จิตติพจน์ สนับสนุนร่างกฎหมายรถไฟ 3 ฉบับ เปิดข้อสังเกตองค์ประกอบคณะกรรมการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สนับสนุนร่างกฎหมายการขนส่งทางรางทั้งสามฉบับ พร้อมเสนอให้พิจารณาเพิ่มความสำคัญต่อเส้นทางรถไฟรางคู่ในภาคอีสานใต้ และเรียกร้องให้มีการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการให้รวมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหาร ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตถึงการขยายอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่อาจทับซ้อนกับคณะกรรมการเดิม และการให้คณะกรรมการพิจารณากฎกระทรวงก่อน ครม. ว่าเหมาะสมหรือไม่

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม ที่ทาง ครม. ทาง สส. พรรคเพื่อไทย คือท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ รวมทั้ง ทางฝ่ายค้านด้วยนะครับ ท่าน สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ ที่ได้ร่วมกันเสนอ เข้ามา ๓ ร่างนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขนส่งทางรางนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะแก้ไขปัญหาการจราจร และวางโครงสร้างพื้นฐาน ทางการขนส่งที่สำคัญให้กับประเทศไทย ทั้ง ๓ ร่างหลัก ๆ นะครับ หลักการที่ผมเห็นนะครับ หลักการก็เขียนสั้น ๆ แค่นั้นเองนะครับว่า หลักการของกฎหมายฉบับนี้ ให้มีกฎหมายว่าด้วย การขนส่งทางรางนะครับ ซึ่งเมื่อหลักการเป็นอย่างนี้ หลัก ๆ ก็คงพิจารณาแค่ว่าควรจะมี กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางรางหรือไม่ ก็คงจะเป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากนะครับว่า การมีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางรางนั้นมีความจำเป็น ผมจึงขออนุญาตสนับสนุน ให้มีการรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อที่ประเทศไทยจะได้มีกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางรางโดยเฉพาะ ท่านประธานครับ เราพยายามดำเนินการในเรื่อง การขนส่งทางรางมาเป็นเวลานานแล้วนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง มีเกิดขึ้น มีโครงการหลายสาย ผมขออนุญาตพูดเฉพาะในภาคอีสานก็แล้วกันนะครับ ตอนนี้ มีโครงการจากกรุงเทพฯ ผ่านพระนครศรีอยุธยา สระบุรี โคราช ไปขอนแก่น ไปอุดรธานี แล้วก็ไปหนองคาย แล้วก็ทะลุข้ามไปฝั่งลาวนะครับ แต่ทางอีสานใต้ครับท่านประธาน ยังไม่มี โครงการในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง ที่จะไปทางอีสานใต้ อันได้แก่ โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีนะครับ ก็ขออนุญาตฝากไปทางกรมการขนส่งทางราง และคณะกรรมาธิการที่จะได้มีการจัดตั้ง ในอนาคตนะครับว่า ถึงแม้ทางภาคอีสานใต้อาจจะไม่ได้รถไฟความเร็วสูง แต่ก็จะรบกวน ให้พิจารณาว่าให้มีรถไฟรางคู่ที่เป็นสายอีสานใต้ด้วย ก็คือนอกจากกรุงเทพฯ ไปถึงโคราชแล้ว ก็ขอให้พิจารณามีรถไฟรางคู่เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเร่งด่วนก่อน เพราะว่าเราไม่มีรถไฟฟ้า ความเร็วสูงก็จริง แต่ก็ขอรางคู่ก่อน จากโคราชไปบุรีรัมย์ ไปสุรินทร์ ไปศรีสะเกษ แล้วก็ ไปอุบลราชธานีครับ เพราะถ้าหากมีแล้วก็จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการกระจายความเจริญ ไปสู่ต่างจังหวัดได้อย่างมีนัยสำคัญครับท่านประธาน ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องพิจารณาควบคู่กับพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่ง ก็คือพระราชบัญญัติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งในพระราชบัญญัติ ฉบับนั้นมีการกำหนดให้มีคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๕๑ ไว้ แล้วก็ ให้มีการจัดตั้งสำนักงานที่เรียกว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ซึ่งแต่เดิมคณะกรรมการชุดนั้นมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการจราจรและการขนส่งทางบกทั้งหมด รวมทั้งทางรางด้วย แต่ด้วยนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันมีความเห็นว่า การทำงานโดยใช้ กฎหมายเดิมอาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงได้มีการดำริที่จะมีการร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมา แล้วก็กำหนดให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ชื่อว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ซึ่งองค์ประกอบแต่ละร่างก็จะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่หลัก ๆ เลยที่ผมสังเกตเห็นก็คือ มีการกำหนดว่าควรจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ในร่างของ ครม. กับร่างของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เสนอ ซึ่งโดยส่วนตัวของผมถ้าหากว่าเราประสงค์ที่จะให้ มีการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็น่าที่จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วย รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากผมเห็นในร่างนี้บอกว่า การจัดการการขนส่ง ทางรางนั้นอยากจะให้ดูแลไปถึงเรื่องของการท่องเที่ยวด้วย รวมทั้งในเรื่องของ การอุตสาหกรรมด้วย จึงเห็นว่าถ้าจะพิจารณาลองเพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมเข้าไปด้วยในร่างของ ครม. ก็น่าที่จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ได้รับข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นครับ

