อนุสรณ์ ยันเพิ่มมาตรการความปลอดภัยรถโดยสาร หลังอุบัติเหตุสลด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอให้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่ง โดยเฉพาะการตรวจสอบสภาพรถเก่าที่ดัดแปลง กำหนดอายุการใช้งานรถ ส่งเสริมรถพลังงานสะอาด และติดตั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างครบถ้วน รวมถึงผลักดันการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพคนขับ การรับผิดชอบของเจ้าของกิจการ การจัดทำแผนเผชิญเหตุ และการกำหนดแนวทางความปลอดภัยในการทัศนศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียซ้ำในอนาคต

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อโศกนาฏกรรมที่ไม่ควรเกิด และขอให้ กำลังใจกับครอบครัว ญาติมิตรผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ได้รับผลกระทบ แล้วก็ ขอให้กำลังใจไปยังรัฐบาล ไปยังนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ท่านได้เข้าถึงพื้นที่ เกิดเหตุได้ทันท่วงที ได้ทุ่มเททุกสรรพกำลัง ทั้ง ครม. เข้าไปถึงพื้นที่เกิดเหตุ แล้วก็ ฟื้นฟูเยียวยา ท่านประธานที่เคารพครับ อุบัติเหตุไม่ใช่เคราะห์กรรมแต่เราสามารถป้องกันได้ หากเราไม่ประมาทเลินเล่อ สิ่งที่จะเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงก็จะลดทอนลงไป ผมมีโจทย์อยู่ ๕ โจทย์ ที่จะชวนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพไปตอบโจทย์ และถอดสลักปัญหาคลี่ออกมาดูว่าโจทย์ทั้ง ๕ ข้อนั้น เราจะมีทางออกอย่างไร

โจทย์ที่ ๑ เรื่องของรถ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นตัวแปรสำคัญ ของการเกิด อุบัติเหตุในครั้งนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะยกระดับ หรือขันนอตกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เป็นไปได้อย่างไรครับ รถ ๕๔ ปี เอามาเวียนเทียนหมุนวนใช้ แล้วการจดแจ้งก็ไม่ถูกต้อง ไม่สอดรับกับสถานภาพรถในปัจจุบัน ในต่างประเทศไม่ต้องไปไกลครับ ญี่ปุ่น เกาหลี เขามีระบุระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี ไม่เกิน ๑๕ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำรถไปดัดแปลงสภาพ ไปติดก๊าซ ถ้าการติดตั้งก๊าซนั้นติดไม่ดี ไม่ตรวจสอบบำรุงรักษาตามสมรรถนะ เปรียบไปแล้ว ก็เหมือนกับการนำเอาลูกระเบิดมาผูกติดแล้ววิ่งไปพร้อม ๆ รถ เป็นได้หรือไม่ ถ้าเรายกระดับโดยการไม่ใช้รถที่อันตราย สันดาปที่ว่ามีปัญหาถ้าเราเปลี่ยนไปเป็นรถ EV หรือรถพลังงานสะอาดจะดีกว่าหรือไม่ เครื่องไม้เครื่องมือในการจะผ่อนหนักให้เป็นเบาในรถ อย่างน้อยต้องมี ๓ อย่างครับ ๑. ทางออกฉุกเฉินจะต้องเปิดได้ทั้งจากข้างในและจาก ข้างนอก ๒. ถังดับเพลิงต้องมีขนาดเล็ก มีขนาดกลาง ๓. ค้อนทุบกระจกต้องมีแล้ว สามารถใช้ได้ หน้าที่นั่งผู้โดยสารนั้นควรจะต้องมีเอกสารระบุและชี้พิกัดของการใช้เครื่องมือ เหล่านี้

โจทย์ที่ ๒ คนขับ วันนี้คนขับต้องยกระดับ ต้องมีทักษะ มีการตรวจสอบ สมรรถนะ ที่สำคัญครับยิ่งไปกว่ากฎหมายระบุก็คือคนขับต้องมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ต้องมีจิตสาธารณะรับผิดชอบ ต้องมีจิตวิญญาณเสียสละ กล้าปกป้องผู้โดยสารของตัวเอง แม้วินาทีสุดท้าย ความจริงทุกวิชาชีพครับสามารถมีจรรยาบรรณและคุณธรรมขั้นสูง ประจำวิชาชีพได้ ผมยกตัวอย่างคุณครูครับ ซึ่งต้องขออนุญาตที่จะสดุดีวีรกรรมของคุณครู ทั้ง ๓ ท่านที่ท่านกอดนักเรียนไว้ในอ้อมแขน ปกป้องชีวิตของลูกศิษย์ไว้จนกระทั่งวินาที สุดท้ายของชีวิต จิตวิญญาณเสียสละจะต้องเกิดขึ้นกับทุกวิชาชีพ และใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาส ในการสร้างบรรทัดฐานนี้ให้เกิดขึ้น

