ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือประเด็นการตัดถ้อยคำในร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกองทุนและการจัดสรรเงินอุดหนุนให้สถาบันอุดมศึกษา โดยตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของเหตุผลในการตัดคำว่า "ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง" พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นเรื่องความโปร่งใส ความเป็นกลาง และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงเรียกร้องให้มีหลักประกันเพื่อไม่ให้การจัดสรรเงินถูกแทรกแซงทางการเมืองในอนาคต
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ก่อนอื่นก็ต้องส่งความห่วงใยให้พี่น้องชาวอ่างทองในสถานการณ์ตั้งรับกับสถานการณ์น้ำท่วม ในขณะนี้ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ผมจำเป็นต้องขอใช้สิทธิสมาชิกในการอภิปราย ต่อมาตรา ๕๐/๕ ที่มีการแก้ไขนั้น ความเป็นจริงก็ต้องนำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับว่ามีความเกี่ยวพันกับข้อสังเกต ข้อ ๘ เพราะว่า ถ้าไม่อภิปรายเสียตรงนี้ก็คงไม่มีมาตราอื่นที่จะอภิปรายไปถึงได้ แต่อย่างไรก็ตามข้อสังเกต ข้อ ๘ นั้น ทางคณะกรรมาธิการได้มีการประชุมและมีการตัดออกแล้ว กระนั้นก็ตาม ผมเอง ก็ยังมีความคลางแคลงต่อประเด็นเรื่องของการตัดถ้อยคำในมาตรา ๕๐/๕ แล้วก็การตัด ถ้อยคำในข้อสังเกต ข้อ ๘ นั้นว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันแบบใด อย่างไร เป็นเหตุเป็นผล กันหรือไม่ ดังประเด็นที่ผมจะนำเรียนต่อไปนี้ครับ
ท่านประธานครับ มาตรา ๕๐/๕ นั้น พูดเรื่องของการจัดการกองทุนว่า การจัดการกองทุนนั้นจำเป็นต้องมีเงื่อนไขอยู่ทั้งหมด ๔ ประการด้วยกัน ก็คือเป็นไปตามคำ รับรองเรื่องการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกิดขึ้นระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงและสถาบัน อุดมศึกษาต่าง ๆ ที่ได้รับการจัดสรร อันนี้เราเข้าใจได้ครับ ต้องเป็นไปตามกำหนดผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เราเองก็เข้าใจได้ครับ ต้องเป็นไปตามนโยบายยุทธศาสตร์ และแผนการด้านการอุดมศึกษาต่าง ๆ อันนี้ก็เข้าใจได้ และสิ่งที่สำคัญก็คือต้องเป็นไป ตามความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง อันนี้แน่นอนครับว่าในท้ายที่สุดก็คงต้องมาดูกันว่า สถานการณ์ของประเทศอันนี้เป็นอย่างไร
แต่ความในวรรคสองครับ ความในวรรคสองนั้นเป็นการคำนึงถึงเรื่องของ การจัดสรรว่าเวลาที่จะพูดถึงการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ โดยอาศัย รูปแบบของกองทุนเฉพาะขึ้นมานี้นะครับ มันอาจจะต้องมีประเด็นที่ต้องคำนึงถึงเพิ่มเติม อีก ๓-๔ ประเด็นด้วยกันนะครับ ๑. ก็คือความคล่องตัวครับ ๒. คือเพื่อความโปร่งใสครับ ๓. คือหลักการที่บอกว่าต้องไม่มีการขัดกันระหว่างส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม และ ๔. ต้องปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง แน่นอนครับ ผมเองจำเป็นต้องย้อนกลับไป ตั้งต้นถามตั้งแต่ต้นว่าขณะที่มีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ และมีการใส่คำว่า ปราศจาก การแทรกแซงทางการเมืองนั้น ขณะนั้นท่านคิดอะไรอยู่ ขณะนั้นท่านคิดอยู่ใช่หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วในกองทุนในประเทศนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกองทุนหมุนเวียน ซึ่งขณะนี้ ตัวเลขกองทุนหมุนเวียนสูงขึ้นเป็นหลักหลายแสนล้านบาท ในงบประมาณรวมทั้งหมด ๓.