ชยพล ชี้เงินนอกงบฯ กองทัพไม่โปร่งใส เรียกร้องตรวจสอบเร่งด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ชยพล สท้อนดี ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณที่ขาดความโปร่งใส โดยเฉพาะรายได้จากใบอนุญาต MUX และคลื่นความถี่วิทยุของกองทัพ รวมถึงการดำเนินงานของสถานีวิทยุโทรทัศน desperately กองทัพบกช่อง 5 ที่ได้รับสิทธิพิเศษแต่ไม่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างเร่งด่วน เปิดเผยรายได้ และยกระดับความรับผิดชอบต่อการจัดการคลังรัฐ รวมถึงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังเพื่อยุติช่องโหว่และคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่ จตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เดี๋ยวขอสไลด์ขึ้นเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องของ พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลัง มันมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่เจตนาไม่ได้ร้าย แต่กลับถูกบิดใช้ไปในทางที่ผิด การมี อิสรภาพในการบริหารเงินนอกงบประมาณที่ตั้งใจให้หน่วยงานต่าง ๆ มีความคล่องตัวในการ ใช้เงิน เพื่อพัฒนาบริการให้กับประชาชน กลับมีหน่วยงานที่ใช้ความคล่องตัวตรงนี้เป็นความ คล่องแคล่วในการหลบเลี่ยงการถูกตรวจสอบ แล้วเมื่อมีการตั้งคำถามจากสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงรายละเอียดของเงินนอกงบประมาณที่ว่านั้น กลับไม่ได้รับคำอธิบายใด ๆ กลับมา อันเป็นที่มาของนิทานของผมในวันนี้ กับเรื่องไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก

สไลด์ต่อไปครับ เท้าความก่อน เงินนอกงบประมาณ ถ้าให้พูดง่าย ๆ เลย ก็คือเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินที่ได้มาจากงบประมาณประจำปี ซึ่งสิ่งที่ผมอยากจะโฟกัส ในการอภิปรายในรอบนี้ ก็จะเป็นรายได้จากการให้บริการต่าง ๆ ของเดิม พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลัง มาตรา ๖๑ ระบุว่าเงินนอกงบประมาณให้นำมาฝากที่กระทรวงการคลัง เว้นแต่ว่ามีกฎหมายกำหนดให้เป็นอย่างอื่น หรือมี MOU กับคลังเอาไว้เป็นอื่น เข้าใจ ในความจำเป็นที่ต้องคล่องตัว กฎหมายเดิมเพื่อให้หน่วยงานสามารถจัดเก็บรายได้ได้เอง นำเงินไปบริหารจัดการปรับปรุงการให้บริการ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการขอเงินจากคลัง บ่อย ๆ เรียกว่าเจตนามันคือการเข้าใจกันว่าบางทีหน่วยงานต้องการความคล่องตัวในการ พัฒนาบริการ เพราะต้องรองรับการใช้เงินจากประชาชนค่อนข้างเยอะ ซึ่งแต่ละหน่วยงาน ก็จะมีเงินนอกงบประมาณกันราว ๑๐ ล้านบาทบ้าง ๑๐๐ ล้านบาทบ้าง แล้วแต่ว่าให้บริการ อะไร แล้วก็มีผู้ใช้บริการเยอะขนาดไหน เก็บเงินรายได้ได้มากขนาดไหน แต่พอเรียกชี้แจง อะไร ก็มีรายงานมาให้ดูบ้าง สามารถตอบคำถามได้บ้าง แต่ทีนี้คือมันมีอยู่หน่วยงานหนึ่ง ที่อาศัยความเข้าใจ ความที่เราเห็นอกเห็นใจกัน แสวงหาความคล่องแคล่ว เปลี่ยนช่องว่าง ให้ขยับตัวขยายเป็นห้องว่างแห่งความลับ อมเงินไว้หลักพันล้านบาท โดยไม่ยอมชี้แจงใด ๆ ซึ่งตัวการมันก็มีอยู่เพียงแค่หนึ่งเดียว คน ๆ นั้นก็คือ กองทัพไทยนี่เองครับ โดยเรื่องที่ผม อยากจะขอเข้าไปเน้นนะครับ คือจะเป็นที่มาของเงินนอกงบประมาณที่ผมอยากจะโฟกัส คือเรื่องของ MUX หรือใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ แล้วก็เรื่องของคลื่นวิทยุ ความถี่ทั้ง FM แล้วก็ AM MUX ใบอนุญาตการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์เสมือนกับ ใบอนุญาตในการให้บริการท้องถนน โดยใครอยากที่จะมาเช่าเลน เพื่อที่จะใช้ในการเข็น Content ตัวเองออกสู่ช่องทีวี ก็สามารถที่จะมาเช่าถนนตรงนี้ได้ ขอสไลด์ขึ้นครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

