ชนก จันทาทอง หารือถึงบทบาทสำคัญของอสม. ในการดูแลสุขภาพประชาชนและเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลในชุมชน โดยเฉพาะยามวิกฤติ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากรัฐเพื่อยกระดับบทบาทดังกล่าว รวมถึงตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ. อสม. และประโยชน์ที่จะได้รับหากกฎหมายมีผลบังคับใช้
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้ร่วมกระทู้ถามสดด้วยวาจา ตั้งคำถามการทำงานของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ก่อนอื่นท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากข้อความ ไปยังท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณท่าน ที่เห็นความสำคัญของฝ์ายนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรของเรา ดิฉันทราบมาว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านตอบกระทู้ในวันเดียวมากถึง ๔ กระทู้ด้วยกัน และสัปดาห์นี้เองท่านก็ยังมาตอบกระทู้ ถามสดด้วยวาจาของดิฉันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าพี่น้องประชาชน อสม. ที่ดิฉัน จะตั้งคำถามในวันนี้รอคอยคำตอบของท่านมากกว่า ๑ ล้านคนทั่วประเทศค่ะ ก็ขอบพระคุณท่าน ผ่านไปยังท่านประธานสภาด้วยนะคะ ท่านประธานสภาคะ แก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ให้ประชาชน ดำรงตนเปึนตัวอย่างที่ดี นี่เปึนบทบาทหน้าที่ภารกิจของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือที่เราทุกคน เรียกกันว่า อสม. ค่ะ อสม. นั้นเปึนจิตอาสา อาสาที่จะมาพัฒนาสุขภาพอนามัยของพี่น้อง ประชาชน อาสาที่จะมายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน อาสาที่จะมาเปึนผู้นำ ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนเช่นกัน อสม. ๑ คน ต้องรับผิดชอบครอบครัวในชุมชนอย่างน้อยประมาณ ๑๐-๑๕ ครอบครัวต่อ อสม. ๑ คน ถ้าเกิดดิฉันพูดแบบนี้ประชาชนหรือท่านประธานอาจจะยังไม่เห็นภาพ ดิฉันจะขอ เปรียบเทียบภาษาง่าย ๆ ว่า อสม. มีหน้าที่อะไรบ้าง เปรียบง่าย ๆ อสม. ก็ทำตั้งแต่สากกระเบือ ยันเรือรบ ไม่ว่าจะเปึนการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป์วยติดเตียง ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือกำจัดยุงลาย เพื่อปัองกันไข้เลือดออก หรือหยอดวัคซีนโปลิโอเพื่อปัองกันโรคโปลิโอในเด็ก แล้วก็ อีกหลาย ๆ ภารกิจ
สุดท้ายแล้ว ในวันนี้ดิฉันเพิ่งทราบว่า อสม. นั้น ยังมีภารกิจในการดูแลผู้ป์วย จิตเวชที่ติดยาเสพติดในชุมชนของตัวเองด้วย ตอกย้ำ อสม. ในฐานะนักรบเสื้อเทาค่ะ จากวิกฤติที่ผ่านมาก็จะเห็นบทบาทของ อสม. นั้นมีความสำคัญสูงมากกับสาธารณสุข ในชุมชนของตัวเอง ในเรื่องของวิกฤติโควิดที่ผ่านมา ตัวดิฉันเองในช่วงเมื่อป้ ๒๕๖๓ นั้น ก็อยากจะออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน แต่นอกจากเราจะต้องประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะเข้าไปในชุมชนของเขาแล้ว อีก ๑ กลุ่มผู้นำชุมชนนั้น ดิฉันต้องแจ้งผ่าน อสม. ค่ะ เพราะเขาจะต้องเปึนผู้คัดกรองว่า ตัวดิฉันเองติดโควิดหรือไม่ ดิฉันได้นำหน้ากาก อนามัย แล้วก็ยาฟัาทะลายโจรไปฝากพี่น้องประชาชน แต่ผู้ที่จะต้องรับสิ่งของเหล่านี้ไปส่ง มอบให้กับประชาชนนั้นกลับเปึน อสม. ที่จะต้องไปส่งมอบให้ และที่ผ่านมาประเทศไทย เราก็เจอวิกฤติอุทกภัยในป้ ๒๕๖๗ นี้ เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำว่า อสม. นั้นมีภารกิจหนักหนามาก จังหวัดหนองคายของดิฉันเจอวิกฤติอุทกภัยภายในเดือนเดียวกันมากถึง ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกช่วงต้นเดือนกันยายน แล้วครั้งที่ ๒ ก็คือช่วงกลางเดือนกันยายน นอกจาก จะประสานงานผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เช่นเดิมค่ะต้องประธานสอบถามไปยัง อสม. ว่า หมู่บ้านที่เจออุทกภัยนั้นมีผู้ป์วยติดเตียงไหม ต้องการอาหารร้อนไหม ต้องการ ด้านสาธารณสุขอะไรที่ สส. หรือตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้น สามารถที่จะช่วยเหลือ ได้บ้าง ซึ่ง อสม. ก็เปึนแหล่งข่าว เปึนข้อมูลที่ดี แล้วก็เปึนผู้ร้องทุกข์ที่ให้ข้อมูลตรงกับดิฉัน มันทำให้เราในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนนั้น สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด สุดท้ายแล้วพอเจอวิกฤติอุทกภัยถึง ๒ ครั้ง พี่น้องประชาชนเจอโรคผิวหนัง มือ ปาก เท้าเป๋ือย พูดมาถึงจุดนี้ดิฉันก็ฝากผ่านท่านประธานสภา ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน พอทราบข่าวว่า จังหวัดหนองคายของเราเจอโรคผิวหนัง เพราะว่าประชาชนนั้นจะต้องลุยน้ำ เปึนเวลานานออกมารับข้าวสาร ของสด อาหารแห้ง ก็เจอโรคมือ ปาก เท้าเป๋ือย ท่านก็ได้ส่ง ยาสามัญประจำบ้าน ส่งยาอุทกภัยไปช่วยเหลือเราหลายพันชุดด้วยกัน ก็ขอบคุณ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ผ่านท่านประธานสภาไปด้วยค่ะ
หลังจากที่เราทราบภารกิจสากกระเบือยันเรือรบแล้ว มาดูค่าป์วยการ ของ อสม. กันค่ะ อสม. นั้นเริ่มทดลองมีครั้งแรกในป้ ๒๕๒๑ รัฐบาลในตอนนั้นทดลอง ที่จะให้ภาคประชาชนมาทำงานร่วมกับภาครัฐ โดย ๑ อำเภอ จะให้มี อสม. ทดลองเพียงแค่ ๑ ตำบลเท่านั้น ไม่มีค่าตอบแทนค่ะ ไม่มีค่าป์วยการ ให้ทำด้วยความที่เปึนจิตอาสาแลกกับ การที่จะได้รักษาพยาบาลฟรีค่ะ ผ่านไปถึง ๓๐ ป้ รัฐบาลในป้ ๒๕๕๒ ถึงจะให้ความสำคัญ แล้วก็จ่ายค่าป์วยการให้กับ อสม. เปึนครั้งแรก เดือนละ ๖๐๐ บาท ซึ่งรัฐบาลในตอนนั้น คิดว่า อสม. เริ่มมีค่าใช้จ่าย เริ่มมีค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ ค่าเสียเวลานะคะ ถัดมาสัก ๙ ป้ ประมาณป้ ๒๕๖๑ ค่าป์วยการก็เพิ่มขึ้นจากเดือนละ ๖๐๐ บาท เปึนเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เพราะว่า อสม. ได้รับภารกิจที่เพิ่มขึ้น คือต้องทำรายงานส่งภาครัฐ หน่วยงานรัฐที่ตัวเอง ประสานงานอยู่ ก็จะต้องมีค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ถัดมาผ่านวิกฤติโควิดไปได้ รัฐบาล พรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญ แล้วก็บทบาทที่ดีที่ อสม. นั้นได้แบกรับภาระ จึงเพิ่มค่าป์วยการ จาก ๑,๐๐๐ บาท เปึน ๒,๐๐๐ บาทให้ แต่ทั้งหมดที่ดิฉันพูดถึงจิตอาสาของเรา เสียสละ ทั้งกายและใจ แลกกับค่าตอบแทนเพียงแค่ ๒,๐๐๐ บาท ตัวดิฉันเองได้สัมผัสกับการทำงาน ของพี่น้อง อสม. ก็คิดว่า ค่าตอบแทนนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้คุ้มเลยนะคะ ซึ่งอาสาสมัครในครั้งนี้ ก็คือทำงานด้วยใจล้วน ๆ ค่ะ
ดิฉันจะขอเข้าคำถามแรกเลยนะคะท่านประธาน จากดิฉันได้เกริ่นมาทั้งหมด ว่า อสม. นี้มีหน้าที่ ค่าตอบแทนที่ไม่ได้คุ้มกันเลย คำถามแรก ที่ดิฉันอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน หลังจากที่ท่านมารับ ตำแหน่งตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๖๗ ท่านได้ลั่นวาจาว่า ท่านนั้นมีนโยบายที่จะออก พ.ร.บ. อสม. ซึ่งเมื่อพี่น้อง อสม. ได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ตั้งความหวังว่า พ.ร.บ. นี้จะมีจริงหรือไม่ หากมีจริงจะลงมือทำเมื่อไร ห้วงเวลาที่จะสำเร็จจนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาจะแล้วเสร็จ เมื่อไร หากมี พ.ร.บ. อสม. ฉบับนี้แล้ว พี่น้อง อสม. นั้นจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้บ้าง อันนี้เปึนคำถามแรกค่ะท่านประธาน