ประภาพร เสนอแยกกำกับ-ให้บริการรถไฟ เสริมความปลอดภัย-คุ้มครองผู้ใช้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗

ประภาพร ทองปากน้ำ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง โดยเสนอให้แยกการให้บริการและการกำกับดูแลให้เป็นอิสระ เพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมหารือการกำหนดมาตรฐานการประกอบกิจการ การเปิดโอกาสให้เอกชนใช้โครงข่ายร่วม การกำหนดอัตราค่าโดยสารอย่างเป็นธรรมที่ต้องทบทวนทุก 5 ปี และสนับสนุนร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทยเพื่อส่งเสริมความมั่นคง ความปลอดภัย และการแข่งขันในระบบขนส่งรางอย่างรอบด้าน

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. .... ของพรรคเพื่อไทย ที่เสนอโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มนพร เจริญศรี และดิฉันต้องขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างในการประกอบกิจการขนส่งทางรางของประเทศไทย มีผู้ประกอบกิจการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย ซึ่งแยกออกจากกัน โดยทั้ง ๒ แห่งต่างทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ให้บริการ และการกำกับดูแลการให้บริการของตนเอง ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือให้บริการเอง ควบคุมตัวเอง และประเมินผลตนเองค่ะ ซึ่งในข้อนี้ดิฉันเห็นว่าไม่สอดคล้องกับหลักการในการกำกับดูแล กิจการขนส่งสาธารณะของรัฐค่ะ ในด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการก็จะไม่เป็นไปตาม มาตรฐานที่ผู้ใช้บริการควรจะได้รับ เช่น ในส่วนของความปลอดภัย การกำหนดอัตรา ค่าโดยสาร สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้ใช้บริการ ความล่าช้า หรือการยกเลิกการเดินรถ โดยที่ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมถึงการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของการให้บริการลดลง ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจากปัญหาที่ดิฉันกล่าวมานี้ ทางพรรคเพื่อไทย จึงผลักดันร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการเข้ามากำหนดมาตรฐานระบบขนส่งทางราง ให้เป็นมาตรฐานและมีการกำกับดูแล ภายใต้ข้อบังคับเดียวกัน อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและการบริหารจัดการในระบบราง เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีบทบัญญัติทั้งสิ้น ๑๖๕ มาตรา ๑๐ หมวด และบทเฉพาะกาล ค่ะท่านประธาน โดยหัวใจสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... คือ การเข้าไปกำกับ ดูแล ควบคุมกิจการการขนส่งทางรางอย่างรอบด้าน การเสนอแนะ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการพัฒนาด้านการขนส่งทางราง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางรางให้มีโครงข่ายที่สมบูรณ์ ครอบคลุมไปทั่วประเทศ และมีการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่น รวมถึงการขนส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน การกำกับดูแลมาตรฐานด้านความปลอดภัย การบำรุงทาง และการประกอบกิจการ เช่น จะมีการคุ้มครองผู้โดยสารจากเหตุเที่ยวรถล่าช้า หรือการถูกยกเลิกการเดินรถ โดยที่ผู้โดยสารจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบกิจการ การจัดให้มีการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้น แก่ผู้โดยสารหรือสินค้า การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ครอบคลุมไปถึงคนพิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และเด็ก ท่านประธานที่เคารพคะ หลายท่าน อาจตั้งคำถามว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทบาทอย่างไรในการยกระดับมาตรฐาน ระบบรางของประเทศไทย ดิฉันอยากกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ฉบับนี้จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านการซ่อมบำรุง รวมถึงด้านการประกอบกิจการ การให้บริการ และการกำหนดค่าบริการอย่างเป็นธรรม และเหมาะสม ยกระดับระบบรางให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และที่สำคัญมีการแข่งขัน อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรระบบราง และเกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการ โดยดิฉันขอแบ่งประเด็นสำคัญได้ ๔ ประเด็นดังนี้ค่ะ

ข้อแรก ในการกำหนดมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางในรูปแบบ ใบอนุญาต จะมีการกำหนดคุณสมบัติ หน้าที่ รวมถึงหลักเกณฑ์ การจดทะเบียน ของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง เพื่อให้รัฐสามารถกำกับดูแลการดำเนินการ ของผู้ประกอบกิจการ และการใช้ระบบอนุญาตนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจว่า มาตรฐาน การดำเนินงานและความปลอดภัยของการขนส่งทางรางจะเป็นไปตามข้อกำหนด ที่ถูกกำหนด โดยการกรมขนส่งทางราง อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการพัฒนา และการแข่งขันเสรี ในอุตสาหกรรมประเภทนี้

ข้อที่ ๒ การเชื่อมโยงต่อโครงข่าย และการจัดสรรความจุในการเดินรถ จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถใช้โครงข่ายพื้นฐาน ของทางราง เช่น การรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการขนส่งทางรางโดยเอกชน ก็จะได้รับการอนุญาตให้เดินรถขนส่งทางรางในช่วงเวลาที่การจราจรทางรางว่างอยู่แล้ว เมื่อผู้ประกอบการใช้บริการแล้วก็จะมีการชำระค่าบริการให้กับการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และยังสามารถที่จะให้บริการด้วยความถี่ที่เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้บริการ อาจมีการเพิ่มเที่ยวการให้บริการ หรือเพิ่มเที่ยวในการขนส่งสินค้าในช่วงเวลา ที่มีความต้องการสูงขึ้นค่ะ ซึ่งประเด็นที่กล่าวมาเหล่านี้ก็จะให้เกิดการใช้โครงสร้างพื้นฐาน อย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ ทั้งในการลดต้นทุนการขนส่งด้วยค่ะ

ข้อที่ ๓ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางรางจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การกำหนดให้มีวิศวกรที่ปรึกษา จากหน่วยงานอิสระที่มีความเชี่ยวชาญ จะมีการเข้ามาตรวจสอบระบบความปลอดภัย ในทุก ๆ ขั้นตอนตั้งแต่การทดสอบการเดินรถ การตรวจสภาพ สภาพโครงสร้างพื้นฐาน การตรวจสอบ การปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการ ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะช่วยลดในความเสี่ยง ของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้

ข้อ ๔ ข้อสุดท้ายค่ะท่านประธาน การจะมีโครงสร้างและอัตราค่าโดยสาร และค่าบริการที่เป็นธรรมค่ะ จะมีการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสารและค่าบริการ ที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้โดยสารและผู้ประกอบกิจการขนส่ง อีกทั้งยังกำหนด ให้มีการทบทวนอัตราค่าโดยสารทุก ๕ ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การยกระดับมาตรฐานระบบรางภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้จะมุ่งเน้นไปที่ การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแข่งขัน ในระบบการขนส่งทางรางและการใช้ โครงสร้างพื้นฐานอย่างคุ้มค่า

ท่านประธานคะ การยกระดับความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และการมีอัตราค่าโดยสารและค่าบริการที่เป็นธรรมมากที่สุดค่ะ เพื่อให้การขนส่งทางราง เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนในระยะยาว ดังนั้นดิฉันจึงเห็นชอบ ในร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ฉบับนี้ของพรรคเพื่อไทยที่นำเสนอ โดยท่านมนพร ขอบพระคุณค่ะ