เอกราช อุดมอำนวย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และบริษัทเครือข่ายอย่าง RTA-E โดยเรียกร้องความโปร่งใสในสถานะทางกฎหมาย การบริหารงบประมาณ และผลประกอบการ พร้อมชี้ปัญหาการใช้คลื่นความถี่ของรัฐเพื่อสร้างรายได้โดยขาดการตรวจสอบ รวมถึงความกำกวมระหว่างบทบาทด้านความมั่นคงกับการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์
ท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคก้าวไกลนะครับท่านประธาน วันนี้ผมต้องขออภิปรายนะครับ ขอโทษท่านประธานไว้ล่วงหน้า เพราะว่าท่านประธาน ก็อาจจะปวดเศียรเวียนเกล้าปวดหัวได้ ขอเตือนท่านประธานไว้ก่อน เพราะว่าผมจะพา ท่านประธานมารู้จักหน่วยงานหนึ่งนั่นก็คือ ททบ.๕ ครับท่านประธาน ช่อง ๕ นี่ล่ะที่เราเรียก กันท่านประธานครับ พูดแค่นี้หลายคนก็อาจจะ อ๋อ ช่อง ๕ กดเลข ๕ ก็เจอแล้ว แต่ว่า ช่อง ๕ มีสถานะทางกฎหมาย มีงบการเงินอย่างไร มีกำไรขาดทุนแบบไหนเราไม่รู้เลย
เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ช่อง ๕ มีสถานะเป็นเหมือน หลุมดำครับท่านประธาน แย่จริง ๆ เรารู้แค่อย่างเดียวคือช่อง ๕ เป็นของกองทัพบก ต่อมาพอ มีกฎหมาย กสทช. เขาก็อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินแบบดิจิทัล เป็นบริการสาธารณะประเภทเพื่อความมั่นคง โดยเริ่มสัญญาณภาพและเสียงออกอากาศที่ ช่อง ๑ แต่ว่าตอนนี้เป็นเลข ๕ แล้ว แล้วก็คู่ขนานไปกับระบบ Digital แบบ Analog คู่กัน เลย ๑ เมษายน ในปี ๒๕๕๗ ท่านประธานดูสไลด์ถัดไป ททบ.๕ ตั้งอยู่ที่ไหน สนามเป้านี่ละ ๒๑๐ ถนนพหลโยธิน เป็นที่ราชพัสดุ ตึกสวยงามแบบนี้ แต่เราไม่รู้เลยว่าใช้งบประมาณ อย่างไร รายละเอียดไส้ในเป็นอย่างไร คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ปรับเงื่อนไขให้ ททบ.๕ สามารถที่จะโฆษณา บริการธุรกิจได้เฉลี่ย ๘-๑๐ นาที ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ประกอบการประเภทธุรกิจที่สามารถ โฆษณาได้ ๑๒.๓๐ นาที จะเห็นว่าช่อง ๕ เป็นบริการรับใบสาธารณะประเภทความมั่นคง แต่ มีโฆษณานี้เทียบเท่ากับบริการธุรกิจประเภทอื่นที่ได้รับใบอนุญาตเลย ผลประกอบการ เป็นอย่างไร ดำมืด เราไม่รู้จริง ๆ ครับท่านประธาน รายได้เท่าไร ไม่รู้ แต่ช่อง ๕ ในสายตา ของหลายคนอาจจะบอกว่า เขาก็ไม่ทำกำไรอยู่แล้ว เพราะว่า Rating นี้ท่านประธาน ดูสไลด์ถัดไปจะเห็นว่าก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินนะครับ อันดับ ๑๘ จาก ๒๐ ของช่องทีวีดิจิทัล แล้วก็เกือบโหล่นะครับท่านประธาน และช่องโหว่ขององค์กรนี้ก็คือเงินนอกงบประมาณ ททบ.๕ เป็นหนึ่งในขุมทรัพย์ที่ทำรายได้ให้กับกองทัพบก ท่านประธานดูนะครับ ทั้งรายได้ จากค่าโครงข่ายพื้นดิน เมษายนปี ๒๕๕๗ จนถึงสิ้นปีนี้ ไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน ซึ่งเขามี ๒ ใบอนุญาตโครงข่ายโทรทัศน์ ซึ่งจะหมดในปี ๒๕๗๑ แล้วก็มีสถานีวิทยุไม่น้อยกว่า ๑๒๗ สถานี แล้วเมื่อไปดูพิจารณาจากผังรายการครับท่านประธาน อ้างบอกว่าขอรับ ใบอนุญาตประเภท ๒ เพื่อความมั่นคง แต่เวลาที่ออกอากาศจริง ๆ จาก ๗,๙๘๐ นาที ด้านความมั่นคงจริง ๆ แค่ ๕๑๐ นาที เมื่อถอดผังรายการออกมาสไลด์ถัดไปจะเห็นว่า คำนวณมาแล้ว ความมั่นคงจริง ๆ มีแค่ร้อยละ ๖ เท่านั้น องค์กรนี้เป็น Species Alien ยิ่งกว่าปลาหมอคางดำ ไม่รู้ว่าสถานะอะไรกันแน่ ไม่ใช่เอกชน ไม่ใช่นิติบุคคล ไม่มีการ ตรวจสอบสถานะทางการเงินที่ชัดเจน ทั้งคลื่นความถี่ที่เอามาใช้มันเป็นสมบัติของทุกคน สมบัติของชาติ แล้ว สตง. