นพดล ปัทมะ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุที่คร่าชีวิตนักเรียน พร้อมตั้งคำถามถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นซ้ำในประเทศและข้อบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ เขาเสนอแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืนด้วยมาตรการแบบระบบและต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริงด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเท่าเทียม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับรถยนต์สาธารณะ การตรวจสอบสภาพรถและอายุการใช้งานยางล้ออย่างเข้มงวด การติดตั้งอุปกรณ์จำกัดความเร็ว และการเพิ่มความรับผิดทางอาญาสำหรับผู้ขับขี่ที่ประมาท รวมทั้งย้ำว่าทัศนศึกษาเป็นโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งไม่ควรห้ามหากสามารถควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้อง ๆ นักเรียน แล้วก็ผู้ปกครอง รวมทั้งคุณครูที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทุกคนไปสู่สุคติ ท่านประธานที่เคารพครับ มันมีคำถาม ที่เกิดขึ้นในใจพวกเราอยู่ตลอดเวลาว่า ทำไมเหตุการณ์อุบัติเหตุที่มีคนตายจำนวนมาก ในประเทศไทยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แล้วทำไมประเทศไทยติดลำดับ โลกในการที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเสียหายติดลำดับโลกที่จัดโดยองค์การอนามัยโลก อย่างต่อเนื่อง ความเสียหายจนถึงปัจจุบันเมื่อปี ๒๕๖๔ บาดเจ็บ เสียชีวิต แล้วก็พิการ เสียชีวิตเสียหาย ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บาดเจ็บเสียหายไปประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็พิการเสียหายไปประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือตัวเลขเมื่อปี ๒๕๖๔ ถ้าคำนึงถึงปี ๒๕๖๗ น่าจะมากกว่านี้ ท่านประธานครับ คนตายปีละ ๒๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่เรื่อง ธรรมดาเป็นเรื่องที่เราต้องจัดการ ทีนี้ผมพยายามนั่งคิดในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย ว่าเหตุผล หรือสาเหตุหลักในการที่เกิดอุบัติเหตุในประเทศไทย ผมคิดว่าสาเหตุหลักมาจาก การย่อหย่อนในการบังคับใช้กฎหมาย ประเทศเราเป็นประเทศที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัด เขาเรียกว่า Law Enforcement ของประเทศไทยมีปัญหา ดังนั้น เราถึงเวลา แล้วครับที่เราจำเป็นจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ถ้าท่านประธานนั่งรถไป เรามีกฎหมายบังคับให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย ตอนนี้เราจะเห็นเต็มไปหมด ที่คนไม่สวมหมวกกันน็อค ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แล้วก็มีภาวะเขาเรียกว่าสมองไหลกลางถนน อยู่บ่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า มาดูวิธีการแก้ไขปัญหา ผมคิดว่าพอเสียที ที่ประเทศไทย จะเป็นสังคมแห่งไฟไหม้ฟาง เราต้องยุติประเทศไทยที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้วก็ลืมกันไป ผมเสนอ ๓ S ครับ ท่านประธานครับ ๓ S นี้ไม่ใช่ตัว สั่ว ซ้ำ ซาก แต่แปลว่า Sustainable Systemic Solution จะต้องแก้ไข Sustainable คือต้องยั่งยืน Systemic ก็คือต้องเป็น ระบบ แล้วก็มีการแก้ไขที่ยั่งยืน มีวิธีการมาตรการการแก้ไข เพราะฉะนั้นผมจึงเสนออย่างนี้ ครับ เราเสียใจอย่างสุดซึ้งเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องมุ่งมั่นอย่างสูงสุดที่จะแก้ไขปัญหา มิฉะนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นซ้ำซาก ข้อเสนอผมมีอยู่ ๗ ข้อ
ประเด็นแรก ได้เวลาที่เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง ไม่ใช่นิติรัฐแต่ปาก การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมสอดคล้องกับหลักนิติธรรม ต้องทำให้เกิด โดยเฉพาะบริบทของการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อวานนี้บอกว่าจดทะเบียนเป็น รถก๊าซ ใช้ก๊าซแต่พอไปเอาประกันเป็นรถที่สันดาปภายใน ไม่ใช่รถก๊าซ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร อันนี้แสดงว่าการบังคับใช้กฎหมายเรายังไม่เคร่งครัด การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จะช่วยแก้ไขปัญหาต้นเหตุได้ค่อนข้างเยอะครับท่านประธานที่เคารพครับ อันนั้นเป็น ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน เราต้องเปลี่ยนไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ เราต้องเปลี่ยน กระบวนทัศน์ หรือ Mindset ของสังคมไทยใหม่ว่า ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเยอรมนี ประเทศสิงคโปร์ที่เขาเจริญแล้ว ไม่ใช่ว่าคุณภาพคนเขาดีกว่าเราอย่างเดียว เพราะมีสิ่ง เหมือนกันคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดครับ ผมจำคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งซึ่งผมเคารพรัก ท่านบอกว่าผมอาจจะไม่สามารถทำให้คนไทยร่ำรวยเท่ากันทุกคนได้ แต่ต้องทำให้กฎหมาย หรือคนไทยอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งอันนั้นก็เป็นเรื่อง ที่ควรจะต้องทำต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าเราต้องสร้างมาตรฐานของรถยนต์สาธารณะใหม่ อันนี้สร้างมาตรฐาน เมื่อสักครู่บังคับใช้กฎหมาย ข้อ ๒ คือสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อนสมาชิก หลายคนอภิปรายได้ดีมากครับ รถบัสควรจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร มีค้อน มีถังดับเพลิง มีประตูที่เปิดได้ง่าย มีอุปกรณ์เตือนภัย ซึ่งเป็นในรายละเอียด ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็ต้อง ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีสุริยะ ซึ่งท่านก็ได้มีมติที่จะเยียวยาและขณะเดียวกันจะมีมาตรการ ภายใน ๖ เดือน แต่อาจจะเร็วกว่านั้นก็ดีครับ มีมาตรฐานใหม่ในการดูแลรถยนต์สาธารณะ อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๒ โดยเฉพาะประเด็นอะไรครับ เมื่อวานที่เกิดอุบัติเหตุ เข้าใจว่า ยางแตกครับ แล้วรถไปแฉลบกับ Barrier แล้วมีประกายไฟ แล้วก็ระเบิด นั่นคืออะไรครับ มันบ่งบอกว่ายางคือตัวที่แบกรับภาระของรถยนต์มากที่สุด ผมสันนิษฐานว่ายางอาจจะหมดอายุ รถยนต์ปกติท่านประธานใช้รถ Sedan ปกติ หรือรถตู้ ๒ ปี หรือ ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร จะต้องเปลี่ยน ผมเข้มงวดเลยครับ อาจจะต้องเสียเงินหน่อยผมก็ต้องเปลี่ยน เพราะว่า ความปลอดภัย อันนั้นเป็นเรื่องที่รถยนต์สาธารณะเกิน ๒ ปี เกิน ๕๐,๐๐๐ แล้วแต่อย่างใด จะถึงก่อนไม่ได้ครับ จะต้องเข้มงวดครับ คุณไม่มีที่สิทธิเอาความบกพร่องของคุณไปทำร้าย ชีวิตของคนอื่น อันนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูแล ผมพูดถึงการสร้างมาตรฐานรถยนต์ สาธารณะแล้ว