ในส่วนเรื่องของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ถ้าเทียบจากคณะกรรมการ ชุดเดิม ก็คือคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ก็จะสังเกตเห็นว่ามีอำนาจมากกว่าเดิม ค่อนข้างมาก ก็คือนอกจากจะมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแผนเกี่ยวกับ การขนส่งทางรางแล้วนะครับ ยังมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติโครงการต่าง ๆ รวมทั้งอำนาจ หน้าที่ในการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่รอบสถานี การจัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รอบสถานี ก็มีความครอบคลุมกว้างขวางกว่าคณะกรรมการเดิม ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ก็ฝาก ความกังวลครับว่า ในเมื่อมีคณะกรรมการ ๒ ฉบับ คณะกรรมการอันหนึ่งก็คือ คณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขในปี ๒๕๓๕ กับอีกอันหนึ่งมีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ตามร่างพระราชบัญญัติใหม่ หลาย ๆ อำนาจหน้าที่ก็อาจจะซ้ำซ้อนกันบ้าง ก็เป็นความกังวล เรื่องหนึ่งว่าจะจัดการอย่างไรให้ไม่เกิดความซับซ้อนหรือว่าขัดแย้งกัน รวมทั้งอีกประเด็นหนึ่งที่ผมกังวลนะครับ ก็คือเรื่องของอำนาจตามมาตรา ๙ (๑๐) บอกว่า ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการให้ความเห็นชอบหลักการของร่างกฎกระทรวง ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งการร่างให้คณะกรรมการมีอำนาจให้ความเห็นชอบ กฎกระทรวงเป็นร่างแรกที่ผมเคยเห็นนะครับว่า ถ้าหากจะร่างกฎกระทรวง จะมีกฎกระทรวง ต้องให้คณะกรรมการที่ไม่อยู่ในกระทรวงพิจารณา ผมเพิ่งเห็นครั้งแรกครับ เนื่องจาก กฎกระทรวงปกติแล้วเมื่อมีการเสนอ รัฐมนตรีจะเสนอเข้าสู่ ครม. และ ครม. ก็จะให้อนุมัติ ยังไม่เคยปรากฏครับว่าต้องมีการให้คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่พิจารณากฎกระทรวงก่อน ก็ฝากเป็นข้อสังเกตครับว่า ประเด็นนี้เราควรจะทำหรือไม่ หรือควรจะยึดหลักการเดิมว่า กฎกระทรวงก็ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงและ ครม. ตามกฎหมายที่มีการร่าง หรือมีการตราขึ้น โดยปกติครับ

โดยสรุปครับท่านประธาน ผมก็เห็นด้วยนะครับว่า ควรจะรับหลักการ ที่จะรับหลักการทั้ง ๓ ร่าง เข้าสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ โดยมีข้อกังวลและข้อสังเกต ตามที่ผมได้นำเสนอไปแล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน