สกล สุนทรวาณิชย์กิจ แสดงความเสียใจต่อเหตุรถบัสไฟไหม้ที่อุทัยธานี และเสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าพื้นที่ได้รวดเร็ว ทั้งการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการมุงดูและลดอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของความปลอดภัยในการทัศนศึกษา โดยเรียกร้องให้เลือกยานพาหนะที่เหมาะสมและพัฒนาโครงข่ายคมนาคมสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างนโยบายพลังงานที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรค ประชาชนครับ ต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรมอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกนักเรียนและครู โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามจากจังหวัดอุทัยธานี เบรกแตกชน Barrier แล้วเกิดไฟลุกไหม้ เมื่อวานนะครับ ผมก็ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้สูญเสียและครอบครัวผู้สูญเสีย ทุกคน ขอให้ดวงวิญญาณของผู้สูญเสียไปสู่ภพภูมิที่ดีและเป็นกำลังใจให้ครอบครัว บุคลากร ในโรงเรียนและคนรอบข้าง กลับมามีกำลังใจที่เข้มแข็งอีกครั้งนะครับ
ในฐานะ สส. ปทุมธานี พื้นที่ข้างเคียงจุดที่เกิดเหตุ ผมและทีมงานเอง ก็ได้เข้าไปในพื้นที่รอบนอกจุดเกิดเหตุ คอยแจ้งข่าวสารการจราจรแก่พี่น้องประชาชน รอบข้าง ผมได้เห็นพี่ ๆ อาสาสมัครกู้ภัย เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำงานกัน อย่างเต็มที่ ก็ขอขอบคุณพวกท่านทุกคนที่เป็นความหวังในยามฉุกเฉินของประชาชนทุกคน และขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ ท่านอย่างมากครับ สิ่งที่ผมได้เห็นจากพื้นที่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ อีกบทเรียนหนึ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือการอำนวยการให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย รถโรงพยาบาล และรถดับเพลิง สามารถเข้าระงับเหตุในพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุดครับ
ท่านประธานครับ สำหรับเหตุฉุกเฉินการเข้าช่วยเหลือเหตุการณ์ภัยพิบัติ แม้ช้าลงเพียง ๑ วินาที หรือ ๑ นาทีก็สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน อาจจะ ลุกลามไปเป็นจำนวนมากจนควบคุมไม่ทันครับ ผมจึงมี Idea ข้อเสนอที่เป็นมาตรการ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลเอาไปพิจารณาในการอำนวยความสะดวก ในการเข้าถึงพื้นที่อย่าง รวดเร็วของเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรับมืออุบัติเหตุในอนาคต ดังนี้
๑. การแจ้งเตือนประชาชนรอบข้าง เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ให้รถเติมเข้ามาเพิ่ม และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ โดยเร็วที่สุด ซึ่งสภาพการณ์จริงเมื่อเกิดอุบัติเหตุเมื่อวาน คือ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์แล้ว ยังมีรถยนต์ของประชาชนที่ไม่ทราบเหตุการณ์ ก็ทยอยเติมเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องครับ ในขณะที่รถของกู้ภัย ดับเพลิงและรถพยาบาล