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ตรวจสอบ ททบ.๕ ไม่ได้ด้วย องค์กร นี้จะมีระเบียบในการตอบแทนผู้บริหารจัดสรรกำไรอย่างไร ไม่มีใครรู้ครับ เรามาดูกันมีการตั้ง กรรมาธิการโอนถ่ายธุรกิจกองทัพนี้ ก็เรียก ททบ.๕ มา ถามแล้วถามอีก ช่อง ๕ ตอบอย่างไร อะไรก็ไม่รู้ ๆ ประธานก็อาจจะปวดหัวได้ แต่ที่สำคัญน่าปวดหัวยิ่งกว่า เพราะว่ามันมี ตัวละครลับที่ชื่อว่า RTA-E ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีความสัมพันธ์แบบลึกลับซับซ้อนกับช่อง ๕ แทรกซ้อนกันอยู่ ท่านประธานดูที่สไลด์นะครับ ททบ.๕ กองทัพบกนี้ดูแลนะครับ แล้วก็ กสทช. ควบคุมเรื่องของการให้ใบอนุญาต แล้ว ททบ.๕ นี้ก็ไปเปิด มีบริษัททำสัญญากับ RTA-E แล้วใน RTA-E ก็ไปตั้งบริษัทลูกมาอีก เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่า RTA-E นี่เป็นความพยายามอันล้มเหลว ในการปฏิรูป ททบ.๕ เดิมทีนั่นนะครับ RTA-E ก็คือบริษัทชื่อ ททบ.๕ เขาชื่อแบบนี้เลย ท่านประธานเมื่อก่อน เขาตั้งขึ้นมาเพื่อจะให้บริหารช่อง ๕ นี่แหละ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๐ ทุน จดทะเบียน ๒๕๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน แต่ว่าตอนปี ๒๕๔๑ ทหารไทยราคาหุ้นตก มหาศาลครับ เขาก็เลยให้บริษัทนี้ ททบ.๕ นี่ไปกู้เงินจากสถานี ททบ.๕ เพื่อไปซื้อหุ้นธนาคาร ประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านกว่าบาท ซึ่งไม่พอนะครับ ไปซื้อหุ้นแล้วก็ยังให้บริษัทนี่ไปเป็นตัวแทน ในการกู้เงินจากธนาคารทหารไทย ๑,๖๑๕ ล้านบาท มาลงทุน TV ดาวเทียม ส่งผลให้บริษัทนี้ เป็นหนี้ธนาคาร ๑,๕๓๖ ล้านบาท และแถมยังเป็นสถานีที่เป็นหนี้ในจำนวนเดียวกัน พอหัก ลบกลบหนี้ต้องคืนอีก ๒๑๖ ล้านบาท แล้วก็ถึงมาเปลี่ยนเป็น RTA-E ทีหลังนี่ละครับ จากปี ๒๕๔๖ อยากผลักดันนะครับให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ว่าทำไม่ได้ ติดปัญหา โครงสร้างอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ยังไม่วายไปแตกบริษัทลูกนะครับท่านประธาน แม้แต่ กสทช. ก็เกรงใจครับ เวลาขอเอกสารจาก ททบ.๕ ขอเอกสารที่เขาส่งให้นี่ กสทช. ต้องตามเก็บ มีกฎหมายครับท่านประธาน ให้ส่งเอกสารมา แต่ว่าไม่เคยได้ มาดูครับท่านประธาน หลักฐาน ที่แสดงว่า RTA-E มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นกองทัพบกมากกว่าร้อยละ ๕๐ นะครับ จ่ายเงินปันผล ตั้งแต่ปีที่ก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบันให้กับกองทัพผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ที่เป็นข้าราชการทหาร จำนวนเท่าไร จ่ายเมื่อไร ด้วยวิธีการใด ไม่มีใครทราบ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ไม่เยอะ หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ถือหุ้น ก็เป็นปริศนาเนื่องจากว่ามีการเปลี่ยนแปลงทุกปี แล้วก็ชื่อ ต่าง ๆ นั้นก็จะเป็น พลเอก พลโท เราก็รู้ดีว่าเป็นคนของใคร ไม่รู้ว่าตั้งกันขึ้นมาอย่างไร ใช้ระเบียบแบบไหน คัดมาอย่างไร ท่านประธานครับ โลกใบนี้ไม่มีนะครับที่แบบกองทัพบก ให้นายพลมาถือหุ้นแทนในบริษัทสื่อ ไม่มีใครเขาทำกัน แล้วก็ด้วยสภาวะ Alien ของ ททบ.