ภัณฑิล เสนอเพิ่มโปร่งใสการใช้จ่าย-รายงานเงินนอกงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงินภาครัฐ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ โดยเฉพาะในหน่วยงานของรัฐและสามเหล่าทัพ พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลการคลัง หนี้สาธารณะ และความเสี่ยงทางการคลังอย่างชัดเจน รวมถึงการควบคุมการใช้จ่ายเกินวงเงินและตรวจสอบการนำเงินนอกงบประมาณไปฝากกับกระทรวงการคลังที่อาจกระทบต่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงินของรัฐ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา และเขตคลองเตย ก็ขอร่วม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินภาครัฐ ที่เพื่อน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้เสนอนะครับ มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อให้การดำเนินกิจการและมาตรการ และโครงการ ของรัฐนั้นเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งเป็นการลดความเสี่ยงทางการคลัง โดยเน้นให้ภาครัฐที่ต้องทำรายงาน เรื่องยอดคงเหลือของการใช้งบประมาณภาครัฐตามที่ ระบุไว้ตามมาตรา ๒๘ ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ แต่ต้องทำรายงาน สถานการณ์หนี้สาธารณะ หนี้ภาครัฐและสถานการณ์ความเสี่ยงทางการคลังต่อสาธารณชน ผ่านทางสื่อ Website ของกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติกำหนดให้ นำเงินนอกงบประมาณ ซึ่งมาจากรายได้ของรัฐและทางอื่นในการได้รับการสนับสนุนไปฝาก กับกระทรวงการคลัง แล้วจะสามารถนำเอาไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อต้องมีกฎหมายกำหนดเท่านั้น ผมขออนุญาตอภิปรายในส่วนของการแสดงความเห็นตาม มาตรา ๔๗ จากหลายภาคส่วน แยกเป็น ๒ ประเด็นครับ จะมีประเด็นเรื่องสภาพคล่องกับความโปร่งใส

ประเด็นแรกนะครับ ความคิดเห็นต่อการจัดทำรายงานยอดคงเหลือของการ ใช้ภาครัฐตาม มาตรา ๒๘ เผยแพร่ตามสื่อ Website ของกระทรวงการคลัง พบว่าส่วนใหญ่ ก็เห็นด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชน เขามองว่าข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของรัฐควรเผยแพร่ ให้สาธารณชนอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ แต่ก็อาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการดำเนินกิจการและการใช้จ่ายของรัฐเป็นเรื่องความมั่นคง ไม่เหมาะสมกับการเผยแพร่นะครับ แต่ก็อย่างที่บอกครับวัตถุประสงค์คือ เพื่อควบคุมไม่ให้ รัฐบาลใช้จ่ายเกินตัวนะครับ โดยไปใช้ให้หน่วยงานของรัฐนี่สถาบันการเงินนี่ ทำกิจกรรม บางอย่างตามนโยบายแล้วก็ทยอยตั้งงบประมาณมาชดใช้ แล้วก็อยากจะกำหนดกรอบ เพดานในการที่จะมีคงเหลืออยู่ ๓๐-๓๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ต้องโปร่งใส อันนี้ก็เป็นความเห็น การที่จะเอาเงินนอกงบประมาณของรัฐไปใช้ก็ต้องกลับมารายงานด้วยว่าคืนไปเท่าไรนะครับ ประเด็นนี้ผมคงไม่แตะเยอะนะครับ ผมคงขอไปประเด็นเงินนอกงบประมาณว่าเงินนอก ประมาณที่เอาไปใช้นี่เอาไปทำอะไรนะครับ สไลด์ต่อไปนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

๙๔ ของหน่วยรับงบประมาณ มีเงินนอกงบประมาณนะครับ แต่เข้าใจครับ มันก็ไม่ใช่ทุกหน่วย ก็มีประมาณกี่หน่วย ๒๐๕ หน่วยที่มีเงินนอกงบประมาณนะครับ ก็แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ทุนหมุนเวียน องค์การ มหาชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้คือตัวจำนวนก่อนนะครับ หน้าถัดไป นะครับ เราจะเห็นว่ามันไปตกที่ไหน เราสงสัยว่าเงินนอกงบประมาณมันไปอยู่ที่ Top ไหน อาจจะตัวเล็กนิดหนึ่งครับ แต่จริง ๆ สาระสำคัญก็คือเขา Group เป็นกระทรวงไล่ลงมา หน่วยงานต่าง ๆ ก็ปรากฏไปอยู่ที่กระทรวงกลาโหมครับสูงเป็นอันดับที่ ๒ รองจาก กระทรวงการคลัง มีรับงบกันเยอะนะครับ หน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณมีพอสมควร แล้วเขาก็รายงานถูกต้อง ก็เข้าอกเข้าใจครับว่าจริง ๆ เราไม่อยากให้กระทบวงกว้างครับ แต่มันมีแกะดำ มันมีคนที่ไม่ได้ปฏิบัติตาม แล้วก็อาศัยช่องว่างตรงนี้ไปสร้างเป็นห้องเป็น Black Box เป็นกล่องขนาดใหญ่นะครับ คือเก็บรายได้มาแล้วไม่ส่งคืนคลัง เพราะการดำรง อยู่ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฉบับนี้ มันมีปัญหาครับ คือเข้าใจมันทำมาเพื่อ สภาพคล่อง เพื่อให้หน่วยงานเขาสามารถที่จะเอาไปใช้ได้สะดวกนะครับ ซึ่งถ้าเป็นปริมาณ เล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ครับ แต่มีบางหน่วยงานไม่ได้ใช้ประโยชน์แค่สภาพคล่อง นะครับ แต่เบิกจ่ายขยายเป็นท้องพระคลังเลยครับ แล้วก็เอาไปใช้ในทางที่ผิด มีอภิสิทธิ์เหนือ กฎหมายครับ เดี๋ยวเพื่อน สส. ผมจะอภิปรายในเคสที่มันจะเห็นภาพนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ช่อง ๕ เป็น EEC แล้วก็เป็นพวกคลื่นวิทยุต่าง ๆ ซึ่งเราก็ได้เห็นตามหน้าข่าวมาค่อนข้างเยอะ อยู่แล้วครับ เดี๋ยวขอเชิญหน้าต่อไปเลยครับ นี่เราก็จะเห็นนะครับ มันยาวมากเลย ๓๐๐-๔๐๐ หน่วยงานที่เขาก็มีเงินนอกงบประมาณ แต่ความจริงมันก็ไม่ได้กระทบอะไร เพราะดูกราฟมันเล็กมากครับ บางทีมันเริ่มต้นตั้งแต่ระดับหลักล้าน ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท แต่มันจะมาบวมตอนสุดท้าย จะเห็นเลยมันจะกระชากกราฟ แบบยาวมาก แล้วผมก็พยายาม Zoom เข้าไปนะครับว่า หน่วยงานไหนกันที่มันมีปัญหาที่ มันมีเงินนอกงบประมาณเยอะ ๆ ปรากฏก็ไม่แปลกใจครับ ๓ เหล่าทัพอยู่ใน Top Fifteen อยู่ใน ๑๕ ลำดับแรกที่มีเงินนอกงบประมาณสูงที่สุดนะครับ ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท จนถึงกองทัพเรือ อันดับที่ ๑๕ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วคิดเป็น สัดส่วนนี่ไม่น้อยนะครับ เมื่อรวมรายได้คือเงินนอกงบประมาณเหมือนกับเป็นรัฐอิสระครับ เอาไปตั้งตนแล้วก็อยู่กันข้างนอกหารายได้แล้วก็ไม่ส่งคืนคลัง แล้วก็ไม่ชี้แจงอะไรทำหนังสือ ไปถามก็อาจจะตอบไม่ตอบบ้างนะครับ ตรวจสอบไม่ได้ เยอะนะครับ คิดเป็น สัดส่วนต่องบประมาณ ๑๘-๒๙ เปอร์เซ็นต์ ของกองทัพบก กองทัพอากาศ และกองทัพเรือ ก็อยากจะสรุปครับว่า เจ้าหน้าที่รัฐประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยนะครับว่า การบริหารจัดการ ที่โปร่งใสมันจำเป็นนะครับ แล้วก็เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบทางการคลังว่าเอาไปใช้ ข้างนอกแล้วก็ไม่รู้สถานะเป็นอย่างไรครับ แต่เข้าใจเจ้าหน้าที่บางส่วนอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกว่ามันมีผลกระทบค่อนข้างเยอะนะครับ ไม่ยืดหยุ่นบ้าง หากเอาไปคืนคลังแล้ว อาจจะเอามาเบิกใช้ลำบากนะครับ ความคิดเห็นต่อการเปิดเผยรายงานหนี้สาธารณะหนี้ ภาครัฐนี่แต่ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยนะครับ คนที่ไม่เห็นด้วยเราก็เข้าใจนะครับว่า ยังมีชั้นกรรมาธิการที่สามารถเข้าไปดูผลกระทบกันต่อได้ โดยสรุปแล้วมุมมองความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐนี่อาจสะท้อนได้ ๒ ส่วนนะครับ

ส่วนแรก คือเป็นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะการจัดทำและเผยแพร่ รายงานการใช้จ่ายภาครัฐ สถานการณ์หนี้สาธารณะ หนี้ภาครัฐ ความเสี่ยงทางการคลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐเองและประชาชนเอง ส่วนใหญ่นี่แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและเป็น ประโยชน์ในการตรวจสอบของประชาชนนะครับ ก็เพื่อเป็นไปตามพระราชบัญญัติข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ รวมทั้งอาจเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ ติดตามสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของรัฐบาล หากแต่อีกส่วนหนึ่งคือประเด็นการ นำเงินนอกงบประมาณของภาครัฐไปฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง การใช้เงินนอกงบประมาณ ตามที่กฎหมายกำหนด แม้กระทั่งการยกเลิกสิ่งที่หน่วยงานรัฐตกลงกันเอาไว้กับ กระทรวงการคลังว่าจะไม่นำเงินนอกงบประมาณของภาครัฐไปฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย อาจจะอ้างว่าการใช้เงินนอกงบประมาณของรัฐต้อง สะดวก คล่องแคล่ว รวดเร็วและทันใจ และถ้าจะใช้วิธีบริหารเงินงบประมาณตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะมีปัญหา สร้างความกังวลให้กับหน่วยรัฐ มันจึงสะท้อนว่ามันมีความปัญหา เรื่องความโปร่งใสในการบริหารจัดการของภาครัฐที่ไม่อาจรู้ว่าเงินนอกงบประมาณของ ภาครัฐแต่ละหน่วยนั้นเอาไปใช้ทำอะไร อาจส่งผลต่อการจัดข้อมูลทำรายการการใช้จ่าย ภาครัฐสถานการณ์หนี้สาธารณะ หนี้ภาครัฐ และความเสี่ยงทางการคลังที่อาจส่อแวว ถึงความไม่โปร่งใสของข้อมูลด้วยเช่นกัน ก็ฝากไว้นะครับหวังว่ารัฐบาลนี้จะไม่อุ้มนะครับ แล้วเราก็จะได้ร่วมพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการ ขอบคุณมากครับ