ต้องเร่งเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุที่เกิดขึ้น โดยเร็วที่สุด แต่ก็ติดรถยนต์ของประชาชนข้างหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และไม่ทราบ ข่าวสาร ทำให้เข้าถึงพื้นที่ได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นครับ ดังนั้น เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว หัวหน้าบังคับบัญชาเหตุการณ์ ควรสั่งให้มีการแจ้งเหตุให้ประชาชนรู้ในรัศมีวงกว้าง ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ทันที ชัดเจนและต่อเนื่อง ในทางออนไลน์ผมขออนุญาต ทวงเรื่อง Cell Broadcast อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยอภิปรายไปแล้ว และขอเสนอ ให้นำกลับมาใช้โดยเร็ว หากเรามีการแจ้งเตือนเหตุทาง Cell Broadcast ก็จะยิงตรง แจ้งเตือนเหตุเข้าไปทางมือถือของประชาชนในรัศมีใกล้เคียง ข้างเคียง ให้รู้ถึงเส้นทาง ที่ควรหลีกเลี่ยงและคอยแจ้งเตือน Update ทุก ๆ กี่นาทีก็ว่าไปครับ สำหรับในทางออฟไลน์ มีทั้งเรื่องเสียงและการมองเห็น
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เจ้าหน้าที่ควรมีเครื่องขยายเสียง เพื่อพูดบอกให้รถยนต์ในบริเวณทราบว่า เกิดอะไรขึ้นต้องขับไปทางเส้นทางไหนนะครับ ส่วนเรื่องการมองเห็น ผมเสนอว่าเราสามารถทำป้ายภาพเป่าลมเหมือนในโฆษณา คอนโดมิเนียม ขออนุญาตยกตัวอย่าง เผื่อจะได้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมคิดว่าเราสามารถเอาแบบ ป้ายผ้าร่ม เป่าลม หรือบอลลูน หรือใช้ Drone ที่บินชูป้ายผ้าขึ้นไปได้ แล้วก็เขียนข้อความ ตัวใหญ่ ๆ สีชัด ๆ ให้เห็นได้จากระยะไกล แล้วส่งข้อความขึ้นไปสูง ๆ เพื่อให้คนที่อยู่ห่างไป หลายกิโลเมตร เห็นมาแต่ไกลว่าให้หลบเลี่ยงเส้นทางนี้ ซึ่งเครื่องเป่าลมก็ดี หรือแบตเตอรี่ไฟฟ้า และป้ายผ้าร่มเหล่านั้น น่าจะมีขนาดพอที่จะพกพาขึ้นหลังกระบะเล็กของกู้ภัยได้ หรืออีก Idea หนึ่งก็คือออกแบบหลอดไฟพิเศษบนถนนให้สว่างเป็นสีแดง เป็นต้น เมื่อมีคำสั่งแจ้งเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ ในเสาต้นที่ใกล้เคียงบริเวณที่เกิดเหตุและประชาสัมพันธ์ มาตรการเช่นนี้ ให้คนทั้งประเทศได้รู้ เพื่อให้เข้าใจตรงกันและหลบเลี่ยงเส้นทาง หากเกิดเหตุ ในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต เวลาที่เขาเห็นไฟสีแดงอย่างนี้เป็นต้นนะครับ
๒. การสร้างจิตสำนึกในการหลบทางให้รถกู้ภัย แม้กระทั่งเหตุการณ์เมื่อวาน ขณะที่รถติดอย่างมาก มีรถกู้ภัยส่งสัญญาณขอทางมาจากข้างหลังแต่ไกลครับ แต่ก็มีรถที่ ทั้งเลี้ยวหลบล่วงหน้าแต่ไกล กับรถที่ต้องรอให้รถกู้ภัยไปจ่ออยู่ใกล้ ๆ แล้วถึงจะ หลบทางให้นะครับ ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหาข้อตกลงร่วมกันและสร้างจิตสำนึก ให้หลบทางให้รถฉุกเฉินไปก่อนนะครับ
