ฐิติมา ฉายแสง พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยเฉพาะมาตรา ๔ และมาตรา ๖ ที่เกี่ยวข้องกับเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ เธอเรียกร้องให้พิจารณาวิธีการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณที่เหมาะสมมากกว่าการนำไปฝากที่กระทรวงการคลัง เธอยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะไม่มีเงินสะสมของตนเองในการบริหารจัดการ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมในการอภิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้เรากำลังพิจารณาถึงเรื่องว่าประเด็นที่เอามาถกเถียงกันนี้ เป็นเรื่องของเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานรัฐ ซึ่งใน พ.ร.บ. ที่นำเสนอกันอยู่ขณะนี้ มันมีอยู่ ๗ มาตรา ตอนนี้ที่เราพูดถึงกันอยู่ มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๗ ดิฉันไม่ติดใจอะไร เพราะว่ามาตรา ๓ ก็บอกไปถึงเรื่องของการที่ให้นำรายงานยอดคงค้างดังกล่าวมาเสนอต่อ สาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการคลัง มาตรา ๕ ก็เช่นเดียวกัน ก็บอกว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เปิดเผยรายงานดังกล่าว ต่อสาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการคลัง อันนี้ไม่ติดใจเลยค่ะท่านประธาน แต่ว่าดิฉันติดใจในมาตรา ๔ กับมาตรา ๖ ซึ่งมาตรา ๔ บอกว่า ให้ยกเลิกความในวรรคสอง ของมาตรา ๖๑ ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติฉบับปัจจุบันอยู่ แล้วบอกว่าให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน บอกว่าเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐให้นำมาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง เว้นแต่ จะมีกฎหมายกำหนดไว้อย่างอื่น อันนี้ฝากไว้ที่กระทรวงการคลังนะคะ และมาตรา ๖ ก็เช่นเดียวกัน ก็บอกว่า กำหนดให้ความตกลงระหว่างหน่วยงานของรัฐกับกระทรวงการคลัง ที่เกิดขึ้นก่อนร่างพระราชบัญญัตินี้ที่เรากำลังพูดถึง ใช้บังคับเพื่อให้เงินนอกงบประมาณ ไม่ต้องฝากไว้ที่กระทรวงการคลังให้สิ้นผลไป ตรงนี้ละค่ะที่สามารถสรุปได้ว่าทุกหน่วยงาน ของรัฐเลยที่มีเงินนอกงบประมาณ ทั้งที่จะเป็นหน่วยที่มาขอรับงบประมาณ หรือไม่ ขอรับงบประมาณก็ตาม จะต้องนำเงินมาฝากกับกระทรวงการคลัง ตรงนี้ที่ดิฉันติดใจมาก ก็คือท่านลองคิดดูนะคะว่า ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนก็ดี กองทุน สงเคราะห์เกษตรกร กองทุนฟื้นฟู กองทุนความปลอดภัยบนท้องถนน นี่ก็มีเป็นเงินนอก งบประมาณ มหาวิทยาลัยก็มีเงินนอกงบประมาณ รัฐวิสาหกิจ เช่น การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การรถไฟ อะไรก็แล้วแต่ มีเงินนอกงบประมาณทั้งสิ้นนะคะ หน่วยงานศาล องค์กรอิสระก็มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มี ทุกที่รวมกันแล้ว เป็นงบประมาณตอนนี้ที่มาของบประมาณกับรัฐบาล ๕.๖๗ ล้านล้านบาทเลย แต่ยังมีที่มัน มากไปกว่านั้นอีก ไม่พูดถึง สิ่งที่ดิฉันติดใจก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ละค่ะ ที่แน่นอนเขาจะหารายได้ของเขาได้เอง เช่น เขาอาจจะหาจากเรื่องภาษี ภาษีป้ายก็ดี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็ดี ท่านทราบไหมคะว่า ถ้าเขาเอาเงินนอกงบประมาณของเขาทั้งหมดมาให้กับกระทรวงการคลัง เขาจะมีเงินในการที่จะบริการสาธารณะได้ทันท่วงทีได้อย่างไร อาจจะต้องมานึกถึง ความคล่องตัว จำเป็นต้องนึกค่ะ เพราะว่าเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นต้นปี งบประมาณ เขายังเก็บภาษีป้าย หรือภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ยกตัวอย่างนะคะ ยังได้ไม่เพียงพอ ที่จะมาทำการบริการสาธารณะ ดิฉันเลยขอเสนอ ต้องเสนอว่าเรามาพบกันครึ่งทางได้ไหมคะ การที่จะให้เขาเอาเงินนอกงบประมาณมาให้หมดเลย แล้วเขาไม่เหลือเลย มันไม่มีทาง ที่จะเป็นไปได้หรอก เขาต้องบริหารจัดการด้วย เป็นไปได้ไหมคะที่พบกันครึ่งทางว่า แต่ละ หน่วยงานเขาจะมีภารกิจของเขา เขาจะต้องมีการวางแผนของเขา ไม่ว่าจะวางแผน ๓ ปี ๕ ปี ก็ว่ากันไป ให้เขาเก็บเงินของเขาไว้ทำใช้จ่ายในเรื่องภารกิจที่เขาวางแผนไว้ แล้วก็มีเงิน ส่วนหนึ่งที่เป็นเงินสำรองในกรณีฉุกเฉินเขาก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดให้เขาเอาเงินทั้งหมด มาให้กับกระทรวงการคลัง แล้วมาคอยเบิกกับกรมบัญชีกลางทีละนิดทีละหน่อย เมื่อไรมันจะ สามารถทำได้ท่านประธาน จึงต้องพิจารณาตรงจุดนี้ ดิฉันขอเสนอว่า ให้พิจารณาในเรื่องนี้ว่า ให้เขาสามารถที่จะมีเงินเพียงพอในการที่จะบริหารจัดการของเขาตามแผนงานของเขา อันนี้ละค่ะคือขอต่อรองว่า ถ้าจะออกกฎหมายแก้กฎหมายตรงนี้ ก็ขอให้คำนึงถึงพี่น้อง ที่ทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาจะมีเงินสะสมของเขา คือหน่วยงานราชการ ท่านประธานคะ เขาไม่มีเงินสะสมอะไรแบบนี้นะคะ พอเวลาเกือบจะจบปีดีกว่า เกือบจะจบปี เขาก็จะใช้เงินที่เขาไม่สามารถสะสมได้ เพราะมันต้องคืนคลัง เขาจะใช้เงินกันแหลกลาญเลย นะคะ แล้วก็ปิดไป อาจจะทำการสัมมนาอะไรไม่รู้ เราจะเห็นว่าสัมมนาเยอะแยะไปหมด เพื่อใช้ เงินให้หมดไป เพราะฉะนั้นตรงนี้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาสามารถสะสมได้ แล้วก็สามารถเอามาบริหารจัดการได้ ถ้า พ.ร.บ. นี้ผ่านโดยที่เงิน นอกงบประมาณนี้ มันจะต้องไปสู่กระทรวงการคลังหมดเลย ดิฉันคิดว่ามันก็จะไม่มีเงิน นอกงบประมาณอีกต่อไปแล้ว ถูกไหมคะ ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ท่านประธานคะ เพราะมันไปอยู่ ที่กระทรวงการคลังหมด ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าขอให้พิจารณาในประเด็นนี้ด้วยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