ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ อภิปรายแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ไฟไหม้รถทัศนศึกษา และเสนอให้ทบทวนมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยชี้ให้เห็นประโยชน์ของการทัศนศึกษาต่อการพัฒนาเด็กควบคู่ไปกับความจำเป็นในการวางแผนและการป้องกันอุบัติเหตุ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของรถทัวร์ โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสภาพ ยาง เบรก ระบบ GPS และเข็มขัดนิรภัย รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานขับอย่างเพียงพอ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ หารือเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการจัดทัศนศึกษาเด็กอนุบาล โดยเสนอให้มีอัตราส่วนครูต่อเด็กที่เหมาะสม พร้อมยกตัวอย่างมาตรการจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาแนวทางของไทย
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทนเขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชน ผมขอแสดง ความเสียใจกับครอบครัวคุณครู แล้วก็นักเรียนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้รถทัศนศึกษา ด้วยนะครับ ขอให้ผู้บาดเจ็บหายจากการบาดเจ็บโดยไวนะครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เราต้องมาทบทวนเรื่องการทัศนศึกษาของเด็กอนุบาลและประถมอย่างละเอียด ถี่ถ้วนมากขึ้นนะครับ การทัศนศึกษานั้นเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีประโยชน์ ในการส่งเสริม การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก แต่การจัดการทัศนศึกษาจำเป็นต้องมีการวางแผน ที่รัดกุมครับ และมาตรการความปลอดภัยอย่างครบถ้วน ผมจะขอแบ่งการอภิปรายออกเป็น ๒ หัวข้อ ๒ ส่วนสำคัญ ได้แก่ ประโยชน์ของการทัศนศึกษาและมาตรการความปลอดภัย ที่ต้องมี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ในเรื่องประโยชน์ของการ ทัศนศึกษา เราก็ทราบกันดีว่าการทัศนศึกษาช่วยสร้างพัฒนาการที่หลากหลายให้กับเด็ก ทั้งด้านการเรียนรู้ การเข้าสังคมและการพัฒนาทักษะชีวิตนอกห้องเรียน การที่เด็กได้สัมผัส กับโลกภายนอก ได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในตำราเรียน ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้แบบบูรณาการให้กับพวกเขา เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ผ่านการเห็น การสัมผัสและการทำจริง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น การไปทัศนศึกษา ที่สวนสัตว์ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องของสัตว์ สัตว์ที่พวกเขาอาจจะเคยเห็นแค่ในหนังสือ ได้เห็นการใช้ชีวิตของสัตว์ และได้รู้จักความหลากหลายทางชีวภาพ หรือการไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เด็กได้เห็นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของบ้านเมือง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ช่วยเสริมสร้างทักษะ เสริมสร้างการเรียนรู้ การคิดการวิเคราะห์ให้กับเด็กตั้งแต่วัยเยาว์ นอกจากนี้การทัศนศึกษายังช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะ การเข้าสังคมและการสื่อสาร เพราะเด็กจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและผู้ใหญ่ การเรียนรู้ปฏิบัติตัวในที่สาธารณะ และเรียนรู้การเคารพกฎระเบียบต่าง ๆ ในสังคม และเรียนรู้การเคารพกฎระเบียบต่าง ๆ ในสังคม ทักษะเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญ ให้กับพวกเขาต่อการพัฒนาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ส่วนมาตรการ ความปลอดภัยในการทัศนศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก ๆ การพาเด็กออกไปทัศนศึกษา มีความเสี่ยงสูงในตัวมันอยู่แล้ว โดยเฉพาะในกรณีที่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไกล เช่น การเดินทางโดยรถทัวร์ การที่เราจะให้เด็กออกไปทัศนศึกษา เราจำเป็นต้องมีมาตรการ ความปลอดภัยที่เหมาะสมและครอบคลุมทุกด้านนะครับ
ประการแรก เราต้องมั่นใจว่ารถทัวร์ที่ใช้ในการเดินทางอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย มีการตรวจสอบก่อนใช้งาน ทั้งสภาพยาง เบรกและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ รวมถึง การมีเข็มขัดนิรภัยในทุก ๆ ที่นั่ง ระบบ GPS เพื่อติดตามการเดินทางตลอดเวลา นอกจากนี้ พนักงานขับควรผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการขับขี่และมีประสบการณ์ที่เพียงพอ