๓. รณรงค์ไม่ให้มุง หรือหยุดชะลอดูเหตุการณ์ ทำให้รถติดและเป็นอุปสรรค ในการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยครับ เราควรมีกำแพงมาติดตั้งกันไม่ให้คนนอกเข้ามาเห็น แล้วอยากชะลอดู เพื่อให้การดำเนินการกู้ภัยโดยรอบได้สะดวกอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ประเด็นที่ ๒ ส่วนตัวผมมองว่าการไปทัศนศึกษาไม่ใช่เป็นประเด็นว่า ควรยกเลิกหรือมีต่อไป แต่ประเด็นที่สำคัญคือยานพาหนะที่พาเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษาต่างหาก ที่ควรพิจารณา โดยจะขอยกตัวอย่างสมัยที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ผมเห็นครู พาเด็ก ๆ ประถมตัวเล็ก ๆ ไปทัศนศึกษามีทั้งเดิน รถบัส รถไฟ จนกระทั่งพานั่ง Shinkansen ก็มีครับ นั่นคือการเดินทางที่ปลอดภัย และมีตัวเลือกหลากหลายที่เป็นหัวใจสำคัญของ ประเด็นนี้ จึงขอยกตัวอย่างแผนที่รถไฟขนส่งในประเทศญี่ปุ่นมาให้ดู
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ถ้าเราดูแผนที่โครงข่ายของรถไฟ ประเทศญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่า มีระบบรถไฟขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้เกือบทุกพื้นที่ มีทั้งรถไฟ ปกติและรถไฟความเร็วสูง Shinkansen เชื่อมต่อจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ทำให้ประชาชนเดินทางในชีวิตประจำวันได้ หรือครูเองก็จะพาหมู่คณะทัศนศึกษานอกสถานที่ ก็ได้ ในขณะที่ประเทศไทยแม้ว่าจะมีรถไฟอยู่ แต่ก็ยังไม่เข้าถึงทุกจังหวัด จังหวัดที่ผ่าน ก็ยังมีจำกัดนะครับ ผ่านจำกัดอำเภอแล้วก็ยังไม่เข้าถึงในหลายพื้นที่ สภาพแวดล้อมขนส่ง ก็อาจจะไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร และใช้เวลาเดินทางนาน ทำให้ไม่เหมาะในการวางแผนทัศนศึกษา ในเวลาจำกัด อย่างในเคสนี้ที่น้อง ๆ มาจากจังหวัดอุทัยธานีดูจากแผนที่ก็จะเห็นว่ายังไม่มี สถานีรถไฟเลยด้วยซ้ำนะครับ ใกล้สุดก็เป็นนครสวรรค์ ทำให้ไม่มีทางเลือก โรงเรียน ส่วนใหญ่จึงต้องเช่ารถทัวร์จากบริษัทเอกชน ในการพาเด็กเดินทางไปต่างจังหวัดไกล ๆ แน่นอนว่าการใช้บริการรถบัส รถทัวร์มีความเป็นส่วนตัว ครูดูแลได้อย่างทั่วถึง แต่ปฏิเสธ ไม่ได้ครับ การใช้รถทัวร์เองก็มาพร้อมความเสี่ยง หากมาตรฐานความปลอดภัยไม่ได้รับ การควบคุมอย่างเข้มงวดนะครับ อย่างในกรณีนี้ก็เกิดการเบียด แล้วก็เป็นเครื่องยนต์ NGV อย่างที่หลายท่านได้อภิปรายกันนะครับ ผมขอเสริมว่าเคยพบผู้ประกอบการเดินรถแห่งหนึ่ง เขาชี้แจงว่าเป็นนโยบายพลังงานในยุคหนึ่งที่รัฐบาลหันมาส่งเสริมการใช้ NGV แทนรถดีเซล เพื่อประหยัดราคา แล้วก็เป็นเครื่องยนต์สะอาด แต่ว่าในอนาคตถ้าเกิดเราเห็นว่ามันเหมาะ หรือไม่เหมาะเราก็ควรจะชี้แจงให้ชัดเจน รวมถึงนโยบายที่เปลี่ยนมาใช้รถ EV แล้ว คือทำให้ผู้ประกอบการเขาสับสน ก็คือต้องการความชัดเจน แล้วถ้าเกิดมีการจะไม่ใช้จริง ๆ ก็ควรจะมีการเยียวยาผู้ประกอบการที่เปลี่ยนจากเครื่องยนต์ NGV ที่เขาเพิ่งลงทุนไป ยังไม่ทันได้ถอนทุนเลยครับ ในปีงบประมาณต่อ ๆ ไปผมก็เห็นว่ากระทรวงก็ควรจะลงทุน ในการสร้างคมนาคมขนส่งสาธารณะที่ดีขึ้น มากกว่าเพียงแค่เอาไปตัดถนนให้มีถนนเพิ่มขึ้น แต่เราต้องมีคมนาคมที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ โดยสรุปก็ควรมีมาตรการที่อำนวย ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปในพื้นที่ และพัฒนาขนส่งสาธารณะให้เป็นทางเลือก ในการเดินทางนะครับ ขอบคุณครับ