สนอง เทพอักษรณรงค์ แสดงความเศร้าต่อเหตุนักเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัศนศึกษา และเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยของรถ เช่น การตรวจสอบสภาพรถ อายุการใช้งาน และอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมเสนอให้จำกัดการเดินทางไกลสำหรับนักเรียนประถม และปรับปรุงมาตรการเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ผมเชื่อแน่ได้ว่าคนไทยทั้งประเทศนั้นมีความรู้สึกอย่างเดียวกัน เศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับบุตรหลานของเราที่ประสบเคราะห์กรรม วันนี้สรุปยอดคนเสียชีวิต ๒๓ คน แล้วก็มีครูอีก ๒-๓ ท่านด้วยกัน เราเห็นภาพรถนำขบวนที่ลำเลียงผู้เสียชีวิต เพื่อกลับไป ยังภูมิลำเนานั้น เป็นภาพที่น่าสลดหดหู่หัวใจเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องขอชมเชยครับ เมื่อเกิดเหตุผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเราไม่ได้นิ่งดูดาย ได้ไปนั่ง ไปดูบัญชาการ โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้เข้าไปถึงที่เกิดเหตุเกือบจะทันที ได้บัญชาการ ในเรื่องของการจัดระเบียบต่าง ๆ ดูแลจนเสร็จเรียบร้อย จนกระทั่งส่งไปถึงโรงพยาบาล หลังจากนั้นเมื่อนักเรียนได้ช่วยออกมาแล้ว ท่าน พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ท่านรัฐมนตรี สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ไปอำนวย ความสะดวกให้กับลูกหลานที่รอดปลอดภัยนั้น ให้มีขวัญและกำลังใจ ให้ได้รับความสะดวก ในด้านการประสานในเรื่องต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปเยี่ยมถึงโรงพยาบาล
อีกภาพหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันของบุคคลที่รับผิดชอบ ต่อบ้านเมืองที่ได้รับการกล่าวขานถึงเมื่อเช้า ก็คือภาพที่ท่านอดีตรัฐมนตรีชาดา ไทยเศรษฐ์ ต้องนั่งกุมขมับ กุมศีรษะอยู่ที่บันไดโรงพยาบาล ทุกคนนั้นล้วนเป็นบุคคลที่มีส่วนที่จะ รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย หรือเปล่า ไม่ใช่ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายครั้ง
ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๗ เกิดอุบัติเหตุรถทัศนศึกษา ชนกับรถหลายคันที่ถนนบางขัน หนองเสือ ปทุมธานี มีผู้บาดเจ็บ ๒๕ คน ครู นักเรียน จากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยคนขับออกมาจากรถ
วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๗ รถบัสทัศนศึกษาชนกับรถบรรทุกอ้อยบนถนน สายสีคิ้ว-ชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา ขณะเดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต ๑ คน และบาดเจ็บถึง ๔๗ คน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ
๒๖ มีนาคม เกิดรถบัสทัศนศึกษาเบรกแตก นำคณะครูนักเรียนไป ทัศนศึกษาที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ รถบัสถอยลงเนิน ๓๐๐ เมตรก่อนชนกับ รถกระบะ ที่เกาะกลางถนนมีผู้บาดเจ็บ ๕ ราย
รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลด เหตุการณ์เช่นนี้ ที่ผมนำมาเรียนท่านประธานได้รับทราบ ก็เพื่อจะได้ลำดับเหตุการณ์ให้เห็นว่าเหตุการณ์ เช่นนี้มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราไม่เคยเอาเหตุที่เกิดนั้นขึ้นมาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหา เลยครับ ถามว่าเหตุที่มันเกิดได้นี่เกิดเพราะอะไร เราต้องยอมรับส่วนหนึ่งเกิดจาก ความหย่อนยานของการบังคับใช้กฎหมาย ผมแยกออกเป็นอย่างนี้ครับ อันดับแรก ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ก็คือกรมการขนส่งทางบก กระทรวง คมนาคมท่านได้มีการตรวจสอบ ตรวจสภาพรถของแต่ละปีนั้นได้เคร่งครัดเพียงไร การติดตั้งก๊าซเวลานี้ถ้าเป็นบริษัทที่ติดตั้งได้มาตรฐานจริง ๆ ก็ใช้ค่าใช้จ่ายสูงหน่อย เพราะฉะนั้นบริษัทที่ค่อนข้างอยากจะหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายก็ไปติดบริษัทที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานนัก แต่ก็ผ่านการตรวจจากกรมการขนส่งทางบกอย่างนี้เป็นต้น
ประการต่อมาครับ ประเทศไทยของเราไม่เคยมีวางมาตรการในการใช้บังคับ ในการใช้ยานพาหนะ วันนี้ควรจะถึงเวลาหรือยังที่เราจะกำหนดระยะเวลาของการ ใช้ยานพาหนะให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากว่าเป็นรถโดยสารที่จะต้องบรรทุกรับผิดชอบ ต่อผู้โดยสารมาก ๆ ควรจะมีอายุการใช้งานสักกี่ปี เหมือนประเทศญี่ปุ่นเขามีกำหนดการ ที่แน่นอนครับ ใช้ ๑๐ ปี ใช้ ๑๕ ปี ต้องปลดระวาง แต่รถคันนี้ใช้มา ๕๐ กว่าปี ยังใช้อยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้น่าจะถึงเวลาหรือยังที่เราจะวางมาตรการในเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น
ประการต่อมา กระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการกำหนดให้เด็กนักเรียน ไปทัศนศึกษาดูงานเป็นสิ่งที่ดีครับ เปิดโลกทัศน์ให้เด็กของเรามีความรอบรู้ที่กว้างขวาง แต่ควรจะมีกำหนดกฎเกณฑ์หรือไม่ ถ้าเด็กระดับประถมยังตัวเล็กอยู่ ยังช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้ ผมไม่เห็นสมควรว่าจะต้องอนุมัติให้ไปเดินทางไกล ไปดูงานต่างจังหวัด ด้วยระยะทางไกล ๆ อย่างจากอุทัยธานีมาถึงกรุงเทพมหานคร มาถึงพระนครศรีอยุธยา อย่างนี้เป็นต้น ถ้าหากว่าจะดูงานก็ภายในจังหวัดก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นเด็กมัธยมศึกษา ๑๕ ปี ๑๖ ปีขึ้นไปสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง อย่างนั้นไม่ว่าครับ ก็น่าจะจัดให้ไปดูงานได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปปรับปรุงแก้ไขขอให้ อุบัติเหตุเช่นนี้ มันเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายสำหรับลูกหลานนักเรียนของเรา ผมไม่อยากเห็นพ่อแม่ คนไหนต้องสูญเสียลูก ต้องสูญเสียสายเลือดในอกของตัวเองไปเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้ ขอบพระคุณมากครับ