กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยเสนอให้เปลี่ยนจากการทำงานแบบ Research เป็น Team Work เพื่อร่วมลงทุนกับภาคเอกชนและจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ พร้อมชื่นชมการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์กรสู่การสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เขายังเน้นย้ำความสำคัญของการพึ่งพาตนเอง (Self-reliance) ผ่านการลงทุนในพันธบัตรและหุ้นส่วนภาคประชาชน โดยชี้ให้เห็นว่าการลดการขอรับงบประมาณจากภาครัฐและการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาจะช่วยให้สถาบันวิจัยสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ยังเสนอให้เปลี่ยนจากการทำวิจัยเพื่อขึ้นหิ้งเป็นการนำผลงานวิจัยมาสร้างประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และนำไปสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งหารือเรื่องการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ของ TISTR R โดยเสนอหลักการประเมินโครงการ 4 ข้อ ได้แก่ เมิน โอน ลด เลิก เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการทำ Net Present Value ก่อนร่วมลงทุนกับชุมชนหรือ SMEs ตามยุทธศาสตร์ชาติ และเรียกร้องให้เลิกทำโครงการที่ไม่มี Net Present Value เพื่อ

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ. เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขออนุญาตร่วมอภิปรายนะครับ พรรคก้าวไกล เรื่องของร่างพระราชบัญญัติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ภาษาอังกฤษชื่อว่า Thailand Institute of Scientific and Technological Research ซึ่งตัวย่อของเขาก็คือ TISTR ๕ ตัวอักษรครับ วันนี้ อ. เอท ขอใช้ Model TISTR มาเป็นตัวอภิปรายครับ

เริ่มที่ตัวแรกครับตัว T อ. เอท ขอใช้คำว่า Team Work ครับ คือสถาบัน ของท่านตอนนี้จะไม่ใช่แค่อยู่คนเดียวทำ Research อย่างเดียวแล้วท่านจะไปร่วมทำงานกับ ประชาชนกับองค์กร กับบริษัทที่เป็นบริษัทเอกชนต่าง ๆ นะครับ ซึ่งตอนนี้ท่านกำลังจะใช้ ความสามารถของท่านทั้งหมด บุคลากรของท่านทั้งหมด ไม่ใช่แค่ทำเพื่อการ Research เท่านั้น ท่านยังจะต้องไปเป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งนิติบุคคล ไปร่วมลงทุนอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งตรงนี้เป็นอีกมิติใหม่ ๆ ขององค์การมหาชนของท่าน ซึ่ง อ. เอท เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะท่านกำลังจะทำให้จาก Idea เป็น I do ซึ่งก็หมายความว่าเป็นแค่ความคิด ตอนนี้ท่าน กำลังจะลงมือทำแล้ว อ. เอท ยินดีกับสิ่งเหล่านี้มาก ๆ จริง ๆ นะครับ ขอเห็นด้วยกับประเด็นนี้ ซึ่งมิตินี้เรายังไม่เคยมีมาก่อน ก็ขอบพระคุณมาก ๆ เปลี่ยนจาก Research เป็น Commercial อันนี้ค่อนข้างเห็นด้วยครับ

ต่อมาครับเป็นตัว I ครับ I ตัวนี้คือคำว่า Investment คืออะไรครับ คือการ ลงทุนครับ ท่านกำลังจะนำตัวเองเข้าสู่ตลาดทุน ทุก ๆ ปี อ. เอท แอบไปดูงบมานะครับ ท่านจะของบประมาณสัก ๕๐๐ ล้านบาท ๖๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของท่าน ซึ่งถ้าเกิดท่านมีโอกาสได้ทำ เมื่อสักครู่ท่านผู้ชี้แจงก็บอกชัดเจนครับว่าท่านกำลังจะทำเป็น Band หรือเป็นพันธบัตร ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะมีความเป็นห่วงนิด ๆ เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิก เข้ามาอภิปรายในจุดนี้ด้วย ท่านกำลังที่จะร่วมลงทุนจะลงทุนเอง หรือจะมีการร่วมกับเป็น Partnership กับภาคประชาชนอันนี้ อ. เอท ก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ท่านกำลังจะสร้างสิ่งใหม่ ๆ เป็นการร่วมลงทุนในสิ่งที่ดีก็เห็นด้วยอีกเช่นกัน ก็ถือว่าเป็นอีกมิติหนึ่ง เพราะท่านไม่ได้เป็นแค่ Player ทั่วไปแล้ว ท่านจะเป็นผู้ที่ Doer ด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่ อ. เอท ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ อีกเช่นกันครับ นี่คือตัว I ที่ อ. เอทอยากที่จะร่วมอภิปรายนะครับ

