จุลพงศ์ อยู่เกษ ตั้งข้อสังเกตและเปรียบเทียบร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางระหว่างร่างของรัฐบาลกับร่างของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในประเด็นกรรมสิทธิ์โครงสร้างพื้นฐาน การนิยาม "เจ้าของโครงการ" ความเป็นไปได้ที่สัญญาสัมปทานหรือร่วมทุนจะกระทบสิทธิของรัฐ และข้อบกพร่องทางเทคนิคที่อาจเอื้อช่องทางการเลี่ยงกฎหมายจากการถือหุ้นบริษัท พร้อมเสนอให้ที่ประชุมรับร่างกฎหมายทุกฉบับและให้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก เนื่องจากมีความสมดุลและจุดยืนชัดเจนในการคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนที่ผมจะอภิปราย ผมขอเรียนให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนะครับ คำอภิปรายผมจะอ้างอิงในเอกสาร ประกอบการพิจารณานะครับ มีทั้งหมด ๔ ประเด็น แล้วผมก็จะบอกไปทีละหน้าในประเด็น ที่ผมจะอภิปรายด้วยนะครับ ผมมีอยู่ ๔ ประเด็น ผมขอเวลา ๗ นาที
ประเด็นแรก ถ้าเพื่อนสมาชิกเปิดไปที่หน้า ๑-๔๓ เป็นการเปรียบเทียบ ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางของ ครม. กับของท่านมนพร เจริญศรี เนื่องจากในเอกสารนี้ ไม่มีการเปรียบเทียบร่างของอาจารย์สุรเชษฐ์นะครับ ผมจึงขออ้างอิงอันนี้ เพราะของ พรรคประชาชนนั้นประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ คล้ายกับของรัฐบาลนะครับ ถ้าเพื่อนสมาชิก และท่านประธานเปิดไปหน้า ๑-๔๓ มาตรา ๙ ของร่าง ครม. มาตรา ๔๑ ของพรรคเพื่อไทย (๑) ท่านจะเห็นนะครับว่า ใน (๑) ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ทางพรรคเพื่อไทยเพิ่ม โดยให้มีความเห็นของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ประกอบการพิจารณาไปพร้อมกัน มันแปลว่าอะไรครับ ตกลงจะยึดอันไหนครับ นำมาพิจารณาเฉย ๆ ผมขอสอบถามไปยังท่านผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ มันหมายความว่าอย่างไรข้อนี้ครับ แล้วทำไมท่านถึงต้องไปตัด (๒) (๓) (๔) ในร่าง ครม. ที่อยู่ช่องซ้ายมือออกไปครับ ที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ แปลว่าถ้ายึดร่าง ของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก คณะกรรมการนโยบายไม่มีอำนาจแม้กระทั่งกำหนดแนวทาง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการประกอบกิจการทางรางใช่หรือไม่ครับ แล้วไปดูความเห็น ของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกแทน ผมขอเรียนสอบถามนะครับ ว่าทำไม ท่านถึงจะต้องตัด (๒) (๓) (๔) นี้ออกจากร่างของ ครม. ซึ่งร่างของพรรคประชาชน เรามี (๒) (๓) (๔) นี้อยู่
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเปิดไปหน้า ๑-๔๕ มาตรา ๑๓ ของ ครม. มาตรา ๑๕ ของร่างของพรรคเพื่อไทย พลิกไปอีกหน้าครับ มาตรา ๑ หน้า ๑-๔๖ จัดทำร่างนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา กำหนดตามมาตรา ๑๑ (๑) มาตรา ๑๑ (๑) อย่างที่ผมพูดไปแล้วนะครับ ที่ต้องไปเอา รายงานของคณะกรรมการการจราจรทางบกมาประกอบด้วย คำถามผมคือ แล้วทำไม ต้องไปตัด (๒) (๓) (๔) ออกจากร่างของ ครม. ซึ่งเป็นร่างของพรรคประชาชนเช่นกัน ผมขอถามเหตุผลนะครับ อธิบายเหตุผลหน่อย อธิบายง่าย ๆ คือเวลาคณะกรรมการประชุม มีรายงานอยู่ ๒ ชุด จะตัดสินใจอย่างไรครับ อะไรเหนือกว่าใคร ในร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่เขียน ให้ชัดเจน ขณะที่ร่างของ ครม. กับร่างของพรรคประชาชนมีเฉพาะการพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายเท่านั้น ต่อไปเป็นหน้า ๑-๖๒ ครับ หน้า ๑-๖๒ มาตรา ๓๒ ของ ครม. กับมาตรา ๑๙ ของพรรคเพื่อไทย มาตรา ๓๒ ของ ครม. เขียนว่า ให้กรรมสิทธิ์ในโครงสร้าง พื้นฐานทางรางเป็นของรัฐ จบ แต่ร่างของพรรคเพื่อไทย มาตรา ๑๙ ให้กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินของโครงการขนส่งทางรางที่มีหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานของรัฐ ตกเป็นของหน่วยงานเจ้าของโครงการดังกล่าว อ่านอย่างนี้ผมก็สงสัยครับ ผมไปหา คำจำกัดความว่า หน่วยงานเจ้าของโครงการมีหรือเปล่า ทั้ง ๒ ร่างไม่มีนะครับ แต่มีคำจำกัดความของคำว่า เจ้าของโครงการ เจ้าของโครงการคืออะไรครับ ไปดูคำจำกัดความ ของคำว่า เจ้าของโครงการ คำว่า เจ้าของโครงการ คำจำกัดความของร่างของพรรคเพื่อไทย หน้า ๑-๓๗ หมายความว่า หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการ ขนส่งทางราง ขณะที่ร่างของ ครม. เจ้าของโครงการ หมายความว่าหน่วยงานของรัฐ ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งทางราง แล้วร่างของพรรคเพื่อไทยท่านไปเพิ่มของเอกชน ทำไมครับ เพราะว่ามาตรานี้ มาตรา ๑๙ ย้อนไปหน้า ๑-๖๒ ถ้าอ่านดี ๆ ให้กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินของโครงการขนส่งทางรางที่มีหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการเป็นหน่วยงาน รัฐตกเป็นของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ถ้าอ่านพร้อมคำจำกัดความนี้หมายถึงเอกชนด้วย หรือเปล่าครับ อันนี้ท่านหมกอะไรอยู่หรือเปล่าครับ แล้วยิ่งแย่ไปกว่านั้น หน้า ๑-๖๒ มาตรา ๑๙ นะครับ ท่านลองอ่านวรรคท้ายของร่างที่พรรคเพื่อไทยเสนอมา ท่านไปเพิ่มว่า กรรมสิทธิ์ทุกอย่างเป็นไปตาม (๑) (๒) แต่ยกเว้นนะครับ ยกเว้นสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาว่าจ้างเดินรถ แล้วแต่กรณีกำหนดการโอน กรรมสิทธิ์ไว้เป็นอย่างอื่น ขณะที่ร่างของ ครม. ไม่มีนะครับ อันนี้เรียกตีเช็คเปล่า หรือเปล่าครับ เพราะว่าสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมทุน สัญญาว่าจ้างเดินรถเป็นสัญญานะครับ สัญญาหมายถึงการเจรจาระหว่างคู่สัญญาทั้ง ๒ ฝ่าย เรื่องนี้ต้องขอชมร่างของ ครม. แถมของพรรคประชาชนด้วย เพราะเราไม่มีการตีเช็คเปล่าแบบนี้ เขียนกฎหมาย แล้วบอกว่าเว้นแต่แปลว่าอะไรครับ อันสุดท้ายอันนี้ค่อนข้างจะเป็นเทคนิคทางด้านกฎหมาย หุ้นส่วนบริษัทเป็นอย่างยิ่ง คือถ้าเพื่อนสมาชิกและท่านประธานดูหน้า ๑-๗๐ ข้อ ๓ บริษัทจำกัดและมหาชน ซึ่งทุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง อันนี้คนร่างกฎหมายผมเรียนด้วยความเคารพ ไม่รู้ทางด้าน Finance หรือครับ มันต้องเขียนว่า ทุนจดทะเบียน เพราะเวลาเราพูดถึง การลงทุนมันหมายถึงเงินทั้งหมด แต่ขณะนี้ในความเข้าใจผมคิดว่าต้องเป็นทุนจดทะเบียน บริษัทนะครับ ไม่ใช่เป็นทุนในการลงทุน เพราะไม่อย่างนั้นจะมีการจัด เขาเรียกว่าถือหุ้นไขว้ ถือหุ้นหลายชั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นสัญชาติไทย
สุดท้ายนี้ผมเสนอว่าที่ประชุมแห่งนี้ควรจะรับร่างทุกร่างนะครับ และขอเสนอ ให้พิจารณารับร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างหลักเพราะมีการประนีประนอม รวมทั้ง มีจุดยืนที่ตรงไปตรงมา ส่วนประเด็นอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกคงจะได้อภิปรายต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