สกล สุนทรวาณิชย์กิจ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายห้ามทำร้ายร่างกายและจิตใจเด็ก โดยอ้างความรู้จากประสบการณ์อบรมจิตเวช ชี้การเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีเสี่ยงก่อโรคจิตเวชและวัฏจักรความรุนแรง ส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพจิตของเด็กและครอบครัว จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายคุ้มครองตั้งแต่ต้นเหตุเพื่อลดภาระระบบสุขภาพจิตในอนาคต
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรค ก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเกี่ยวกับการทำโทษบุตรต้องห้ามทำการ ทารุณกรรม เฆี่ยนตี หรือทำร้ายร่างกายและจิตใจ หรือการด้อยค่า โดยที่ผมอยากจะขอ อภิปรายในฐานะที่เคยอบรมหลักสูตรสายใยครอบครัว จากสมาคมสายใยครอบครัว โรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวช โรคจิตเวชเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ ทุกคน ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางสมอง สารเคมีที่หลั่งออกมา โรคที่หลายท่าน คงคุ้นเคยได้ยินชื่อ ก็คือส่วนใหญ่จะเป็นโรคซึมเศร้า Bipolar และจิตเภท โดยโรคจิตเภท ขอแนะนำสั้น ๆ คือโรคที่ผู้ป่วยมีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หลงผิด หรือได้ยินสิ่งที่คนอื่น ไม่ได้รับรู้ เป็นต้น ส่วนโรค Bipolar คือโรคอารมณ์ ๒ ขั้ว ซึ่งบางช่วงเวลาก็จะมีอารมณ์ พลุ่งพล่าน ฉุนเฉียว หรือช่วง Mania ยาวไปหลายสัปดาห์ แล้วก็จะมาพลิกกลับเป็นช่วงขั้ว อารมณ์ซึมเศร้าไปต่ออีกหลายสัปดาห์สลับกันไป ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นโรคพันธุกรรมด้วยครับ แต่ในความเป็นจริงนั้น สิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เป็นโรคจิตเวชมากที่สุด ไม่ใช่แค่พันธุกรรม อย่างเดียว แต่เป็นสิ่งแวดล้อมครับ โดยที่จะเริ่มแสดงอาการในช่วงวัยรุ่นนะครับ เนื่องจากวัยรุ่นเป็นช่วงที่ร่างกายและสมองเริ่มพัฒนาเข้าสู่ช่วงเป็นผู้ใหญ่อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่จะเข้าสู่วัยรุ่นนั้น การเลี้ยงดูพ่อแม่ที่สะสมความเครียดไว้ให้ลูก ไม่ว่าจะเป็น ความรุนแรง ทะเลาะกันในครอบครัว การเฆี่ยนตีทำร้ายเด็ก ความเข้มงวดกวดขันมากเกินไป การพูดจาเปรียบเทียบด้อยค่าลูกของตัวเอง คำพูดรุนแรงต่าง ๆ สร้างบาดแผลให้กับจิตใจ ของเด็ก เมื่อเด็กเครียดสมองก็หลั่งสารเคมี และจะส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคทาง จิตเวชทีละน้อย จนวันหนึ่งก็แสดงอาการออกมานั่นเองครับ แต่ถ้าเด็กได้รับการเลี้ยงดู ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ได้รับความรักเต็มที่ ถึงแม้จะมีพันธุกรรมคนในครอบครัวที่เป็นโรคจิตเวช แต่ก็ไม่มีปัจจัยกระตุ้นให้โรคเหล่านี้แสดงออกมา ก็จะสามารถผ่านพ้นไปจนเป็นผู้ใหญ่ได้ โรคจิตเวชนะครับ เช่น โรคซึมเศร้า ยังเป็นโรคที่ติดต่อได้ด้วย แต่ไม่ใช่ทางเชื้อโรค แต่เป็น