางราง เกิดขึ้นด้วย มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอกชนก็จะมีความคล่องตัวมากกว่า ในบางร่างก็ขึ้นอยู่กับว่าความใส่ใจ การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาเดินรถ การให้เอกชน เข้ามาร่วมลงทุนเป็นไปมากน้อยเพียงใด แต่ไม่ว่าร่างใดก็แล้วแต่นะครับ กิจการขนส่งทางราง ทั้งหมดจะต้องเป็นของคนไทย แล้วก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะตกเป็นของต่างชาติ เนื่องจากว่าอยู่บนหลักการของกฎหมายอื่น ถ้ามีการร่วมทุนก็ต้อง เป็นไปตามกฎหมายของ ก.ล.ต. สัดส่วนการถือหุ้น สัดส่วนการลงทุนก็มีกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอยู่นะครับ ซึ่งก็เป็นวิธีการเขียนกฎหมายในแต่ละช่วงเวลา และความใส่ใจ และการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใดนะครับ
ส่วนการสอบสวนอุบัติเหตุ บางเรื่องก็ต้องลดอำนาจของรัฐลง เนื่องจากว่า ไปซ้ำซ้อนกับพนักงานสอบสวน และหากว่ามันขัดหรือแย้งกับแนวทางในการแก้ไข หรือมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันอุบัติเหตุ ก็จำเป็นต้องลดอำนาจเหล่านั้นลง เนื่องจากว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วิธีการสอบสวนอุบัติเหตุจะไม่ได้มุ่งเน้นการหาผู้กระทำความผิด ถ้าหากว่ากรมสนใจว่าจะหาผู้ผิด เราจะไม่ได้สาเหตุที่แท้จริงเลยนะครับ ผู้ที่มาชี้แจง หลักฐาน ทั้งหมดก็จะปกปิดความผิดของตน ฉะนั้นในร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้ รวมถึง ในหลาย ๆ ร่างก็จะให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้เอาไว้นะครับว่า ในเรื่องของการสอบสวน อุบัติเหตุก็จะมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ไม่ได้มุ่งเน้นการหาผู้กระทำ ความผิด
ส่วนเรื่องการคุ้มครองผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการนะครับ ในแต่ละร่าง ก็มีวิธีการเขียนที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้วล้วนคุ้มครองผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นชีวิตและทรัพย์สิน การทำประกัน รวมถึงการขนส่งสินค้าด้วยกันทั้งสิ้นนะครับ เพียงแต่มีวิธีการเขียนที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง บางร่างเขียนอยู่ในมาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔ สลับกันไปสลับกันมานะครับ ไม่ได้มีสิ่งที่แตกต่างกันหรือลดทอนการคุ้มครองผู้โดยสาร แต่อย่างใดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละร่างขึ้นอยู่กับว่าประสงค์จะให้มีการกระจายอำนาจ ไปให้กับท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด ส่งเสริมให้มีการลงทุนจากเอกชนมากหรือน้อย เป็นการเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหรือประกอบกิจการขนส่งทางรางมากหรือน้อย ต่างกันนะครับ ซึ่งแต่ละร่างก็ล้วนอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วก็มีกฎหมายอื่นนะครับ กฎหมายทางการเงิน กฎหมายเรื่องเกี่ยวกับทุน กฎหมายที่เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน คุ้มครอง อยู่ทั้งสิ้น ซึ่งการเขียนกฎหมายบางร่างนี้ก็เป็นการเขียนกฎหมายที่ไม่ฟุ่มเฟือย ตัดทอน บางอย่างลง ลดขั้นตอนของรัฐลงก็เรียนชี้แจงให้ที่ประชุมผ่านท่านประธานสภาเพื่อทราบ ในเบื้องต้นก่อนครับ