นิคม บุญวิเศษ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียง โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมให้วิทยุชุมชนสามารถโฆษณาหารายได้เลี้ยงตัวเองได้ และเสนอให้ลดโทษการประมูลคลื่นลงให้เหลือวันละ 1,000 บาท และให้โอกาสกลุ่มวิทยุชุมชนในการประกอบกิจการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านอดิศร เพียงเกษ ที่ให้เกียรติผมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านอดิศร เพียงเกษ กับคณะ เป็นผู้เสนอเข้ามา ผมขออภิปรายสนับสนุนในร่างนี้ จริง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงที่ภาคประชาชนและองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้นำ ทางด้านผู้ประกอบการวิทยุ องค์กรต่าง ๆ เสนอเข้ามาจริง ๆ มีอีกร่างหนึ่ง ซึ่งเป็นฉบับใหญ่ กว่าฉบับนี้ จริง ๆ ร่างนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากท่านประธาน ซึ่งร่างนั้นเป็นร่างที่มีปัญหากับ วิทยุภาคประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเขายื่นเข้ามาเพื่อต้องการที่จะแก้ไขกฎหมายในการที่จะ ไม่ให้ กสทช. ใช้คลื่นความถี่ในการไปประมูล เพราะอะไรครับท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญ เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่ทำหน้าที่อิสระในการจัดสรรคลื่นความถี่ โดยให้มีการแข่งขัน เสรีอย่างเป็นธรรมครับท่านประธาน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ต่อสาธารณะ และต่อประชาชน หลังจากนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ได้มีการปรับนิดหน่อย แต่เนื้อหาสาระก็ใกล้เคียงกัน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๖๐ บอกว่า รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าถึงวงโคจรดาวเทียม อันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน การจัดให้ใช้ ประโยชน์จากคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เพื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ ตลอดทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้ คลื่นความถี่ อันนี้เขาบัญญัติไว้ชัดเจนครับ โดยเฉพาะวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน กสทช. เกิดขึ้นมาปี ๒๕๕๔ มันมีอีกฉบับหนึ่ง ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๓ พระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ หลังจากนั้นก็เกิด กสทช. ปี ๒๕๕๔ ขึ้นมา กสทช. ก็คือองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่เป็นองค์กรทำหน้าที่อิสระ เขาให้มาจัดสรรคลื่นความถี่ ท่านประธานครับ ไม่ได้บอกว่า กสทช. ต้องมาเอาคลื่นความถี่ไปประมูล เพราะคลื่นความถี่ ไม่ใช่ของ กสทช. คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หลังจากนั้นก็มีการแบ่งวิทยุออกเป็น ๓ ประเภท ผมจะพูดย่อ ๆ เพราะว่าเวลาจำกัด เขาแบ่งวิทยุออกเป็น ๓ ประเภทท่านประธานครับ ประเภทวิทยุชุมชน ประเภทวิทยุ สาธารณะ ประเภทธุรกิจ วิทยุชุมชนดันไปบัญญัติไว้ว่า ห้ามมีการโฆษณา หลังจากนั้น ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติมว่า สามารถหาอะไรครับ หาทุนได้โดยการบริจาค รับบริจาคจากองค์กร ต่าง ๆ องค์กรของรัฐ องค์กรเอกชน มูลนิธิต่าง ๆ แต่ไม่สามารถโฆษณาได้ อันนี้คือมันเป็นปัญหาตรงนี้ครับ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เราจึงขอให้แก้ว่า อย่างน้อยให้วิทยุชุมชน ซึ่งเป็นของภาคประชาชน สามารถที่จะโฆษณาหารายได้เลี้ยงตัวเองได้ เพราะไม่ว่าจะเป็น วิทยุชุมชน วิทยุธุรกิจ หรือวิทยุสาธารณะขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ก็ตามครับ มันมีค่าใช้จ่าย เบื้องต้นคือ ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าบริหารจัดการทั้งหลาย ค่าซ่อมแซมถูกไหมครับ มันมีต้นทุนทั้งนั้น และวิทยุเหล่านี้ ที่เป็นวิทยุชุมชนเขาทำเพื่อชุมชน ออกข่าวสารต่าง ๆ ในชุมชน สื่อสารระหว่างประชาชนต่อประชาชนในชุมชน สื่อสารระหว่างรัฐไปถึงประชาชน ทำให้ประชาชนในชุมชนก็มีความเข้มแข็ง มีความรู้ รู้เท่าทันเหตุการณ์ต่าง ๆ และที่สำคัญ วิทยุชุมชนขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจชุมชนครับท่านประธาน ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย ที่เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่มีความสามารถที่จะไปเช่าสถานีหลัก ไม่มีความสามารถ ในการไปเช่าวิทยุหลัก ที่ค่าเช่าเดือนหนึ่งเป็นแสน ๆ หลาย ๆ แสนนะครับ เขาก็มาพึ่งพา วิทยุชุมชนที่อยู่ในชุมชนของเขานั่นละครับ ช่วยการประชาสัมพันธ์บอกกล่าว แนะนำ ทำให้ สิ่งของ หรือผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งร้านค้าที่เปิดใหม่ ทำให้คนในชุมชนรู้จักครับ ร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ หรือมีการประชาสัมพันธ์ให้ฟรี ซึ่งไม่สามารถที่จะไปให้วิทยุหลัก ประชาสัมพันธ์ให้ได้ งานบุญ งานบวช งานวัด งานแต่ง แม้กระทั่งข่าวสารอุทกภัยต่าง ๆ วิทยุชุมชนทำหน้าที่ได้ดีกว่าวิทยุหลักท่านประธานครับ เพราะสามารถพูดเวลานั้นเลยครับ ฝนตก ฟ้าร้อง น้ำท่วมอย่างไร มันทันเหตุการณ์ และที่สำคัญครับ ยังส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง เพลงหมอลำ นักแต่งเพลงต่าง ๆ ไม่มีค่าย ก็มาอาศัยให้วิทยุชุมชน เปิดให้ พอมีชื่อเสียงก็สามารถมีงานได้ นี่คือระบบขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจรากหญ้า ก็อาศัย วิทยุชุมชน แต่กฎหมายมาบอกว่าวิทยุชุมชนไม่มีหารายได้ ถ้าไม่หารายได้ถามว่าจะเอาเงิน ที่ไหนมาบริหารจัดการ เพราะ กสทช. เอง ก็ยังไม่สามารถที่จะจัดสรรเงินช่วยเหลือสนับสนุน ได้ ฉะนั้นก็ควรจะเปิดโอกาสให้วิทยุเหล่านี้หารายได้ได้ เพื่อที่จะเลี้ยงตัวเอง เพื่อที่จะให้ การจัดรายการต่าง ๆ มีคุณภาพ ข่าวสารบ้านเมืองตรงไปตรงมาเป็นกลาง แต่ถ้าไปรับเงิน จากหน่วยงานอื่น ข่าวสารต่าง ๆ อาจจะไม่เป็นกลางก็ได้ครับ เพราะอาจจะต้องคล้อยไปกับ เจ้าของเงินก็ได้ ฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าวิทยุชุมชนควรจะให้โอกาสเขาหารายได้เลี้ยงตัวเองได้
อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ โทษทางปกครองเขียนบอกมาว่า มี ๓ ชั้นครับ ชั้นที่ ๑ ถ้าเกิดทำผิดมีการปรับเป็นรายวันท่านประธานครับ วันละ ๕,๐๐๐ บาท ชั้นที่ ๒ ปรับรายวัน วันละ ๒๐,๐๐๐ บาท ชั้นที่ ๓ ปรับรายวัน วันละ ๕๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านประธาน วิทยุชุมชนเป็นวิทยุขนาดเล็ก คลื่นแค่ ๕๐๐ วัตต์เอง ไม่เกิน ๑,๐๐๐ วัตต์ แต่วิทยุขนาดใหญ่ วิทยุหลักที่เป็นวิทยุที่ออกกระจายเสียงทุกวันนี้เป็น ๑๐,๐๐๐ วัตต์ ๔๐,๐๐๐ วัตต์ก็มี ฉะนั้นโทษเท่ากัน ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับวิทยุภาคประชาชน โดยเฉพาะวิทยุชุมชน ฉะนั้นในร่างนี้ก็เลยคิดว่ามีการเสนอเข้ามาบอกว่า จาก ๕,๐๐๐ บาท ลดเหลือวันละ ๑,๐๐๐ บาท ได้ไหม ผมในฐานะที่เป็น สส. เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน วิทยุมาร้องเรียนกับผมเยอะครับ เราได้ต่อสู้กันเรื่องนี้มายาวนานมาก ได้มีการหารือกับ กสทช. กสทช. ก็บอกว่าให้ สส. สภาผู้แทนราษฎรช่วยแก้กฎหมายให้หน่อยครับ กฎหมายนี้มันทำ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ มันสิบกว่าปีท่านประธานครับ บริบทของกฎหมายมันเปลี่ยนไปแล้ว ยุคสมัย มันเปลี่ยนไปแล้วครับ สมัยก่อนเขียนไว้ว่าจะต้องมีการประมูลคลื่น แต่ก่อนคลื่นวิทยุมันมีค่า ตอนนี้ข่าวสารบ้านเมืองไม่ได้ฟังวิทยุอย่างเดียวท่านประธาน มันออกทาง Social ออกทาง LINE ออกทางอะไรครับ นี่ครับ TikTok ก็มี คือตอนนี้มันออกทางอินเทอร์เน็ต ทางอะไร หมดแล้ว ข่าวสารบ้านเมืองมันไม่จำเป็นต้องไปฟังวิทยุ ตอนนี้ถ้าประมูลก็ประมูลแบบไม่มี ราคา ผมก็เลยคิดว่าควรจะให้โอกาสกลุ่มวิทยุชุมชน โดยเฉพาะวิทยุภาคประชาชนที่เขา ประกอบการมา ๒๐ กว่าปี ให้เขามีโอกาสได้ประกอบกิจการต่อไป ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ของชุมชน เพื่อให้ กสทช. ใช้คลื่นความถี่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ผมจึงสนับสนุนร่างนี้นะครับ ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันอภิปรายแล้วก็สนับสนุนร่างนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ที่ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะวิทยุธุรกิจด้วยส่วนหนึ่ง ขออภิปรายไปด้วย เพราะว่าร่างนี้ มันยังไม่เข้านะครับ และขอสนับสนุนวิทยุภาคประชาชน โดยเฉพาะวิทยุชุมชนที่ทำเพื่อ ประชาชน ขอให้สมาชิกทุกท่านช่วยสนับสนุนด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