สร้างผ่านสิ่งแวดล้อมให้กับคนรอบข้างครับ มีสถิติว่าผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชในครอบครัว ส่วนใหญ่นั้นจะมีอาการซึมเศร้าด้วย เพราะต้องอยู่ดูแลผู้ป่วยจิตเวชตลอดเวลา มีหลาย ครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวชอยู่ในบ้าน ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว มีทั้งได้รับการรักษาและไม่ได้รับ การรักษาทางจิตเวช เด็กเหล่านั้นก็โตมาเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ยังทะเลาะกันทุกวัน ไม่ว่าจะทะเลาะ ระหว่างพี่น้องจากพ่อแม่หรือแม่สู่ลูก จากคนในครอบครัวที่ไม่เคยเป็นซึมเศร้าก็เริ่มมีอาการ ซึมเศร้าขึ้นมา พ่อแม่บางคนเคยพาลูกไปหาจิตแพทย์ เพราะคิดว่าเด็กผิดปกติ แต่เกินกว่า ครึ่งจิตแพทย์วินิจฉัยว่าขอรักษาพ่อแม่ก่อน ในขณะที่งานวิจัยของ UNICEF ชี้ให้เห็น หลักฐานเชิงประจักษ์ต่อเนื่องว่า หากเคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางร่างกาย ทางเพศ ทางอารมณ์ ๔ ครั้งขึ้นไป มักมีผลต่อการถ่ายทอดวัฏจักรความรุนแรงจากรุ่นสู่อีกรุ่น เมื่อเด็ก เติบโตเป็นผู้ใหญ่จะส่งผลต่อการใช้ความรุนแรง ๗ เท่า มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย ๓๐ เท่า หากเป็นกรณีการใช้ความรุนแรงกับคู่รักจะเพิ่มขึ้น ๑๔ เท่า และต่อให้จะเป็นบ้านที่รวย หรือบ้านที่จนโรคนี้ก็ไม่เกี่ยงครับ ขึ้นกับการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี หรือสิ่งแวดล้อมที่ Toxic ในบ้านนั้น ๆ ครับ ความเครียดของผู้ใหญ่ในสังคมปกติก็มีมากพออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการ ทำมาหากินเลี้ยงปากท้องที่ปัจจุบันก็ยังฝืดเคือง และสังคม Toxic ต่าง ๆ ทำให้ผู้ใหญ่กลับไป ที่บ้านก็เกิดความเครียด บางครั้งก็เผลอเอาความเครียดไปลงที่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการทำร้าย ร่างกาย ตวาด ด่าทอ ลงโทษลูก หรือปล่อยปะละเลยความรู้สึกเด็กไปเลย แทนที่จะเปลี่ยน ให้เป็นความรัก พฤติกรรมเชิงผลักเหล่านี้ มันจึงเป็นสิ่งที่บ่มเพาะเด็กไปเรื่อย ๆ จาก พฤติกรรมเลียนแบบก็ดี หรือจากความเก็บกดก็ดี การเฆี่ยนตีเพียงแค่ไม่กี่วินาทีจากพ่อแม่ อาจเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปตลอดชีวิตอีก ๖๐ ปี หรือกี่ปีข้างหน้าได้ ดังนั้นกฎหมาย ข้อนี้ จึงมีเพื่อปกป้องจิตใจและร่างกายของเด็กไม่ให้แตกสลาย และโตขึ้นมามีภูมิคุ้มกัน และส่งต่อสังคมดี ๆ ไปยังคนรอบข้างเมื่อเป็นผู้ใหญ่ และเมื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์รักใคร่ เห็นอกเห็นใจกัน เริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดกว่าสถาบันไหน ๆ ก็น่าจะทำให้ภาพรวมการป่วยโรคจิตเวชของประเทศไทยลดลงได้ครับ ปัจจุบันบุคลากร ทางด้านจิตเวชก็ไม่พออยู่แล้ว เราไม่ควรสร้างผู้ป่วยขึ้นมาใหม่ เราต้องแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุ ผมจึงขอสนับสนุนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันนี้ครับ ขอบคุณครับ