สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อภิปรายร่างกฎหมายการขนส่งทางราง โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบรางเพื่อความเจริญของประเทศ แต่ทักท้วงความแตกต่างในนิยามและบทบัญญัติระหว่างร่างของรัฐบาลกับร่างของสมาชิก พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มและสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ขอร่วมอภิปราย แสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ของเพื่อนสมาชิก แล้วก็ร่างของ ครม. นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่จริงแล้วในความเจริญ ของแต่ละประเทศ การพัฒนาระบบการขนส่งเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่า ประเทศที่เจริญนี้เขาจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของการขนส่งระบบทางราง ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อเมริกา แล้วก็ในเอเชียนะครับ อย่างเกาหลีใต้ หรือประเทศจีน ที่กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดนะครับ แล้วก็ในเรื่องของการพัฒนาในระบบรางนะครับ ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมานั้นครับ ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เคยหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาทบทวนในเรื่องของการเชื่อมระบบรางด้วยรถไฟความเร็วสูง จากภาคตะวันออกไปตะวันตก จากเหนือลงใต้ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดในการพัฒนาประเทศ ที่เจริญแล้วในเรื่องของการขนส่ง เราจะเห็นว่าประเทศที่เจริญนั้นนะครับ ระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศยาน ทางท่าเรือ อย่างสิงคโปร์ อย่างฮ่องกง ไต้หวันนี่ครับ ล้วนแต่มี ท่าเรือระบบการขนส่งที่ดีทั้งนั้น แต่ประเทศไทยเรานั้นมีทั้งทะเล มีทั้งบก แต่ในเรื่องของ การพัฒนาเหล่านี้ยังไม่ได้ทันสมัย เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเรียนยืนยันนะครับว่า กฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น แล้วก็เห็นด้วยกับทุกร่างละครับ แต่ว่าในเนื้อหาสาระนั้นก็คงจะต้องไปพิจารณาในเนื้อหาสาระในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการ ต่อไปนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การทำกฎหมาย การร่างกฎหมายนั้น ผมดูในเนื้อหาในเวลาอันสั้นทั้ง ๓ ร่าง เวลาที่ค่อนข้างจำกัดนะครับ ผมเป็นห่วงในเรื่องของ ข้อความหลายมาตราด้วยกันนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ตั้งแต่ หมวด ๑ ในร่างของคณะรัฐมนตรี ในคำจำกัดความในมาตรา ๓ เจ้าของโครงการนี่ครับ เจ้าของโครงการ หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางราง แต่ในร่างของ ท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ คำจำกัดความเจ้าของโครงการให้หมายความรวมหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางรางด้วยนะครับ แล้วก็ยังมีในหน่วยงาน ของรัฐ ยังมีในส่วนความหมายขยายความต่อไปจากร่างของ ครม. ให้รวมถึงนิติบุคคล ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐถือหุ้น และมูลค่าเกินร้อยละ ๕๐ ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ในคำจำกัดความในมาตรา ๓ นี้ ถ้าเราไปประกอบกับมาตรา ๓๒ เราก็จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างของรัฐลงทุน แล้วก็ ในส่วนของเอกชน เราจะเห็นได้ว่าในมาตรา ๓๒ นี้ ในคำจำกัดความของ ครม. รัฐต้องเป็น เจ้าของ แต่ในร่างของพรรคเพื่อไทยกับคณะนี่ครับ ถ้าในกรณีมันมีข้อยกเว้นใช้คำว่า เว้นแต่ มันก็จะให้เอกชนเข้าไปถือหุ้นได้ด้วย ซึ่งตรงนี้ครับ มันจะต้องให้มีความชัดเจน ไม่ใช่ เป็นการทำกฎหมายเพื่อนายทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนะครับ ถ้ามิเช่นนั้นแล้ว ผมเห็นกฎหมาย ออกมาอย่างนี้นะครับ เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วก็เอกชนทำขึ้นมานี่ ผมรู้เลย ผมจะต้อง ไปซื้อหุ้นบริษัทอะไรนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าต้องมีการทบทวนคิดให้ดี ๆ นะครับ ในความรู้สึกผมยังไม่ค่อยสบายใจว่า ในการลงทุนของรัฐในโครงการยิ่งใหญ่อย่างนี้ครับ มันจำเป็นที่จะต้องเขียนกฎหมายอย่างระมัดระวัง เพราะฉะนั้นการทำโครงการ การร่าง กฎหมายนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๒๓ ของ ครม. ก็น่าเป็นห่วงในกรณีการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชนนะครับ และในเรื่องของการพัฒนาการขนส่งระบบรางนี่ครับ เราก็จะต้องดูบทเรียนของประเทศที่พัฒนาและเจริญแล้ว และความซ้ำซ้อนของกฎหมายอื่น ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มันพัฒนาก้าวไป อย่างรวดเร็วมากนะครับ เพราะฉะนั้นการเขียนกฎหมายนี้เราจะเขียนให้ทันสมัยอย่างไร อันนี้ก็ค่อนข้างที่จะจำกัด ในการร่วมมือกันพัฒนากับเอกชน ระบบ PPP นี่ครับ แล้วก็ ในเรื่องของการเวนคืน ในเรื่องของคณะกรรมการ ในเรื่องของการกำกับดูแลในส่วนของ คณะกรรมการบริหารเรื่องนี้ครับ ผมดูแล้วยังมีอีกหลายเรื่องด้วยกันที่มีข้อที่น่าสังเกตนะครับ แล้วก็ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจในข้อความในส่วนของความแตกต่าง โดยหลักการกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เมื่อร่างกฎหมายเสนอมานี้ เป็นร่างของ ครม. เป็นร่างของ สส. แล้วก็เป็นร่างของพรรคฝ่ายค้าน โดยหลักการที่ผมเห็นมานั้น ส่วนใหญ่ วิปของรัฐบาลเขาจะยึดหลักของร่าง ครม. เพราะ ครม. ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ ตัวแทนของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคด้วยกัน ผมยังไม่เคยเห็นว่าในส่วนของ ร่าง ครม. นั้น เมื่อมาเทียบเคียงกับร่างของ สส. แล้วนั้น จะเอาร่างของ สส. เป็นเกณฑ์ ซึ่งตรงนี้ในส่วนของผมเคยเสนอร่างกฎหมายก็ตกไปหลายฉบับนะครับ เนื่องจากว่าไม่ผ่าน ในเรื่องของการอนุมัติในระเบียบของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับเรื่องของการเงิน แต่ที่จริงแล้ว ก็มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ. ผลไม้ไทยที่ผมเสนอไป ก็ตกไปนะครับ ร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมัน อะไรต่าง ๆ นี่ครับ ยังมีอีกหลายร่าง เพราะฉะนั้นในสิ่งจำเป็นเบื้องต้น ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับความจำเป็นที่มีร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ก็ฝากคณะกรรมาธิการนะครับว่า ในการพิจารณาเนื้อหาความแตกต่างของร่าง ฉบับของ ครม. ร่างของพรรคเพื่อไทย และร่างของพรรคประชาชนนั้น มันมีความแตกต่างกัน ที่เราจะแก้ไข เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศชาติ โดยสำคัญเป็นอย่างไร แล้วก็ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน แล้วก็เห็นกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในกรณีมีการเวนคืน ในกรณีไปกระทบสิทธิ ในกรณีไปล่วงเกินสิทธิกับพี่น้องประชาชน ในเส้นทาง ในการขยายหรือทำโครงการ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังในส่วนของ คณะกรรมาธิการในกรณีตั้งกรรมาธิการพิจารณาต่อไปด้วย กราบขอบพระคุณครับ