ต่อไปเป็นตัว S ครับ S ตัวนี้ อ. เอท ขอใช้คำว่า Self-reliance แปลว่า ท่านกำลังที่จะยืนด้วยขาของท่านเอง เมื่อสักครู่ อ. เอท เพิ่งพูดไปครับว่าท่านของบจาก พวกเราหรือรัฐบาลปีหนึ่งประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านสามารถที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง ขอทุนเองได้ อนุมัติโครงการเองได้ ร่วมลงทุนเองได้ แม้กระทั่งท่านสามารถที่จะเอา IP เข้ามาใช้ IP ก็คือ Intellectual Property หรือเป็นการเอาปัญญาเป็นเรื่องของสิทธิ ทรัพย์สินทางปัญญาขายได้ด้วย หรือสามารถที่จะหารายได้จากตรงนี้ อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ ยอดเยี่ยม เพราะท่านกำลังทำให้ Research ที่มันเป็นการกองอยู่กับบนหิ้งมันมีประโยชน์ ขึ้นมา อันนี้ก็เป็นอีก ๑ ปัจจัย ที่เราเห็นว่าท่านจะยืนด้วยลำแข้งของสถาบันของท่านเอง สถาบันวิจัยต้องไปได้ดีกว่าเดิมแน่นอนนะครับ

ต่อมาเป็นตัวอักษรที่ ๔ เรามีทั้งหมด ๕ ตัวอักษร ตัวที่ ๔ อ. เอท อยากที่จะ นำเสนอในวันนี้ คือคำว่า Tangible Tangible แปลว่าจับต้องได้ อันนี้สำคัญครับ เรามีการ ทำวิจัยหลากหลายครับ หลายสิบปีที่ทำมา ขึ้นหิ้งครับ ท่านก็มีข้อมูล อ. เอท ก็มีข้อมูลครับ กว่า ๕๔๐,๐๐๐ ฉบับ ทำแล้วทำอีก ก็ทำแค่ปัจจัยปัจเจกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มันยังคงไม่ได้ เอามาใช้งานอย่างจริงจัง ตรงนี้ละครับ ในจุดประสงค์ของท่าน ท่านเขียนชัดเจนว่าจะนำ เอาการวิจัยต่าง ๆ มาเสริมมาสร้าง มาสร้าง ไม่ใช่แค่คำว่า Product ไม่ใช่แค่ Productivity จะมาสร้างเรื่องของ Cost reduction ก็คือทำให้สินค้ามันมีเรื่องของการให้มันเกิด ประสิทธิภาพประสิทธิผล แล้วก็เอามาใช้ได้จริงเป็น Commercialize หรือการค้าขายเป็น สิ่งที่มหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นหวังว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำอยู่ในอนาคตอีกไม่กี่วันนี้ จะเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง ๆ นะครับ