และตัวละครเอกในนิทานของเรา คงหนีใครไม่พ้น นอกจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ชื่อก็ดูคิดเป็นอื่นไม่ได้จริง ๆ ใคร ๆ อ่านก็ต้องคิดเหมือนกันว่ามันเป็นของกองทัพบกอย่างแน่นอน เพราะแม้แต่ใบอนุญาต ยังถูกขอในนามของกองทัพบกเลย แต่มันก็ต้องงง เพราะหากเป็นของกองทัพบกจริง รายได้และทรัพย์สินทั้งหมดต้องถูกรวมอยู่ในงบของกองทัพบกด้วย และต้องถูกตรวจสอบ โดย สตง. แต่ไม่เคยมีสักครั้งหนึ่งเลยที่ สตง. สามารถเข้าไปตรวจสอบตัวช่อง ๕ ได้ แล้วถึงตอนหลังมาพอเปลี่ยนเป็นทีวี Digital ต้องไปทำตาม พ.ร.บ. ใหม่ ก็คือ พ.ร.บ. ของทีวี Digital ที่ต้องส่งงบการเงินให้กับ กสทช. ก็เคยให้ กสทช. ได้ตรวจสอบเพียงแค่ ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอีกเลย พอถามช่อง ๕ ขอดูรายงานการเงิน บอกให้ไป ถาม กสทช. พอถาม กสทช. ก็บอกให้ไปถามช่อง ๕ นี่มันเรื่องตลกอะไรครับ นี่มันคือจังหวะ เกรงใจเทนนิสคู่ผสมหรือครับ บอลตกลงเส้นตรงกลางเกรงใจกันไปมา ไม่มีใครกล้ารับลูกสักคน

สไลด์ถัดไปครับ นอกจากนั้น ช่อง ๕ ยังเป็นเจ้าของ MUX ถึง ๒ ใบ ที่ช่องอื่น เขาได้กันแค่เจ้าละใบเท่านั้น โดยอ้างว่า เพราะว่าเป็นช่องทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคง มั่นคงอีกแล้วครับ ก็เป็นเจ้าเดียวที่ใช้คำว่าความมั่นคงประกอบ จึงต้องได้ใบอนุญาตมากกว่า คนอื่น แบบนี้รายได้มันจะสูงกว่าคนอื่นขนาดไหน

สไลด์ถัดไป เดี๋ยวมาดูผังรายการกัน เดี๋ยวตรงนี้ผมขอไปเร็ว ๆ เลย เนื่องจาก ท่านเอกราชได้พูดตรงนี้ไปแล้ว ที่อ้างว่าเป็นความมั่นคง มันก็มีเรื่องของความมั่นคง ถ้าเกิดเรื่องของความมั่นคง มันจะมีความมั่นคงอยู่แค่ ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นของผังรายการ ทั้งหมด ก้อนใหญ่ ๆ ก็จะเป็นรายการเรื่องของข่าว Variety กีฬา ละคร บันเทิง สารคดีอะไร พวกนี้ มันเพื่อความมั่นคงกันขนาดไหนเชียว มันมีกันอยู่แค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วขนาดมีเรื่อง ของข่าวบันเทิง เรื่องของละคร ข่าวต่าง ๆ ยังทำ Rating ได้แค่ที่ ๑๘ ของตาราง รั้งท้าย ตารางเลยนะครับ อย่างนี้มันจะมีประโยชน์อะไร