๗๕ ล้านล้านบาท ก็สูงขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ความจริงมีข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง บอกว่างบประมาณ ที่จะมีการจัดสรรในเงินอุดหนุนนั้นจะเพิ่มจาก ๓๐๐ ล้านบาท เป็น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับ ข้อสังเกตอภิปรายไม่ได้ แต่ผมก็ต้องตั้งคำถามคล้าย ๆ กันว่าแล้วมันเกี่ยวกัน หรือไม่ แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้อาจจะเคยมีกองทุนในลักษณะใด ๆ ที่มีการแทรกแซง ทางการเมืองใช่หรือไม่ อย่างไร และด้วยเหตุนั้นหรือไม่ครับ ท่านถึงพยายามไปใส่ ในข้อสังเกต ข้อ ๘ เพราะว่าถ้าตัดคำนี้ออกนะครับ ตัดคำว่า ปราศจากการแทรกแซง ทางการเมือง อีกนัยหนึ่งก็เท่ากับว่าอาจจะปล่อยให้มีการแทรกแซงทางการเมืองได้ใช่หรือไม่ ถึงแม้ในทางกฎหมายไม่อาจจะทำได้ด้วยขัดต่อรัฐธรรมนูญและจริยธรรมทางการเมือง อันเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์แน่ ๆ คนละประเด็นกับจริยธรรมในเรื่องอื่นที่ขณะนี้ สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่
ข้อสังเกตที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ผมยังไม่พูดถึงใบแทรกที่มานะครับ แต่ข้อสังเกตที่อยู่ในรายงานถึงมีข้อ ๘ พูดในลักษณะว่าการจัดตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามกฎหมายนี้ ผมไม่รู้ว่าใครคิดนะครับ ท่านใช้คำถึงขนาดว่าต้องปราศจาก อาจจะมีอคติ ทางปัญญา ผมเองก็เคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ดชาติในหลายคณะ ก่อนที่จะมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านไม่น่าจะเขียนคำนี้เลยครับ เพราะว่าเราต้องเคารพให้เกียรติ ความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระหว่างกัน ท่านประธานครับ เกี่ยวพันอยู่ครับ และในขณะเดียวกัน ในตอนท้ายท่านก็บอกว่าต้องห้าม ก็อาจจะเปิดช่องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็น สส. ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งแน่นอนผมเห็นด้วยครับ จำเป็นต้องตัด ข้อสังเกต ข้อ ๘ ออกไปครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ เท่ากับว่าการตัดคำว่า ปราศจาก การแทรกแซงทางการเมือง ในมาตรา ๕๐/๕ นั้น คำถามที่สำคัญที่สุดที่ผมเองอยากได้ยินว่า เหตุและผลที่ท่านตัดคำนี้ออกในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการนั้นเป็นเพราะเหตุใด
และในท้ายที่สุดครับ การตัดคำนี้จะมีหลักประกันใช่หรือไม่ว่าต่อไป เมื่อมีกองทุนนี้ มีการจัดสรรเงินอุดหนุนระหว่างสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ก็จะไม่มีการใช้ ประเด็นการแทรกแซงทางการเมืองเข้าไปขอใช้งบประมาณอยู่ดีนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็น ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน แล้วผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญยิ่ง อย่างน้อยที่สุด กรรมาธิการต้องสร้างหลักประกัน สร้างความมั่นใจ และบอกกับสถาบันอุดมศึกษาที่จะมี การรับเงินจัดสรรอุดหนุนในอนาคตว่า ประเด็นเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองต้อง ไม่เกิดขึ้นกับการใช้เงินกองทุนนี้ ซึ่งในท้ายที่สุดก็ล้วนเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนที่ต้อง เข้าไปอุดหนุนครับ ขอบพระคุณครับ เป็นคำถามที่ถามต่อทางกรรมาธิการครับท่านประธาน