๕ ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ หน้าถัดไปครับท่านประธาน คำถามของผมคือ แล้ว RTA-E จ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้บริหารและจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นอย่างไร ผู้ถือหุ้นที่ระบุว่าถือหุ้น แทนกองทัพบกเอาเงินเข้ากระเป๋าใครกันแน่ เพราะว่า ททบ.๕ มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของ บริษัท แล้วมีหนี้สินกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีดอกเบี้ยด้วยนะครับ แล้วก็ไม่ถูกคิดคำนวณ ผลประกอบการที่ติดลบนี่ก็คือหนี้ที่ยังติดค้างกองทัพบก ที่น่าตกใจก็คือว่าปัจจุบัน RTA-E กลายเป็น Bank Company ไปแล้ว หรือเป็นบริษัทเปล่า ไม่ประกอบกิจการใด ๆ คำถาม ก็คือแล้วหนี้ที่ ททบ.๕ ใครจะเป็นคนใช้ แล้วปัจจุบันไม่มี RTA-E แล้ว ททบ.๕ เขาบริหาร จ่ายปันผลอย่างไร นี่คือปริศนามิติพิศวงครับ ที่แม้แต่ผมนั่งในกรรมาธิการก็งงไปหมด ผมขออนุญาตนะครับท่านประธานผมอาจจะไม่ได้โทษพนักงาน ไม่โทษอะไร ไม่รู้จริง ๆ ครับ ว่ามันเป็นระบบแบบนี้มานานแล้ว แต่ว่าคนในกองทัพเขาก็คงไม่รู้กับผมนี่ละครับ ไม่รู้เหมือนกัน เหมือนติดอยู่ในบ้านผีสิงนะครับท่านประธาน ต้องก้มลงมองหว่างขาถึงจะรู้ว่า อ้าว ตกลงบ้านหลังนี้ที่เขาอยู่มีสถานะเป็นอย่างไร แล้วก็จากการที่สไลด์ถัดไปท่านประธาน ร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังนี่ละครับ ผมจะมาฉายให้ท่านดูว่าเงินนอกงบประมาณตาม มาตรา ๖๑ (๓) ก็คือเขาบอกว่าต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด คือตามระเบียบ กระทรวงการคลังที่ล้อกันมาไม่ว่าจะเป็นการเบิก การรับ การจ่าย การรักษา ส่งคงคลัง แล้วก็พอระดับพระราชบัญญัติเขาก็ไปออกระเบียบกระทรวงการคลังล้อกันครับว่า การเก็บเงิน รักษาเงินส่งคงคลังให้ถือปฏิบัติตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม แต่กระทรวงกลาโหม นั่นแน่ท่านประธานไปออกระเบียบของตนเองครับ นิยามคำว่า เงินนอกงบประมาณเป็น ๒ ประเภท นั่นก็คือเงินนอกงบประมาณประเภทที่ ๑ ก็คือ ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ที่เขาปฏิบัติกัน สไลด์ถัดไปจะเห็น เงินนอกงบประมาณประเภท ๒ นี่ละครับท่านประธานตัวปัญหา คือกองทัพที่อยู่ภายใต้สังกัด กระทรวงกลาโหมทั้งหมดสามารถออกระเบียบของตนเองได้ ท่านประธานเห็นสไลด์นี้ หรือไม่ครับ นี่คืออำนาจตามอำเภอใจ และ ททบ.๕ คือผู้ที่ใช้หลักเกณฑ์ระเบียบช่องว่างจาก การออกระเบียบพวกนี้เป็นเงินนอกงบประมาณประเภท ๒ ผมเข้าใจดีครับว่าหน่วยราชการ ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหาร แล้วส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่ามีบางหน่วยงาน ที่ฉกฉวยเอาประโยชน์จากกฎหมายนี้ จนทำให้เกิดข้อสงสัยไปหมดว่าเงินนอกงบประมาณ ของทุกหน่วยงานจะถูกใช้อย่างไม่โปร่งใส จบปัญหานี้อย่างถาวรครับท่านประธานสะสาง การใช้เงินนอกงบประมาณให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยยังคงเหลือช่องว่างให้การบริหาร ราชการคล่องตัว ผมเชื่อว่าจำเป็นที่จะต้องร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะ ไม่มีใครอ้างความสะดวก ความจำเป็นใด ๆ เพื่อมาหมกเม็ดโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอีก ต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน