ภัสริน เสนอแก้กฎหมาย ห้ามลงโทษบุตรแบบทารุณ ยันสิทธิเด็ก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ภัสริน รามวงศ์ หารือประเด็นความรุนแรงต่อเด็กในครอบครัว เสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อยกเลิกการลงโทษทางกายภาพของผู้ปกครอง โดยอ้างเหตุผลจากความล้าสมัยของกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิเด็ก เพื่อส่งเสริมวิธีการอบรมที่ไม่ใช้ความรุนแรงตามมาตรฐานสากล

นางสาวภัสริน รามวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ผู้แทนคนบางซื่อ เขตดุสิต พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ดิฉันขอเสนอหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สำหรับหลักการของกฎหมายฉบับนี้นะคะ

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อกำหนดสิทธิ ของผู้ใช้อำนาจปกครองในการทำโทษบุตร ต้องไม่เป็นการกระทำทารุณกรรมหรือทำร้าย ร่างกายจิตใจ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๖๗ (๒) )

เหตุผล โดยที่ปัจจุบันประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กำหนดสิทธิของ ผู้ใช้อำนาจปกครองว่ามีสิทธิทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนนั้น มีการบังคับใช้มา เป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ เกือบ ๕๐ ปี และยังพบว่าการลงโทษนั้น หลายกรณี กลับกลายเป็นการกระทำที่มีลักษณะทารุณกรรมหรือทำร้ายส่งผลทั้งทางร่างกาย จิตใจ ต่อเด็ก การเฆี่ยนตีบุตรทำโทษด้วยวิธีอื่นอันเป็นการด้อยค่า ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ ของบุตร และไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการกระทำผิดหรือพฤติกรรมของบุตร ประกอบกับ การแก้ไขสิทธิของผู้ใช้อำนาจปกครองในการทำโทษบุตรนี้ เป็นการดำเนินการสอดคล้องกับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี ข้อเสนอแนะทั่วไป ฉบับที่ ๘ ที่ออกตาม อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยประเทศไทยได้ตอบรับโดยให้คำมั่นที่จะปฏิบัติตามกลไก หลัก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ ๒ ตั้งแต่ (พ.ศ. ๒๕๕๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๓)

นี่ก็เป็นระยะเวลายาวนานค่ะ แต่ว่าการแก้ไขปัญหาเด็กก็ไม่เคยเป็นรูปธรรม เสียที ท่านประธานคะ แล้วก็หลาย ๆ ท่านสมาชิกในห้องนี้อาจจะเคยได้ยินคำว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เป็นสุภาษิตที่ส่งเสริมความรุนแรง อนุญาตให้ละเมิดสิทธิเด็ก ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย เป็นอย่างยิ่ง ความรักของพ่อแม่ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องแสดงออกผ่านทางความรุนแรงและ หลายท่านก็อาจจะบอกว่า ไม้เรียวสร้างคน ไม้เรียวสร้างรัฐมนตรี แต่ดิฉันก็มีข้อคำถามกลับค่ะว่า จะมีสักกี่ท่านคะที่ได้ดีเพราะไม้เรียว เราก็มีข้อพิสูจน์ต่าง ๆ มากมายค่ะว่า การตีเด็กไม่ได้ ทำให้เด็กได้ดีค่ะ ในทางกลับกันการตีส่งผลกระทบทางลบต่อเด็กไปจนจวบสิ้นชีวิต การศึกษาของมหาวิทยาลัย Harvard พบว่าตีเด็กส่งผลต่อการรับรู้ด้านภัยคุกคาม