ธนพร เสนอจัดทำกฎหมายขยะใหม่ บูรณาการต้นทางถึงปลายทาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ธนพร ศรียากูล นำเสนอผลการศึกษาปัญหาการจัดการขยะที่เผชิญกับอุปสรรคจากโครงสร้างกฎหมายที่ซ้อนซ้อนและไม่เอื้อต่อการปฏิบัติจริง จึงเสนอให้มีการจัดทำกฎหมายใหม่เพื่อบูรณาการการจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมทั้งผลักดันมาตรการเสริมแรงจูงใจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการปรับโครงการส่งเสริม อปท. สะอาด การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และการใช้กลไกทางกฎหมายให้ท้องถิ่นมีอำนาจไม่รับขยะจากครัวเรือนที่ไม่แยก เพื่อลดปัญหาขยะอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน

รองศาสตราจารย์ธนพร ศรียากูล ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม รองศาสตราจารย์ธนพร ศรียากูล ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการ อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้รู้สึกเปึนเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมนำเสนอผลการศึกษาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ ผมอยากจะเรียนว่า เรื่องการจัดการขยะของประเทศเราเปึนเรื่องที่เรายืดเยื้อ เรื้อรังมาเปึนเวลานาน แน่นอนครับ ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นไม่มีใครที่มองไม่เห็นปัญหานี้ แล้วผมมั่นใจว่าผู้บริหารองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้ปัญหานี้ได้รับการจัดการอย่างดีที่สุด เพราะนั่นคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งนั้น แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงว่า โครงสร้างทางกฎหมายในปัจจุบันที่มีอยู่ มันทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะที่เปึนหน่วยงานที่ต้องทำงานในสิ่งที่หน่วยงานส่วนกลาง ไม่อยากทำ ผมเรียนย้ำนะครับ เรื่องการจัดการขยะเปึนเรื่องเดียวที่หน่วยงานส่วนกลาง พร้อมที่จะบอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานส่วนกลาง ทุกหน่วยงานพร้อมที่จะบอกว่า เปึนหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าการจัดการขยะ มันเปึนงานที่โดยความรับรู้ของสังคม คือ เปึนงานที่สกปรก เปึนงานที่ดูซอมซ่อ ดูแล้วอยู่กับ สิ่งเน่าเหม็นต่าง ๆ เปึนงานที่ไม่น่าจะมีสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน เผลอ ๆ อาจจะเปึนภัย ต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว อย่างที่เราเห็นหลาย ๆ ท่านเปึนเจ้าหน้าที่ระดับล่าง จัดเก็บขยะ ก็ไปเจอวัตถุอันตรายตามข่าวสารที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาก่อน ภายใต้การจัดการ ด้วยโครงสร้างกฎหมายแบบนี้ละครับ มันก็เลยทำให้ประเทศของเรา การจัดการขยะ เรายังอยู่ภายใต้ Concept แบบตั้งรับ ก็คือการขนเก็บแล้วก็เอาไปทิ้ง ให้มันพ้น ๆ ผ่าน ๆ ไป จนมาถึงวันนี้หลายแห่งก็วิวัฒนาการโดยการประยุกต์ใช้เรื่อง Zero Waste หลายแห่งก็คือว่า ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชุมชนในพื้นที่จัดการขยะกันหลังบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความสามารถทางการคลังน้อยอยู่แล้ว หลายองค์กรแม้จะอยากจัดเก็บ แต่ความสามารถ ทางการคลังไม่เพียงพอ ก็นำหลักการ Zero Waste มาใช้เลย พี่น้องประชาชนก็ต้องจัดการ ขยะด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะมีผลกระทบทั้งในเรื่องของสุขภาพของตัวเอง เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงสิ่งแวดล้อมในส่วนรวมด้วย ในกรณีที่นำไปกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี และในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ อย่างที่เราเห็นว่า มีการลักลอบนำไปทิ้งขยะโดยหาที่มาที่ไปไม่ได้ ผมอยากจะเรียนว่ากฎหมายที่เราเปึนกฎเกณฑ์ในการดูแลเรื่องนี้ นอกจากพระราชบัญญัติ จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทแล้ว เรามีกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่ต้องการ การเข้าไปปรับปรุงแก้ไข หรือเอามาควบรวมให้เกิดกฎหมายฉบับใหม่ ประกอบด้วย ๑. