เชตวัน เตือประโคน อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง เพื่อเสริมความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของภาครัฐ โดยเฉพาะประเด็นเงินนอกงบประมาณและธุรกิจของกองทัพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการใช้พื้นที่สนามกอล์ฟทหารกว่า 56,000 ไร่ ซึ่งอาจเบี่ยงเบนจากภารกิจหลักด้านความมั่นคง และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อให้กองทัพเน้นบทบาทหลักแทนการทำธุรกิจ.
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลัง ซึ่งหลักใหญ่ใจความ ๓-๔ มาตราที่มีการแก้ไขนั้น ก็เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ
และอีกเรื่องครับท่านประธานที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ซึ่งผมจะเสริม เล็กน้อย นั่นก็คือเรื่องของเงินนอกงบประมาณที่ร่างฉบับนี้ได้ไปยกเลิกในส่วนที่เป็นข้อตกลง ระหว่างหน่วยงานกับกระทรวงการคลัง ซึ่งแต่เดิมไม่ต้องนำเงินนอกงบประมาณส่วนนี้ ไปฝากไว้กับกระทรวงการคลังก็ได้นะครับ แล้วเราก็ได้กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีกฎหมาย เกี่ยวกับการใช้เงินนอกงบประมาณตรงส่วนนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปแล้ว ร่างฉบับนี้ จะช่วยทำให้เงินนอกงบประมาณ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีเงินก้อนนี้อยู่มากจนแทบ จะเรียกได้ว่าเป็นคลังสมบัติอย่างกองทัพนั้นมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ที่สำคัญครับ ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะในส่วนของ การยกเลิกการทำธุรกิจของกองทัพ ซึ่งก็เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ด้วย ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วเรื่องเงินนอกงบประมาณ ว่าอาจทำให้มีความยืดหยุ่น ในการเบิกจ่ายใช้คล่องตัว สำหรับหน่วยงานอื่น ๆ ตรงนี้พอเข้าใจได้ครับ แต่ทีนี้พอมาดู หน่วยงานอย่างกองทัพที่มีเงินนอกงบประมาณสูงถึงปีละ ๑.๕ ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ระดับนี้นะครับ ตัวเลขขนาดนี้ ถ้าเอาเงินตรงนี้ไปเป็นเงินอุดหนุนเด็ก เดือนละ ๖๐๐ บาท ๐-๖ ปี ซึ่งน่าจะใช้เงินอยู่ที่ประมาณปีละ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะสามารถอุดหนุนเด็ก ๐-๖ ปี ได้ทุกคนเดือนละ ๖๐๐ บาทเลยครับ ทีนี้เด็กนี่กว่าจะเบิก กว่าจะอะไรได้ต้องกรอก เอกสารเต็มไปหมดเลยนะครับ แต่เงินนอกงบประมาณของกองทัพใช้กันอย่างฉลุยเลย ท่านประธาน ยืดหยุ่น คล่องตัว ช่องว่างตรงนี้ละครับที่ทำให้กองทัพใช้เป็นช่องทาง ในการสั่งสมความมั่งคั่งที่ยากต่อการตรวจสอบ อย่างสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว เป็นแหล่งสะสมความมั่งคั่งของกองทัพบก อย่างกรณีโครงการ เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว ก็เป็นแหล่งสะสมความมั่งคั่งของ กองทัพเรือ หรือเดี๋ยวจะมีการพูดถึงเรื่องบ่อน้ำมันฝางของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ก็เป็นความมั่งคั่งของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงเมื่อสักครู่เพื่อน ๆ ก็พูดถึง คลื่นวิทยุของกองทัพต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นความมั่งคั่งของแทบจะทุกเหล่าทัพ เหล่านี้คือ สิ่งที่เราน่าจะสามารถเรียกได้นะครับว่ามาจากการทำธุรกิจกองทัพ หรือเป็นสิ่งที่ภาษา วิชาการนะครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ ใช้คำว่า เสนาพาณิชย์นิยม หรือ Commercialism ซึ่งหมายถึงการที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประกอบการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ หรือระดับ ในกองทัพเอง ท่านประธานครับ ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่แม้จะไม่ใช่ เงินนอกงบประมาณของกองทัพ แต่เป็นแหล่งซึ่งเป็นที่สั่งสมความมั่งคั่ง และในมุมมองของ พวกเราพรรคก้าวไกลก็เห็นว่าเป็นธุรกิจกองทัพ แม้คนในกองทัพเขาจะใช้คำว่า เป็นสวัสดิการภายในก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการฌาปนสถาน สวัสดิการบ้านพักรับรอง สวัสดิการการจัดซื้ออาวุธปืนเป็นต้น ท่านประธานครับ แต่ที่ผมอยากจะพูดและอยากจะเน้น ชี้ให้เห็นในที่นี้นั่นก็คือสวัสดิการภายในที่เรียกกันว่า สนามกอล์ฟกองทัพ ผมไม่ได้มีปัญหา อะไรกับกีฬากอล์ฟครับท่านประธาน ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องการจัดสวัสดิการด้วย ไม่ได้ มีปัญหากับการจัดสวัสดิการให้ทหารนะครับ แต่คำถามของผมในส่วนนี้ก็คือว่า การที่แต่ละ เหล่าทัพมีสนามกอล์ฟมากมาย ต้องมีกำลังพลส่วนหนึ่งไปดูแลบริหารสนามกอล์ฟนั้น มันใช่ ภารกิจหน้าที่ของทหารหรือไม่ ท่านอาจจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเงินนอกงบประมาณครับ ผมเข้าใจ ท่านอาจจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นสวัสดิการภายในกองทัพ เพราะ ๑. ผู้มาใช้บริการ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการมากกว่าคนนอก ๒. เปิดปิดในเวลาราชการ และ ๓. เรื่องของทำเล ที่ตั้งครับ ผมเข้าใจครับ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผมแค่จะชี้ให้เห็นว่า ต่อให้ผู้มาใช้บริการที่เป็นคนนอก แค่เพียง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ มีข้าราชการทหารมากกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องของการหาเงิน มันก็เป็นเรื่องของการทำธุรกิจใช่หรือไม่ครับ แล้วกองทัพ มีความจำเป็นมากแค่ไหนที่จะต้องมีสนามกอล์ฟมากมายขนาดนี้ครับ ในการชี้แจงของ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพ ซึ่งผมก็นั่งอยู่ใน กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ด้วย พอถามคำถามอย่างนี้ว่า ทำไมกองทัพต้องมีสนามกอล์ฟ คำตอบที่ได้รับครับ คือ ข้อ ๑ เป็นสวัสดิการทหาร ให้ทหารได้ออกกำลังกาย ข้อ ๒ ครับ เป็นเรื่องของการบริหารพื้นที่ ท่านประธานน่าจะเคยได้ยินนะครับ เป็นเรื่องของการบริหาร พื้นที่ เป็นเรื่องของความมั่นคง และข้อ ๓ ครับ เป็นพื้นที่สำหรับรับรองบุคคลสำคัญ รับรองนาย ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ฟังแล้วรู้สึกอย่างไรครับ คิดเห็นเป็นประการใด ทหารออกกำลังกายด้วยการตีกอล์ฟ ถามหน่อย มากน้อยขนาดไหนกันเชียว สนามกอล์ฟ เป็นเรื่องของความมั่นคงอย่างไรครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านก็น่าจะมีคำถามเรื่องนี้ และสุดท้ายถ้าจะรับรองแขกบ้านแขกเมือง หรือบุคคลสำคัญ เราพาแขกบ้านแขกเมือง พาบุคคลสำคัญนั้น ไปตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟของเอกชน ไม่หรูหราหมาเห่า หรือเวอร์วัง อลังการกว่าหรือครับ แล้วท่านครับ ในกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ด้วย เป็นครั้งแรกนะครับ ที่ได้รับการชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องสนามกอล์ฟที่แต่ละเหล่าทัพมี เดี๋ยวผมจะชวนไปดูครับว่า แต่ละเหล่าทัพมีขนาดไหน เริ่มเลยครับ ที่กองทัพบก สไลด์มาครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
กองทัพบกมีสนามกอล์ฟทั้งหมด ๔๐ แห่ง ผมพยายามรวมนะครับ แต่ไม่ครบแน่ ๆ ได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าไร่ ที่สำคัญ ยอด Hit แน่นอนครับ รามอินทรา สวนสนประดิพัทธ์ เขาชะโงก ภาณุรังษี ซึ่งหลาย ๆ ที่ก็มีการจัดทำเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจแล้ว ขอต่ออีกนิดครับ อันนี้เป็นของกองทัพบกนะครับ ๔๐ สนาม กองทัพเรือมีสนามกอล์ฟทั้งหมด ๔ แห่ง รวมพื้นที่ ๒,๓๕๐ กว่าไร่ ๔ สนามนะครับ ราชนาวีบางนา ราชนาวีศาลายา ที่ทับละมุ แล้วก็ที่พลูตาหลวง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนะครับ ทีมงานผมไปตรวจค้นมาพบว่ากองทัพเรือมีมากกว่านี้
สุดท้ายครับ กองทัพอากาศมีทั้งหมด ๑๓ สนามนะครับ และแน่นอนว่า สนามธูปะเตมีย์ที่ผมเคยพูดถึงบ่อย ๆ และสนามกานตรัตน์หรือสนามงู ที่อยู่ใกล้ประชิดติด Runway ของสนามบินดอนเมืองนั้น ก็เป็น Highlight สำคัญ สนามกอล์ฟกองทัพอากาศ มีที่ทั้งหมดรวมกันก็ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานครับ หลายพรรคการเมือง มีนโยบายเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งในรายละเอียดก็มีอยู่หลายเรื่อง หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดจำนวนนายพล ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงสิ่งที่เรียกว่ายกเลิกการทำธุรกิจของกองทัพด้วย ผมเข้าใจว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจไม่เกี่ยวกับเรื่องสนามกอล์ฟของกองทัพโดยตรง เพราะเป็นสิ่งที่เป็นสวัสดิการภายใน แต่ปฏิเสธไม่ได้ใช่หรือไม่ครับว่า สนามกอล์ฟนั้นก็เป็น ธุรกิจอย่างหนึ่ง ทหารไม่ควรทำธุรกิจ ทหารควรเป็นทหารอาชีพ กำลังคนควรใช้ไปกับ การเตรียมพร้อมรบ พร้อมในเรื่องของความมั่นคง เราไม่ควรทำให้กองทัพถอยห่างจาก การเป็นทหารอาชีพไปสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพครับ และผมเชื่อว่าร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลังฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องการยกเลิกธุรกิจกองทัพ ทำให้กองทัพโปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกองทัพอย่างที่หลาย ๆ พรรคการเมืองพูดไว้ อย่างที่พวกเรา ทุก ๆ คนอยากเห็น เพราะฉะนั้นครับ อย่าอุ้มเลยครับ ขอบคุณครับ