การพัฒนาการของเด็ก และส่งผลต่อสมองที่จะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เป็นเหมือน สัญญาณของการถูกคุกคามและการหวาดกลัว การถูกทำบ่อยครั้งก็ส่งผลต่อเด็กอย่างยิ่ง งานวิจัยที่ตีพิมพ์โดยวารสาร Elsevier ชี้ให้เห็นว่าการลงโทษร่างกายส่งผลต่อพัฒนาการ ระบบประสาทในวัยรุ่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ไม่รู้สึกยินดียินร้าย ต่อต้านสังคม ส่งผลให้เกิดโรควิตกกังวลอีกด้วยค่ะ งานวิจัยจำนวนมาก ทั้งทาง Western เอง หรือว่า ในประเทศไทยเอง ก็แสดงให้เห็นตรงกันว่า การเฆี่ยนตีทำร้ายเด็กไม่ได้ส่งผลให้เด็กได้พัฒนา เป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ได้เต็มคน เหตุการณ์กราดยิงต่าง ๆ ที่ผ่านมาที่เราเห็นตามหน้าข่าว ก็คือเด็กเคยถูกรังแก อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกเลี้ยงมาด้วยความรุนแรงในครอบครัว มาโดยตลอด สุดท้ายจบลงด้วยการแสดงออกผ่านทางความก้าวร้าว และในกรณีที่ร้ายแรง ที่สุดค่ะ การเฆี่ยนตีหรือการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ทำให้เด็กถูกลงโทษจนเสียชีวิต ทั้งที่ไม่เป็นข่าวและเป็นข่าว ดิฉันขอยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเราค่ะ เด็กหญิงอายุ ๒ ขวบ ที่จังหวัดพิษณุโลกถูกพ่อตีจนไตวาย เด็กอายุ ๑๔ ปี เข้ามาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกพ่อทำร้ายร่างกาย เพราะเด็กมีการแสดงออกทางเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิด หรือเหตุการณ์ที่เด็กถูกบุหรี่จี้ที่แขน และถูกทารุณกรรมจนเสียชีวิต การกระทำความรุนแรงนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีช่องว่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษเด็ก ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ผู้ปกครองมีสิทธิที่จะลงโทษบุตร ได้ตามสมควร เพื่อจุดประสงค์ในการอบรมสั่งสอนได้ นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๖๑ ให้ลงโทษได้ตามสมควร เพื่อการอบรม สั่งสอน กฎกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม. ว่าด้วยเรื่องการลงโทษ เด็ก พ.ศ. ๒๕๔๘ มีข้อความว่า หากจำเป็นให้ลงโทษได้ตามสมควร การลงโทษเด็กไม่ใช่แค่ การตีอย่างเดียว อาจจะเป็นการบังคับฝืนให้ทำอะไรแปลก ๆ ด้วยก็ได้ พูดทำร้ายจิตใจ ข่มขู่ ดูถูก ดูแคลน ด้อยค่าให้เกิดความเจ็บป่วย ไม่สบาย อึดอัด ทุบตี ใช้ไม้เรียว ใช้ก้านมะยม ใช้เข็มขัด ใช้ไม้แขวนเสื้อ การเตะ การจับเขย่า การโยน ข่วน หยิก จิก กัด บังคับให้เด็กอยู่ใน ท่าทางที่ผิดธรรมชาติ การนาบของร้อน การเอาน้ำร้อนลวก หรือการบังคับให้เด็กกลืนกิน ในสิ่งที่เขาไม่อยากจะกิน การด้อยค่าด้วยคำพูดวาจา เช่น การตีตรา การล้อเลียน ทั้งโดย ตั้งใจและโดยไม่ตั้งใจ การดูถูกดูแคลนเหล่านี้ทำให้เด็กอับอาย การใส่ร้ายป้ายสี ข่มขู่ให้เด็ก หวาดกลัว หรือการไม่ใส่ใจเด็ก เพิกเฉย ทิ้งขว้าง ทั้งหมดนี้เข้าข่ายแห่งความรุนแรงหมดค่ะ จากข้อสรุปต่อรายงาน UN ต่อประเทศไทย พบว่าหนึ่งในข้อกังวลของคณะกรรมการสิทธิเด็ก ที่เกี่ยวกับการลงโทษเด็ก