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งเปึนกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะมุ่งเน้นไปด้วยเรื่องวิธีการกำจัดขยะที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ตามหลักอนามัย ขณะเดียวกันพระราชบัญญัติที่ ๒ คือพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และรักษาระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ ของกระทรวงมหาดไทย พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะมุ่งเน้นในเรื่องการกำหนดอัตราค่าจัดเก็บ วิธีการจัดเก็บต่าง ๆ เราจะเห็นได้ว่า กิจกรรม ๒ กิจกรรม อยู่ใน ๒ กระทรวง แต่ Player ตัวจริงหรือผู้ปฏิบัติการ ตัวจริง อยู่ในหน่วยงานเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นจึงเปึนไปไม่ได้เลยที่โครงสร้าง กฎหมายแบบนี้ หน่วยงานที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมี ประสิทธิผล และนี่เองครับมันเปึนสิ่งที่เราได้เห็นกันอยู่ตลอดว่า ปัญหาขยะชุมชนล้นเมือง พวกเราก็ได้พบเห็นกันอย่างเปึนประจำ พวกเราคณะกรรมาธิการทราบดีว่า แน่นอนครับ วิธีการเรื่องนี้ก็คือ การจัดให้มีกฎหมายใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์นะครับ กฎหมายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้น จะต้องครอบคลุมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง แล้วก็ ปลายทาง เช่น กิจกรรมการลดการเกิดขยะ กิจกรรมส่งเสริมการใช้ซ้ำ กิจกรรมการ Recycle กิจกรรมการใช้ประโยชน์จากความร้อนจากการเผาขยะ และกิจกรรมการฝังกลบ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เปึนสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรในฐานะ เปึนสถาบันนิติบัญญัติ ได้มอบหมายให้กรรมาธิการชุดนี้ศึกษารายงาน ในฐานะประชาชน คนหนึ่ง ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่จะสามารถนำไปริเริ่มการจัดทำกฎหมายการจัดการขยะให้เปึนการจัดการขยะสมัยใหม่ มิฉะนั้นแล้วเราก็จะประสบปัญหาโครงสร้างทางกฎหมายไม่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงคนรุ่น Generation ต่อไป

ประเด็นสุดท้าย ในเรื่องของมาตรการของภาครัฐ ขณะนี้ก็ต้องเรียนว่า ถ้าจะมีการเพิ่มความเข้มข้นเพิ่มขึ้นมา ก็จะเปึนแรงจูงใจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาสามารถที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ได้เพิ่มมากขึ้น เช่นอะไรบ้างครับ เช่น ๑. ปรับเปลี่ยนโครงการจังหวัดสะอาด ซึ่งเปึนโครงการปกติ ของกระทรวงมหาดไทย ในการมอบรางวัลให้กับจังหวัดที่สามารถบริหารจัดการขยะได้ รับรางวัล ชนะเลิศ มีเงินรางวัลให้แล้วนะครับ ก็อยากให้ปรับเปลี่ยนมาเปึน อปท. สะอาด ก็จะเพิ่ม แรงจูงใจให้กับท้องถิ่น ในการที่จะบริหารจัดการขยะให้เพิ่มมากขึ้น หรือประเด็นที่ ๒ การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้กับท้องถิ่น ในการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการขยะ จากการเก็บขนเอาไปทิ้ง เอาไปทำลาย ให้มาสู่กิจกรรมการลดขยะตั้งแต่ต้นทางนะครับ เช่น การสนับสนุนงบประมาณในการปรับเปลี่ยนรถเก็บขยะ จากเดิมเปึนรถจัดเก็บขยะแบบรวม ก็เปึนรถจัดเก็บที่เอื้ออำนวยต่อการคัดแยกขยะ หรืออย่างที่ ๓ การที่มีหนังสือซักซ้อม จากกระทรวงมหาดไทย ไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งว่า องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกแห่งสามารถที่จะใช้ถุงแยกขยะได้ และถ้าบ้านเรือนไหนไม่ได้ใช้การแยกขยะ ในแต่ละถุง ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีสิทธิที่จะไม่เก็บขยะในบ้านเรือนหลังนั้นได้ สิ่งเหล่านี้คิดว่า ภายใต้โครงสร้างกฎหมายปัจจุบันที่เปึนอยู่ก็จะสามารถบรรเทาปัญหา ขยะชุมชนของเราให้บรรเทาลงไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่วิธีการแก้ไขอย่างยั่งยืนแล้วก็ถาวรนะครับ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตกราบเรียน โครงสร้างทางกฎหมายของการจัดการขยะชุมชน ของประเทศของเราแต่เพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