เอาละครับ เราก็มาถึงเรื่องสุดท้ายตัวอักษรสุดท้ายแล้วนะครับ คือตัว R นะครับ TISTR R ในที่นี้มีหลายตัวครับที่ อ. เอท อยากจะใช้ไม่ว่าจะเป็น Report แต่ อ. เอท คิดน่าที่ จะเหมาะกับตัวนี้มากที่สุด เพราะท่านกำลังจะแปลงร่างกลายเป็นหน่วยงาน ๆ หนึ่งที่ต้องไป ลงทุนกับชาวบ้าน อ. เอท ก็เลยอยากจะใช้คำว่า Risk Management ซึ่งท่านเองก็ทำ อ. เอท เห็นอยู่แล้วว่าท่านทำ Risk Management หรือแปลเป็นไทยตรง ๆ ว่าการบริหาร ความเสี่ยง ซึ่ง อ. เอท ก็เคยเรียนมาบ้างเล็กน้อยในฐานะที่เราก็เป็นคุณครูในมหาวิทยาลัย Risk Management ก็จะมีหลักกการง่าย ๆ อยู่ประมาณสัก ๔ หลักการ อ. เอท ขอใช้ย่อ ๆ ว่า คือคำว่า เมิน โอน ลด เลิก เมินคืออะไรครับ ต้องทำ Assessment เป็นการประเมินโครงการทำ Net Present Value ซึ่งอันนี้ท่านเก่งอยู่แล้ว อ. เอท คงไม่ต้องพูดเยอะว่าโครงการนี้ มันสมทำไม่สมควรทำ ติดลบมากน้อยแค่ไหน อ. เอท ขอย้ำนะครับ เพราะท่านไม่ได้แค่ทำ Research แล้ว ท่านจะไปลงทุนไปทำกิจกรรมร่วมกับ ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจชุมชน SMEs ต่าง ๆ จะไปเสริมการให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นตามยุทธศาสตร์ชาติอะไรของท่าน อ. เอท ก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าตรงนี้การประเมินมันเป็นสิ่งที่สำคัญ ทุกโครงการที่ท่านจะร่วมเพราะ อ. เอท ไม่เห็นด้วยว่าท่านจะมีการจัดการอย่างไร กับเงินทุนของท่านที่ท่านได้มาต่าง ๆ นะครับ ก็ขอฝากท่านตรงนี้ด้วย เรื่องการประเมินนะครับ

ต่อมาคือการโอน เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงครับ ต้องโอนความเสี่ยงอาจจะต้องมีให้ ชาวบ้านเข้ามาดูแลไหม คำว่าชาวบ้านในที่นี้ก็คือ เรื่องของบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เพราะ บางอย่างบางโครงการอาจจะต้องมีความเสี่ยงให้คนอื่นรับช่วงต่อความเสี่ยงแทนเป็นการโอน ความเสี่ยงให้คนอื่นนะครับ หรือว่า ลด ครับ ลด ในที่นี้ก็คือ ลดเงินลงไม่จำเป็นต้อง Project บาง Project เอาเงินเต็มหน้าตักเข้าไปถูกหรือไม่ครับ หรือบาง Project ที่ทำให้ใครบางคนให้ เขาได้มีประโยชน์ อย่าทำไปเลยดีกว่าครับ ลดดีกว่านะครับ เพราะว่าสุดท้ายจุดประสงค์หลักของเราครับ องค์การมหาชนครับ ไม่ได้หวังผลกำไร แต่ท่านกำลังจะมีรายได้เข้ามา อย่างน้อยรายได้ท่าน ก็ควรที่จะไปกระจายให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนเขาได้รับด้วย ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่งนะครับ และตัวสุดท้าย ก็คือคำว่า เลิก เลิกในที่นี้ ก็คือหมายความว่าอย่างไร Project ไหนที่ท่าน คิดแล้ว ทำ Net Present Value คิดความคุ้มค่าของโครงการแล้วมันไม่ Work ก็เลิกทำครับ อย่าไปทำเลย เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันเสี่ยงจริง ๆ เพราะตอนนี้ ท่านกำลังที่จะแปลงตัวเอง กลายเป็นบุคคลหรือเป็นนิติบุคคลในการที่จะร่วมลงทุนกับบริษัทเอกชนต่าง ๆ ซึ่งอยากที่จะ ให้ท่านนำผลกำไรเข้ามาต่อยอดให้กับตัวท่านเอง เพราะท่านจะได้ไม่ต้องมาของบประมาณ ของพวกเรานะครับ

เอาละครับ สุดท้ายนี้ สถาบันวิจัยของท่านย่อว่า วว. อ. เอท ก็อยากที่จะบอกว่า อย่าทำให้พวกเราว้าวุ่นอีกต่อไปเลย ก็วิงวอนให้ท่านทำให้มันหวือหวาเพื่อประชาชนอย่าง แท้จริง ขอบพระคุณครับ Respect