คือบทบัญญัติเรื่องการให้อำนาจผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๖๗ ประเทศไทยเองได้ตอบข้อกังวลของนานาชาติมาโดยตลอด ในการยืนยันรายงานทบทวน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนว่าห้ามมีการลงโทษเด็ก ในเรื่องนี้ประเทศสมาชิกของ UN หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสวีเดน ก็ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย ไม่ให้มีการลงโทษเด็ก ทุกรูปแบบ ทุกสถานที่ รัฐบาลไทยก็ยอมรับมาอย่างยาวนานว่าจะต้องปรับแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แล้วก็มีการจัดทำรายงานรอบที่ ๓ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึงปี ๒๕๖๘ แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเลยค่ะ นี่คือความรุนแรงของเด็กที่เกิดขึ้นทุกวัน ในหลายประเทศ สวีเดน ตุรกี สกอตแลนด์ แคนาดา ลาว หรือ ๖๖ ประเทศทั่วโลกมีการออกกฎหมายห้ามตีเด็กแล้ว เช่นกัน ดังนั้นดิฉันและเพื่อนก้าวไกล จึงขอเสนอให้ตรากฎหมายนี้ให้เร็วที่สุด ให้เด็กที่ตก เป็นเหยื่อแห่งความรุนแรงเขารอไม่ได้อีกแล้ว และดิฉันมั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ทุกพรรคจะเห็นด้วยกับการรับหลักการ ให้การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเด็กทุกคนค่ะ ดิฉันยืนยันค่ะว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ มิได้กำหนดห้ามการลงโทษ แต่เป็นการปรับวิธีคิด ปักหมุดหมายทางสังคม วิธีการอบรมสั่งสอนบุตรหลานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สร้างวินัยของลูกหลาน โดยไม่ใช้ความรุนแรง ดิฉันก็ขอเสนอนะคะว่าการใช้ความรัก การใช้ การอธิบายด้วยความเข้าใจ หรือแม้กระทั่งการกอด อดทน อดกลั้น ในการสั่งสอนบุตร ขอให้มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการสร้างวินัยเชิงบวกค่ะ ทุกปีดิฉันจะเห็น สส. แต่ละเขตส่งของขวัญให้เด็กนะคะ จักรยานมหาศาล ตุ๊กตา ดินสอสี ลูกบอล ทุกสิ่งทุกอย่างให้เด็ก ใช้เงินก็หลายบาทค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีในอดีตเอง ก็มีคำขวัญวันเด็ก ให้ตั้งแต่ปี ๒๔๙๙ มาแล้วทุกปี อย่างปีนี้ ท่านบอกว่า ห่วงอนาคตลูกหลานให้มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง แต่ท่านประธานคะ เราจะสร้างเด็กเยาวชนให้เป็นเหมือนคำขวัญได้อย่างไร ในเมื่อกฎหมาย ยังมีช่องโหว่ให้เด็กได้รับการตีอยู่ ดังนั้นค่ะท่านประธาน สิ่งที่ยืนยันว่าการให้ของขวัญในวัน เด็กที่ดีกว่านะคะ คือการมาร่วมกันแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ค่ะ จะดีกว่าไหมคะว่าถ้าเราร่วมกัน สร้างความหวังให้กับเด็กที่เกิดมาในประเทศนี้ ปักหมุดหมายความเปลี่ยนแปลง เปลี่ยน สุภาษิตในอดีต รักวัวให้ผูก รักลูกต้องไม่ตี วันนี้ดิฉันก็ขอเชิญชวนให้ผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ใน สภาแห่งนี้ทุกคนเอาผลประโยชน์และอนาคตของเด็กเป็นที่ตั้ง ให้เด็กเติบโตไม่มีแผลทางใจ อย่าขัดขวางการเติบโตของเด็ก และร่วมกันโหวตรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ รักวัวให้ผูก รักลูกต้องไม่ตีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