พริษฐ์ ชี้ด่วนแก้กฎหมายวิทยุชุมชน หลีกเลี่ยงวิกฤติ 3,000 สถานี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

พริษฐ์ วัชรสินธุ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พร้อมทั้งวิพากษ์รัฐบาลที่ล่าช้าในการพิจารณาแก้ไขกฎหมายวิทยุชุมชน โดยชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในการบริหารจัดการและผลกระทบต่อสถานีวิทยุกว่า 3,000 แห่งที่เสี่ยงต้องหยุดการทดลองออกอากาศ หากไม่มีการยกเลิกการประมูลคลื่นความถี่ พริษฐ์ เสนอให้ปลดล็อกการหารายได้ ลดค่าปรับ และเร่งพิจารณาร่างกฎหมายที่ผ่านการศึกษานาน 9 เดือน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมเรียกร้องให้สภาแสดงพลังเพื่อผลักดันกระบวนการนิติบัญญัติให้มีความรับผิดชอบและทันต่อสถานการณ์

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตมีส่วนร่วม ในการอภิปรายในวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ ท่านประธานครับ ผมขอออกตัวไว้ก่อนนะครับ ว่าผมไม่ได้เป็นคนที่มี ความเชี่ยวชาญเรื่องของวิทยุกระจายเสียง แต่เหตุผลที่ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นมาอภิปราย ในวันนี้ครับ ก็เพราะว่าคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน ที่ผมเป็นประธานอยู่นั้น เราได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในภาค ประชาชน พี่น้องผู้ประกอบการ แล้วก็ได้มีการนัดประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้ประกอบ กิจการกับทาง กสทช. เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อหาทางออก ท่านประธานครับ ผมคงไม่ขอพูดซ้ำถึงหลักการและเหตุผลเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่เรากำลังพิจารณา อยู่ในวันนี้ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกของผมทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้านก็ได้อภิปรายกันไป พอสมควรแล้ว แต่ผมอยากจะใช้เวลาอันจำกัดนี้ครับท่านประธาน ในการพยายาม จะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่ากระบวนการในการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับวิทยุชุมชน ที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ สะท้อนให้เห็นชัดถึงความบกพร่องของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนผ่านกลไกของรัฐสภา ท่านประธานครับ ความจริงแล้วข้อเสนอเชิง กฎหมายที่ผู้ประกอบกิจการวิทยุเขาอยากให้พวกเราพิจารณานั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ ร่างกฎหมายที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้ แต่ประกอบไปด้วย ๒ ข้อเสนอด้วยกันครับ

ข้อเสนอที่ ๑ ก็คือการปลดล็อกช่องทางในการหารายได้และการลดค่าปรับ สำหรับวิทยุชุมชน ซึ่งอันนี้อยู่ในร่างแก้ไข พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ ๒๕๕๑ ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้

แต่ข้อเสนออีกข้อเสนอหนึ่งครับท่านประธาน ข้อเสนอที่ ๒ ก็คือการยกเลิก การประมูลสถานีวิทยุประเภทธุรกิจที่ทดลองออกอากาศมากว่า ๓,๐๐๐ กว่าสถานี ซึ่งข้อเสนอนี้อยู่ในร่างแก้ไข พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ การพิจารณาของสภาในวันนี้ครับ เพราะว่าเป็นร่างการเงิน และท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ ตัดสินใจเซ็นรับรองให้ร่างดังกล่าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ หากเปรียบเทียบข้อเสนอเชิงกฎหมาย ๒ ข้อนี้เกี่ยวกับวิทยุชุมชนกับ ข้อเสนอเชิงกฎหมายอื่น ๆ ที่ถูกเสนอโดยเพื่อน ๆ สมาชิกในที่นี้ ความจริงแล้วผมรู้สึกว่า ข้อเสนอ ๒ ข้อนี้เป็นข้อเสนอที่ผมคิดว่าทางรัฐบาลนั้นน่าจะสามารถหาข้อสรุปได้ค่อนข้างเร็ว ในทางใดทางหนึ่งเพราะว่า ๓ เหตุผลด้วยกัน