โจทย์ที่ ๓ เจ้าของกิจการต้องมีธรรมาภิบาล ไม่ใช่สักแต่ว่าเป็นรถก็เอาไปวิ่ง การประกวดราคา แข่งขันราคาต่ำสุดได้ไปอาจจะไม่เพียงพอครับ เจ้าของรถต้องเน้น การใส่มากกว่าการถอด ต้องเน้นการเพิ่มมากกว่าการลด ต้องมีสวัสดิการให้กับ พขร. หรือพนักงานขับรถ เป็นไปได้อย่างไรครับ ขณะเกิดเหตุพนักงานขับรถไม่ได้อยู่ใน Uniform เจ้าหน้าที่ประจำรถที่จะเป็น Bus Hostess ในการดูแล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในรถ ไม่มีครับ เราดูในคลิปที่มีคนแชร์ในโลก Social ก็พบว่า พขร. พยายามจะเข้าไปเปิดประตู ฉุกเฉินครับ แต่พอเปิดไม่ได้ก็กลายเป็นการหลบหนี สิ่งเหล่านี้เราต้องถึงเวลาต้องมา แก้ปัญหาร่วมกัน

โจทย์ที่ ๔ แผนเผชิญเหตุ ผมอภิปรายหลายเรื่องก่อนหน้านี้ครับว่า บางครั้งสังคมเราเหมือนจะอ่อนด้อยเรื่องของการซ้อม ขนาดเราขึ้นเครื่องบินเขายังบอกเลยครับ ว่าเครื่องบินแห่งนี้มีทางออกฉุกเฉินกี่ทาง ถ้าเกิดเหตุจะปฏิบัติ ๑ ๒ ๓ ๔ อย่างไร เราต้องซ้อมครับ ความจริงบริษัทขนส่งสาธารณะที่เป็นรถโดยสารก็เริ่มมีการปรับใช้ เป็นไปได้หรือไม่ที่แผนเผชิญเหตุเมื่อเกิดขึ้น ๑ ๒ ๓ ๔ เราจะทำอย่างไร กรณีเกิดเพลิงไหม้ ควันไฟลอยตัวขึ้นสูง ผู้ประสบเหตุต้องรู้ครับว่า เราจะต้องฝึกฝนและหมอบให้ต่ำ เพื่อหลบควัน ถ้าหากเสื้อถูกไฟไหม้ เครื่องแต่งกายถูกไฟไหม้ ต้องรีบถอดออก นี่เป็นปัจจัยพื้นฐาน ข้อมูลพื้นฐานที่เราต้องให้สังคมช่วยกันเรียนรู้ไปร่วมกัน

โจทย์ที่ ๕ ทัศนศึกษา ผมเห็นว่าทัศนศึกษาไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องมีคำอธิบาย ประกอบว่าใครต้องไปทัศนศึกษาบ้าง ใครต้องไป ใครไม่ต้องไป ไปแล้วไปกับใคร ไปอย่างไร คนดูแลเป็นครูพอหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ครู จะมีผู้ปกครองไปร่วมด้วย มีเจ้าหน้าที่ อปท. ซึ่งอยู่ ดูแลโรงเรียนสามารถไปร่วมด้วยในการดูแลได้หรือไม่ ลูก ๆ หลาน ๆ นั้นก็คือแก้วตาดวงใจ ของคนไทยทั้งประเทศ วันนี้เมื่อเกิดเหตุครับ เข้าใจดีไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เราสามารถ ร่วมกันป้องกันได้ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนนะครับว่า เพื่อนสมาชิกและสภาของเรานั้น ก็ใช้เวลาเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่คงไม่มีคำกล่าวใด ๆ ที่จะสามารถทดแทนความสูญเสีย ในครั้งนี้นอกจากการเปลี่ยนความกดดัน เปลี่ยนความเจ็บปวด เปลี่ยนความสูญเสีย เป็นพลังที่จะลุกขึ้นมาขับเคลื่อน เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย ร่วมกัน ขอบพระคุณครับ