ประเด็นที่ ๓ การตรวจสภาพท่านประธานที่เคารพ การตรวจสภาพต้อง เอาจริงเอาจังครับ ลูบหน้าปะจมูกไม่ได้ครับ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรที่ไปจดทะเบียนเป็นรถ ใช้ก๊าซ แต่ไปพอไปเอาประกันเป็นรถยนต์ที่ไม่ใช่รถก๊าซ อันนี้มันเป็นสันดาปภายใน ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดสำหรับผมนะครับ เรื่องนี้ก็ถือว่าการตรวจสภาพไม่ผ่าน มาตรฐานไม่ดี ซึ่งผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่บอกว่าตรวจทุก ๓ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือน กระทรวงคมนาคมก็คงต้องไปตรวจดูครับว่า อันไหนที่เหมาะสมไม่เป็นภาระ ต่อเอกชนมากจนเกินไป
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียกร้อง ซึ่งท่านรัฐมนตรีสุริยะ ท่านเป็นคนที่ Active กระทรวงคมนาคม หรือกรมการขนส่งทางบกจะต้องเรียกรถยนต์ ที่เป็นรถยนต์สาธารณะขนาดใหญ่ รถตู้ รถบรรทุก เอกซเรย์ทั้งประเทศทันที ไม่รอ ทันที คันใดที่ไม่ผ่านมาตรฐานคุณต้องไม่วิ่งครับ คันใดที่ไม่ผ่านมาตรฐานต้องไม่ให้วิ่ง คุณต้องจอด อย่างเดียว คุณต้องไปปรับปรุงแก้ไขรถยนต์ให้ดีก่อน
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเห็นไหมครับ เวลารถยนต์ที่จอดตามสี่แยก และมีรถสิบล้อเบรกแตก บอกว่าขอประทานโทษครับ เบรกผมแตก ระเนระนาดเลยรถยนต์ ถูกชน คุณไม่มีข้ออ้างอีกต่อไปครับ เบรกแตกคุณต้องรับผิดชอบประเด็นที่ ๕ คือเรื่องของ การติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็ว ใน EU รถยนต์ขนาดใหญ่ รถบัสขนาดใหญ่ต้องติดตั้ง เครื่องจำกัดความเร็ว แม้คุณต้องการวิ่งเกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณวิ่งไม่ได้คุณเหยียบ ก็เหยียบไปครับ แต่วิ่งได้ ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอันนี้ EU เขาทำแล้ว
ประเด็นที่ ๖ ข้อหาข้อหนึ่งของคนที่ขับรถสาธารณะ แล้วทำให้คนตาย ขนาดหนัก คือมาตรา ๒๙๑ ประมวลกฎหมายอาญา คือทำให้คนตายโดยประมาท จำคุก ไม่เกิน ๑๐ ปี ซึ่งผมมาคิดอีกทีหนึ่ง คนที่มีหน้าที่ในการควบคุมยานพาหนะรถยนต์สาธารณะ มันควรจะต้องมีความรับผิดชอบทางกฎหมายมากกว่านี้หรือเปล่า ผมคิดว่า ๑๐ ปีอาจจะ ไม่ไม่ใช่กรณีทั่วไป เพราะฉะนั้นอาจจะต้องมีความผิดพิเศษสำหรับบุคคลที่ประมาทเลินเล่อ ควบคุมรถสาธารณะแล้วทำให้คนตายขนาดใหญ่
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ เราต้องตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้ได้ TDRI ตั้งเป้าไว้ครับ ปี ๒๕๖๖ ตั้งเป้าไว้ ๒๑ คน แต่ตายไป ๒๗ คน เราตั้งเป้าว่าไว้ต่อ ประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เราตั้งเป้าไว้ว่าปี ๒๕๗๐ จะตาย ๑๒ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งผมคิดว่าเราต้องดึงเป้าหมายเข้ามาให้เร็วที่สุด
สุดท้ายนี้ท่านประธานที่เคารพครับประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเกิดอุบัติเหตุสูงสุด นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนมาตายในประเทศไทย เพราะความประมาทเลินเล่อ ดังนั้น ผมอยากจะให้กำลังใจรัฐบาล ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปเยี่ยมคนที่โรงพยาบาล และชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่เอาจริง เรื่องของมาตรฐาน ความปลอดภัย
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายคือทัศนศึกษา ท่านประธานครับ ผมเพิ่งเซ็นให้ลูกไป ทัศนศึกษาเขาใหญ่อีกไม่นาน ผมคิดว่าทัศนศึกษาไม่ได้ทำให้คนตายครับ ทัศนศึกษาเป็น โอกาสที่เด็กแสวงหาความรู้ ถ้าเราดูแลมาตรฐานรถยนต์ได้ ไปได้ครับ เราไม่ห้ามคนใช้ไฟฟ้า ถ้าเกิดไฟไปดูดคนตายครับท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