ประการต่อมา การมีครูหรือผู้ดูแลที่เพียงพอต่อจำนวนเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรมีครูหรือผู้ดูแลอย่างน้อย ๑ คนต่อเด็กประมาณ ๕-๗ คน เพื่อให้สามารถดูแลเด็กได้ทั่วถึง ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่อยู่บนรถ หรือระหว่างทำกิจกรรมที่จุดหมายปลายทาง นอกจากนี้การเตรียมแผนฉุกเฉินและติดต่อสื่อสารก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ครูหรือผู้ดูแล ควรได้รับการฝึกฝน ในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และควรมีช่องทางในการติดต่อกับผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ในการจัดทัศนศึกษาของเด็กอนุบาล ประเทศต่าง ๆ มีมาตรฐานความปลอดภัยที่เคร่งครัดมาก และรอบคอบ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเด็กเล็ก ผมขอยกตัวอย่าง มาตรฐานความปลอดภัยในต่างประเทศ เพื่อพัฒนามาตรฐาน มาตรการของประเทศไทย ประเทศสหรัฐอเมริกา สมาคมการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ กำหนดให้ครูหรือผู้ดูแลอย่างน้อย ๑ คนต่อเด็ก ๖-๘ คน ในกลุ่มอายุ ๓-๕ ปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีการดูแลอย่างทั่วถึงในระหว่าง การทัศนศึกษา ครูหรือผู้จัดทัศนศึกษาต้องทำการประเมินความเสี่ยงของสถานที่ที่จะไป ล่วงหน้าเลย เพื่อดูว่าอาจจะเกิดความเสี่ยงใดบ้าง เช่น อุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือสถานที่ ที่มีคนพลุกพล่าน เด็กทุกคนจะต้องมีเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารรถ และต้องมีการจัดเตรียม อุปกรณ์สำหรับปฐมพยาบาลพื้นฐาน เช่น ยารักษาโรคประจำตัว หรือชุดพยาบาลที่เหมาะสม ที่ประเทศอังกฤษระบุว่า ผู้จัดทัศนศึกษาต้องไปสำรวจสถานที่จริงล่วงหน้าและตรวจสอบ ความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ เป็นการประเมินสถานที่ เพื่อป้องกันการหลงทาง อุบัติเหตุ ที่เกิดจากน้ำ อุบัติเหตุที่เกิดจากการตกจากที่สูง หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รถบัส หรือรถที่ใช้สำหรับเด็กต้องได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและพนักงานขับรถ ต้องผ่านการอบรมในเรื่องการขับขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่มีเด็กโดยสารและ ยังมีแผนรับมือฉุกเฉินอีก เช่น การฝึกซ้อมหนีไฟ หรืออุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง โดยครูจะต้องรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรู้วิธีติดต่อหน่วยงานที่เหลือ ที่ออสเตรเลีย หากจัดกิจกรรมทัศนศึกษาต้องมีใบอนุญาตการจัดทัศนศึกษา และต้องได้รับการอนุมัติ จากท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่ามีการวางแผนและการจัดการเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญเกี่ยวกับการฝึกซ้อมก่อนการทัศนศึกษา เขามีการฝึกซ้อมวิธีการรับมือ กับสถานการณ์ฉุกเฉิน การรวมกลุ่มของเด็กในกรณีฉุกเฉินและการสอนให้ปฏิบัติตน ตามคำแนะนำของครู หรือผู้ดูแล ญี่ปุ่นมีกฎบังคับให้โรงเรียนต้องตรวจสอบสถานที่ ที่จะไปเยือนอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจสอบอุปกรณ์ หรือสิ่งก่อสร้างที่อาจจะทำให้ เกิดอันตราย มาตรฐานจากต่างประเทศที่ได้กล่าวมาเหล่านี้ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ การดูแลความปลอดภัยอย่างรอบคอบ เมื่อพาเด็กอนุบาลออกไปทัศนศึกษา ไม่ว่าจะเป็น การเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัย การประเมินสถานที่ล่วงหน้า การฝึกฝน การรับมือ สถานการณ์ฉุกเฉิน การใช้เทคโนโลยีติดตามเด็ก ซึ่งผมเชื่อว่าประเทศไทยเองก็สามารถ นำมาตรฐานเหล่านี้มาปรับใช้ เพื่อให้เกิดการทัศนศึกษาที่มีความปลอดภัยและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายแล้วครับ ข้อมูลเหล่านี้หากนำไปพิจารณาและเข้าสู่กระบวนการ ปฏิบัติได้จริง จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง เราต้องให้ ความสำคัญกับการจัดการความปลอดภัยอย่างรอบคอบ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน โดยปราศจากความเสี่ยงใด ๆ ผมเชื่อว่าหากเราวางแผนและจัดการอย่างเหมาะสมแล้วนั้น การทัศนศึกษาจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการและสร้างความทรงจำดี ๆ ให้กับเด็ก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพวกเขา และเป็นการพัฒนาประเทศชาติ ในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