เหตุผลที่ ๑ ครับท่านประธาน เกี่ยวกับผู้เสนอครับ อย่างที่บอกว่าข้อเสนอ เชิงกฎหมาย ๒ ข้อนี้ ไม่ได้เป็นข้อเสนอที่ถูกริเริ่มโดย สส. จากซีกพรรคฝ่ายค้าน หรือว่า สส. พรรคก้าวไกลนะครับ แต่เป็นร่างกฎหมายทั้ง ๒ ร่างที่ถูกริเริ่มและถูกยื่นเข้าสู่สภา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย แล้วก็ไม่ใช่คนอื่นใดครับ แต่ถูกยื่นโดย ผู้เสนอร่างที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานวิปรัฐบาล ณ เวลาที่ยื่นกฎหมาย

เหตุผลที่ ๒ ครับท่านประธาน นั่นก็คือระยะเวลาในการศึกษา ร่างแก้ไข กฎหมายทั้ง ๒ ข้อเสนอนี้ก็ไม่ได้เพิ่งถูกยื่นเข้ามาในเร็ว ๆ นี้ แต่ถูกยื่นเข้ามาตั้งแต่เดือน ตุลาคมปีที่แล้ว นั่นหมายความว่ารัฐบาลเองมีเวลาได้เห็นร่างดังกล่าวและได้ศึกษาร่าง ดังกล่าวมายาวนานถึง ๙ เดือน

ส่วนเหตุผลที่ ๓ ครับท่านประธาน นั่นก็คือว่าการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับวิทยุ ชุมชนที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ มันมี Deadline หรือว่าเส้นตายที่ค่อนข้างจะชัดเจน ในการ ประชุมกรรมาธิการร่วมกับทาง กสทช. ทาง กสทช. ก็พูดชัดกับเพื่อน ๆ กรรมาธิการว่า การดำเนินการของ กสทช. นั้น จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ นั่นหมายความว่า หากไม่มีการแก้ไขกฎหมายในเร็ว ๆ นี้ สถานีวิทยุที่กำลังทดลองออกอากาศ กันอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าสถานี ก็จะทดลองออกอากาศได้ถึงแค่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ในปีนี้ โดยสถานีไหนที่ต้องการจะออกอากาศต่อ ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการประมูล ซึ่งจะริเริ่มขึ้น ในเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ แต่ในทางกลับกันครับ หากสภาผู้แทนราษฎร ของเรามีมติรับหลักการเพียงแค่ในวาระที่ ๑ เกี่ยวกับร่างแก้ไขกฎหมายที่เป็นกฎหมายว่า ด้วยการเงินของท่าน สส. อดิศร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่เสนอให้มีการยกเลิกการประมูล สำหรับวิทยุภาคประชาชนและวิทยุบริการชุมชน ทาง กสทช. เขาก็ยืนยันครับว่า หากเป็น เช่นนั้น เขาก็จะยืดเวลาการประมูลออกไปก่อน แล้วก็อนุญาตให้ทุกสถานีนั้นสามารถ ออกอากาศต่อได้เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม ในปีนี้ จนกว่ากฎหมายใหม่นั้นจะมีข้อสรุป ดังนั้น ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลคิดอ่านหรือว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร แต่หากรัฐบาล ต้องการจะแก้ไขเรื่องของวิทยุกระจายเสียงตามข้อเสนอของอดีตประธานวิปรัฐบาล ทางรัฐบาลก็รู้ดีครับว่า จะต้องเร่งแล้วต้องรีบพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้เสร็จก่อน กันยายนในปีนี้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อครับท่านประธานว่า ทั้ง ๆ ที่กฎหมายเกี่ยวกับวิทยุกระจายเสียง ทั้ง ๒ ข้อเสนอนี้มีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่น่าจะทำให้รัฐบาลนั้นสามารถพิจารณาและหา ข้อสรุปได้เร็ว แต่รัฐบาลก็ยังคงทำงานด้วยความล่าช้า มีเพียงแค่ท่าไม้ตายประจำ ๒ ท่าครับ คือการอุ้มกับการดองกฎหมาย แล้วก็ยื้อเวลาออกไปเหมือนเดิม