ขอสไลด์ถัดไป ถ้าเราดูค่าเช่าที่ช่อง ๕ จะต้องจ่ายให้กับ กสทช. รวมทั้ง ช่องธรรมดาและช่อง HD จ่ายค่าเช่ารวม ๆ กันแล้วราว ๑๔ ล้านบาทต่อเดือน แปลว่ารายได้ ที่แท้จริงมันต้องสูงกว่านี้เป็นแน่ แต่ไม่เคยมีการชี้แจงอะไรต่อประชาชน หรือต่อสภาผู้แทนราษฎร เลยแม้แต่นิดเดียว แบบนี้ กสทช. ปล่อยใบ MUX ออกมาได้อย่างไร แล้วให้ถึง ๒ ใบ ตรวจสอบไม่เคยได้ ได้ครั้งหนึ่ง บอกให้ก็ได้ว่าได้ครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีเลย แล้วพอ เรียกชี้แจง ก็ยิ่งชี้แจงไม่ได้ใหญ่ เป็นเงินนอกงบประมาณที่นอกออกไปไกล นอกจนแม้กระทั่ง นอกเลยออกไปจากสายตาของผู้แทนราษฎรยังมองไปไม่ถึง

ต่อมาผมอยากขอพูดถึงเรื่องของคลื่นวิทยุกันบ้าง เพราะถ้าเกิดพูดถึงเรื่อง ของคลื่นทีวี เราจะไม่มีทางลืมเรื่องของคลื่นวิทยุไปได้ ตั้งแต่เด็กจนโตเราก็คงจะได้ยินคำว่า คลื่นวิทยุกระจายเสียงกองทัพบกเรื่อย ๆ เมื่อเราฟังวิทยุกัน จะฟังช่องไหน ก็ต้องได้ยินคำนี้ กันอยู่เรื่อย ๆ เดี๋ยวเราลองมาดูตารางต่อไปนี้กัน ขอสไลด์ขึ้นครับ กระทรวงกลาโหมพอรวม ทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงกลาโหมเข้าด้วยกัน จำนวนคลื่นวิทยุทั้ง FM และ AM ที่ได้รับ การจัดสรรมีมากถึง ๒๐๑ ช่อง มากกว่าตัวกรมประชาสัมพันธ์อีกที่มีเพียง ๑๒๗ ช่อง คือมันจัดสรรกันอย่างไร ทำไมหน่วยที่มีชื่อว่าประชาสัมพันธ์อยู่ในชื่อกลับมีช่องวิทยุที่น้อย กว่าหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่หนักกว่านั้นคือ เรื่องของคลื่นวิทยุไม่เคยได้รับการตรวจสอบ ไม่เคยได้รับการชี้แจง แล้วไม่รู้เลยว่ารายได้มีเท่าไร ไม่มีใครสามารถแตะอะไรได้เลย แล้วกิจการดำเนินการกันมานานเท่าไรแล้ว แล้วรายได้มีเท่าไรแล้ว เงินที่ได้จากทรัพยากร ของชาติถูกใช้ไปเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มคนไร้หน้าไปเท่าไรแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ได้เลย เอาสไลด์ ลงครับ

เดี๋ยวผมขอสรุปเลยแล้วกันครับ นี่ละจึงเป็นความสำคัญที่ทำไมเราถึงได้ต้อง ยกเลิกข้อกฎหมายที่ปล่อยให้หน่วยงานสามารถทำ Deal ลับแลกับกระทรวงการคลังได้ เข้าใจในเจตนาของกฎหมายเดิมที่ต้องการมอบความคล่องตัวให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แต่ทีนี้ คือมันมีปลาไหลหลุดเข้ามาในเข่งด้วยตัวหนึ่ง ตัวเดียวเท่านั้นที่พาปลาเน่าไปทั้งเข่ง ผมจึงอยากขอให้ทุกท่านรับร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังนี้ และในกฎหมายเชิงลึก ก็สามารถที่จะมาคุยกันในเชิงรายละเอียดต่อได้ในชั้นกรรมาธิการในวาระถัด ๆ ไป เพราะหากไม่มีการแก้ไข แล้วยังมีหน่วยงานปลาไหลหลบเลี่ยงหลีกเลี่ยงการตรวจสอบกัน ต่อไป มันก็คงไม่เป็นผลดีต่อประเทศอย่างแน่นอน เพราะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มันมากถึงระดับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องอุดรู ปิดช่องว่าง และกำจัด พฤติกรรมเมินความรับผิดชอบต่องบประมาณในส่วนนี้ และพอกันทีกับการทิ้งให้ประชาชน ต้องเคว้งคว้างกับคำว่าไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ขอบคุณครับ