สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ธนาธร โล่ห์สุนทร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาการเงินการคลังของรัฐให้มีความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ และเสนอแนะให้เปิดเผยข้อมูลรายได้ให้มากขึ้น เพื่อความโปร่งใส และปรับปรุงคำนิยามต่าง ๆ ให้ทันสมัย เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการของรัฐ

นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอร่วม ที่จะพูดถึงร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยจากที่ เพื่อนสมาชิกได้เสนอมาผมเห็นมีสาระสำคัญอยู่ ๔ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการแก้ไขให้มีการรายงานยอดคงค้างของภาระการชดเชย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของรัฐบาลตามมาตรา ๒๘ ซึ่งอยู่ในร่างมาตรา ๓ ส่วนในการแก้ไขข้อที่ ๒ ก็คือการแก้ไขให้มีการยกเว้นไม่นำเงินนอกงบประมาณมาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง ทำได้ ในเฉพาะกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้นะครับ โดยอยู่ในร่างในมาตรา ๔ และส่วนในข้อที่ ๓ ก็คือให้มีการเปิดเผยรายงานสถานะหนี้สาธารณะ หนี้ภาครัฐ แล้วก็ความเสี่ยงทางด้าน การคลังต่อประชาชนโดยผ่านโดยผ่านสื่อของกระทรวงการคลัง ในข้อที่ ๔ ที่มีการแก้ไข ก็คือให้กำหนดในการที่จะนำเงินนอกงบประมาณทั้งหมดให้กลับมาที่กระทรวงการคลัง ตามข้อตกลงที่มีมาก่อนหน้านี้ ถ้าเกิดตัว พ.ร.บ. บังคับใช้ก็เป็นอันยกเลิกไปนะครับ โดยสรุป ก็จะเห็นว่าจะมีอยู่ ๒ ประเด็นในร่างที่แก้ไขมีเสนอมาก็คือว่า มีการทำให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีการตรวจสอบได้ โดยให้พี่น้องประชาชนได้เห็น ได้รับทราบการใช้ จ่ายงบประมาณต่าง ๆ นะครับ โดยมีการลงผ่านสื่อของกระทรวงการคลังให้สามารถ ให้คนทั่วไปเข้าไปดูได้นะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าทางเพื่อนสมาชิกได้พูดกันไป เยอะแล้วนะครับ ก็คือการที่จะดึงเงินนอกงบประมาณทั้งหมดกลับมาที่กระทรวงการคลัง แล้วก็ทำการยกเลิกข้อตกลงต่าง ๆ นะครับ เพื่อที่จะมีการบริหารจัดการให้มีความ โปร่งใส ซึ่งในประเด็นใหญ่ ๆ ทั้ง ๒ อันนี้ ผมมองว่าผมเห็นด้วยในการที่จะแก้ไขนะครับ ในการที่จะมี การเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ภาระผูกพัน ยอดคงค้างต่าง ๆ การชดเชยค่าใช้จ่ายของรัฐบาลนะครับ ตามโครงการของรัฐบาลต่าง ๆ ในทุกยุคที่ผ่านมา รวมถึงการเปิดเผยรายงานหนี้สาธารณะนะครับ หนี้ภาครัฐต่าง ๆ และรวมถึงรายงานความเสี่ยงทางด้านการคลังต่อสาธารณชน ซึ่งเรื่องนี้ ผมมองว่าเป็นเจตนาที่ดีที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพ รับทราบสถานะทางการเงิน การคลังของประเทศของเราแต่ผมก็มีข้อสังเกตแบบนี้นะครับท่านประธานว่า การเปิดเผย ข้อมูลในบางรายการอาจจะทำแค่เป็นภาพรวมก็ได้นะครับ ไม่ต้องแยกเป็นราย รายการนะครับ ถ้าหากว่ามันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ แล้วก็รวมถึงในเรื่องความสามารถในการ แข่งขันของรัฐด้วยนะครับ

ส่วนในการแก้ไขที่ผมค่อนข้างไม่ค่อยเห็นด้วย ก็คือการที่จะดึงเงินนอก งบประมาณทั้งหมดกลับมาฝากไว้ที่กระทรวงการคลังนะครับ โดยถ้าเกิดตัวไหนที่มีกฎหมาย กำหนดอันนั้นดึงกลับไม่ได้อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าในการที่จะยกเลิกข้อตกลงต่าง ๆ นะครับ ซึ่งผมมองว่าในบางหน่วยงานเขาอาจจะยังมีความจำเป็นอยู่ ในการที่จะต้องคงไว้อยู่ที่ หน่วยงานนั้น ซึ่งเรื่องนี้การที่จะส่งคืนเงินทั้งหมดมาที่กระทรวงการคลัง แล้วก็ทำการ แจกจ่ายกลับออกไปผมมองว่าจะทำให้เกิดปัญหาในการทำงานของหน่วยงาน ในความ คล่องตัวนะครับ ผมมองว่ามันไม่มีความจำเป็นนะครับ แล้วก็รวมถึงความยืดหยุ่น ในการทำงาน การดำเนินงานของหน่วยงาน ซึ่งประเด็นนี้ก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันคิด ตรึกตรองให้ดีนะครับ แต่ว่าในประเด็นเรื่องความโปร่งใส ผมมองว่าเราสามารถที่จะบังคับให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำรายงานเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายของเงินนอกงบประมาณต่าง ๆ ต่อสาธารณชนได้นะครับ ซึ่งถ้าเกิดเป็นเงินส่วนไหนที่มันไม่กระทบต่อความมั่นคง ก็สามารถที่จะเปิดเผยได้ครับ ท่านประธาน

ส่วนผมมีความเห็นเพิ่มเติมต่อเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือว่า การเปิดเผยข้อมูลด้านรายจ่ายอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะว่ามันก็มีขาที่เป็นด้าน รายได้ด้วยนะครับ ซึ่งก็ควรที่จะเปิดมาด้วย เพื่อที่จะได้เห็นภาพรวมทั้งหมด แล้วก็นิยาม ตัวเลขทางการคลังต่าง ๆ ควรจะมีการปรับปรุงเสียใหม่ให้มีความทันสมัย เช่น คำนิยามของ ตัวเลขหนี้สาธารณะ งบลงทุน ซึ่งไหน ๆ ก็จะแก้ไขตัว พ.ร.บ. นี้แล้ว ก็ควรที่จะทำการ Update คำนิยามต่าง ๆ ให้มันทันสมัย เพื่อที่จะให้มันตรงตามสถานการณ์ เพราะว่าที่ผ่านมา ก็มีการถกเถียงกันมาตลอด ถกเถียงกันไม่จบว่าตัวนี้นิยามคำนี้มันคืออะไร เป็นอย่างไร ซึ่งก็จะทำให้การบริหารจัดการของรัฐมีความคล่องตัวสูงขึ้น กล่าวโดยสรุปนะครับ ท่านประธาน ผมมองว่าผมเห็นด้วยในหลักการภาพกว้างของร่าง พ.ร.บ. นี้ ในการที่จะทำให้ เกิดความโปร่งใสมากขึ้น แต่มีบางประเด็นที่ผมยังติดใจอยู่ ซึ่งผมก็เห็นควรที่จะส่งให้ ครม. ไปพิจารณา เพื่อที่จะให้มีความละเอียดรอบคอบ เพราะว่าเป็นหน่วยงานที่มีส่วนได้ ส่วนเสีย ในการที่จะทำให้ร่าง พ.ร.บ. นี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