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เพราะในมุมหนึ่งครับ ท่านประธาน พอเป็นร่างกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน ทางรัฐบาลนั้นมักจะใช้วิธีการอุ้ม หรือการดึงร่าง หรือว่าการให้ ครม. นั้นดึงร่างออกไปศึกษาสูงถึง ๖๐ วัน ซึ่งจากการเห็น ท่านรัฐมนตรีมาร่วมประชุมในวันนี้ ก็พอจะคาดการณ์ได้นะครับว่า ร่างแก้ไข พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่เรากำลังพิจารณาอยู่เดี๋ยวนี้ ก็น่าจะ ถูกอุ้มออกไปศึกษาอีก ๖๐ วันเช่นกัน ซึ่งหากจากข้อมูลที่ผมรวบรวมมาและฉายภาพ ในสไลด์ที่ท่านประธานเห็นครับ ก็จะนับเป็นการอุ้มกฎหมายที่ สส. และภาคประชาชนเสนอ โดยไม่มี ครม. เสนอร่างมาประกบเป็นเรื่องที่ ๖ แล้ว นับจากทั้งหมด ๑๑ เรื่อง แต่ในอีก มุมหนึ่งครับท่านประธาน หากร่างกฎหมายใดก็ตามเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินครับ ทางนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนั้น ก็จะใช้วิธีการดองครับ หรือการที่นายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ยอมตัดสินใจเสียทีว่าจะให้คำรับรองให้ร่างดังกล่าวเข้ามาพิจารณาในสภาหรือไม่ ร่างแก้ไข พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ที่ผมได้พูดถึงเมื่อสักครู่ ว่าถูกเสนอโดย ท่านอดิศรและเป็นร่างการเงิน ก็นับเป็น ๑ ใน ๔๐ กว่าร่างกฎหมายการเงินครับ จากหลากหลายพรรคการเมือง ที่ตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังดองไว้อยู่ และยังไม่ยอม ตัดสินใจว่าจะให้คำรับรองหรือไม่ แล้วในบรรดา ๔๐ ร่างนั้น ร่างที่ผมพูดถึงนี้ก็เป็น ๑ ใน ๒๐ ร่างที่อยู่ที่โต๊ะของท่านนายกรัฐมนตรีมายาวนานกว่า ๖ เดือนแล้ว ดังนั้นครับ ท่านประธาน หากจะกล่าวโดยสรุป หากรัฐบาลยังคงจะเสนออุ้มร่างกฎหมายที่เรากำลัง พิจารณาอยู่ในวันนี้ออกไปอีก ทั้ง ๆ ที่กฎหมายดังกล่าวก็เป็นกฎหมายที่ถูกเสนอโดย สส. จากซีกรัฐบาลเอง ทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็มีเวลาศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าวมายาวนานถึง ๙ เดือน รวมถึง ๓ เดือนเต็มที่ผ่านมาที่ไม่มีการประชุมสภา และไม่ได้ทำให้ท่านต้องมา นำเสนอกฎหมายอะไรใหม่ ๆ ในสภาแห่งนี้ และทั้ง ๆ ที่ท่านก็รู้อยู่แก่ใจครับ ว่าปัญหา เรื่องของวิทยุชุมชนนั้นมีเส้นตายสำคัญในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ที่ท่านจะต้องตัดสินใจทางใด ทางหนึ่ง หากรัฐบาลนี้ยังคงยืนยันจะอุ้มร่างกฎหมายดังกล่าว ผมก็ขอเชิญชวนเพื่อน ๆ ผู้แทนราษฎรจากทุกพรรค ทั้งพรรคฝ่ายค้าน แล้วก็พรรครัฐบาล มาร่วมกันลงมติไม่เห็นด้วยกับการอุ้มร่างกฎหมายดังกล่าวครับ เพื่อส่งสัญญาณดัง ๆ ไปถึงรัฐบาลครับว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะไม่ยอมรับแนวทางการทำงานของท่าน นายกรัฐมนตรีที่ขาดความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบต่องานในสภา กฎหมายการเงิน ที่ท่านควรจะเคาะและตัดสินใจทางใดทางหนึ่งท่านก็ดองไว้ กฎหมายที่ท่านควรจะเร่งรัด และหาข้อสรุปทางใดทางหนึ่งโดยเร็ว ท่านก็อุ้มมันออกไป วันหลังผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องพูดหรอกครับ เหมือนตอนทีนี้ท่านพูดไว้ตอนรับตำแหน่ง ว่าอะไร ที่ติดที่กฎหมายก็จะแก้กฎหมาย ถ้าท่านจะปล่อยปละละเลยวาระในการพิจารณาร่างแก้ไข กฎหมายในสภาถึงขั้นนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน